เรือสำราญ Wonder of the Seas ปี 2021 ของสายเรือ Royal Caribbean

เรือสำราญ Wonder of the Seas ปี 2021 ของสายเรือ Royal Caribbean

Coming Soon 

 

ฮัลโหล.......วันนี้ ทูมอร์โรว์ เอกซ์พลอเรอร์ ขอมาอัพเดทข่าวสารบางส่วน ให้แฟนคลับเหล่านักล่องเรือตัวยงทุกท่าน ได้เตรียมตัวเตรียมใจกันล่วงหน้า อิอิ ขอบอกเลยว่างานนี้ต้องพกกล้องถ่ายรูป และเตรียมตัวแพคกระเป๋าเดินทาง อย่าลืมพกแว่นตากันแดดพร้อมหมวกเก๋ๆ เพราะทริปนี้ เราจะไปล่องเรือ ท่องทะเล กับเรือสำราญ Wonder of the Seas ปี 2021 ของสายเรือ Royal Caribbean นั่นเองค่า เรือสำราญลำใหญ่ยักษ์มหึมา ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดไฮเทค และกิจกรรมความบันเทิงสุดคับคั่ง 

Wonder of the Seas  ถือเป็นเรือสำราญลำที่ 5 อยู่ในตระกูล Oasis-class เรียกได้ว่างานนี้ Wonder of the Seas เธอจะก้าวขึ้นแท่น มาเป็นเรือสำราญลำที่ใหม่ และใหญ่ที่สุดในโลก แทนเรือพี่สาวของเธออย่าง Symphony of the Seas แน่นอน

บอกได้คำเดียวว่า ทริปนี้พลาดไม่ได้ที่จะชวนเหล่าเพื่อนซี้ และแก้งค์สายเอี้ยว เอ้ย สายเที่ยว อิอิ รวมไปถึง ก๊วนครอบครัวสุดหรรษาพาตะลุย ชวนคุณพ่อ คุณแม่ ไปเที่ยวพักผ่อนในช่วงวันหยุดด้วยกัน เรือ Wonder of the Seas จะได้ฤกษ์ปลดสมอเรือในปี 2021 โดยจะมอบประสบการณ์อันสุดพิเศษในแถบเอเชียเป็นที่แรก เส้นทางล่องเรือจะเลือกออกจากท่าเรือ เซี่ยงไฮ้  และประจำการอยู่ที่ประเทศจีนเป็นหลักค่า 

 

รออัพเดทเส้นทางล่องเรือสำราญ Wonder of the Seas ปี 2021

 

เชิญชมคลิปวิดีโอแนะนำ Wonder of the Seas ปี 2021

 

 

ไฮไลท์บนเรือ

เรือสำราญ Wonder of the Seas เรือสำราญ ที่มีมีกิจกรรมสนุกสนาน และความบันเทิงคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น FlowRider กระดานโต้คลื่นจำลองสุดมันส์ Zip Line ท้าทายความเสียว หรือจะเลือกเป็น Rock Climbing กับการปีนหน้าผาจำลองรีดเหงื่อในยามเช้าสาย หรือเล่นกีฬาเป็นทีมเวิร์คบนเรือยังมีสนามบาสเก็ตบอลขนาดใหญ่ รวมถึงมินิกอล์ฟบนเรืออีกด้วยค่า นอกจากนี้ยังมีโซนสปาที่เรียกว่า Vitality Spa และ ฟิตเนสเซ็นเตอร์ เอาใจผู้ที่รักสุขภาพ ความสวยความงาม และรักในการออกกำลังกายเป็นที่สุด

นอกจากนี้บนเรือยังมีสถานที่ช็อปปิ้งอีกมากมาย ที่ตั้งอยู่ตรงโซน Royal Promenade เลือกไปช็อปสินค้าแบรนด์เนม ทั้งกระเป๋า นาฬิกา เสื้อผ้า เครื่องประดับ และอื่นๆ ภายในยังมีโรงละครขนาดใหญ่ ที่มีการแสดงโชว์ชื่อดังระดับโลกในทุกค่ำคืน รวมถึงพื้นที่สาธารณะ สระว่ายน้ำ พร้อมเก้าอี้เรียงรายรอบๆ เรือ บรรยากาศไม่แออัดอย่างแน่นอน ทุกท่านสามารถใช้เวลาแห่งการพักผ่อนได้ในแบบที่คุ้มค่า นอกจากนี้ยังเอาใจน้องๆ หนูๆ กันในโซน Adventure Ocean ภายในห้องมีกิจกรรมสำหรับเด็กมากมาย แบ่งเป็นโซนต่างๆ ตามช่วงวัย และพัฒนาการเรียนรู้ ทั้งการประดิษฐ์ จิตกรวาดภาพ กิจกรรมทดลองทางวิทยาศาสตร์ เกมส์ และของเล่นเสริมสร้างทักษะและจินตนาการที่ครบครันค่า  

เชิญชมคลิปตัวอย่าง จากเรือพี่สาวอย่าง Symphony of the Seas ดูก่อนได้ค่า

 

 

 

ไลฟ์สไตล์บนเรือ

เรือสำราญ Wonder of the Seas เรือสำราญขนาดใหญ่ยักษ์มหึมา เจ้าเรือลำนี้เหมาะสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวเป็นครอบครัวค่ะ เป็นเรือที่ดึงดูดผู้โดยสารทุกเพศทุกวัย รวมไปถึงกลุ่มที่รักการผจญภัย และชื่นชอบทำกิจกรรมสนุกสนาน อีกทั้ง บนเรือยังมีโชว์การแสดงมากมาย เครื่องเล่น เกมส์ ลานกีฬา ฟิตเนส สปา คลับ เลาจน์ และสถานที่ชอปปิ้ง อื่นๆ  Wonder of the Seas จะเปิดตัวในปี 2021 โดยเจาะตลาดจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นหลัก โปรแกรมการล่องเรือนั้น จะออกจากท่าเรือที่เซี่ยงไฮ้  และประจำการอยู่ที่ประเทศจีนเป็นหลักค่ะ

 

 

ข้อมูลตัวเลข

ขอบคุณเครดิตภาพจาก: https://www.cruisemapper.com/ships/Wonder-Of-The-Seas-2165

 

 

ห้องพักบนเรือ

 

เรือสำราญ Wonder of the Seas มีห้องพักทั้งหมด 2,744 ห้อง แบ่งเป็นห้อง สวีท 200 ห้อง ห้องมีระเบียง 1,828 ห้อง และ ห้อง Connecting room 720 ห้อง ห้องพักที่ใหญ่ที่สุดคือห้อง Royal Loft Suites ถือเป็นห้องที่มีขนาดความกว้างถึง 142 ตร.ม เลยทีเดียวค่า

ห้องพักบนเรือ รูปแบบห้องพัก มีอยู่ 4 ประเภทหลัก และ หลาย 10 ประเภทย่อย เรามาเริ่มกันที่ 

ห้อง Interior (ไม่มีหน้าต่าง) ขนาดห้อง 13.8 - 18.02 ตรม. มีให้เลือก 4 ประเภท และ มีวิวทิวทัศน์ที่แตกต่างกันไป ห้องนึงสามารถพักได้สูงสุดถึง 4 ท่าน แต่ถ้าจะให้ดี พัก 2 ท่านต่อ 1 ห้องจะดีมากค่ะ ไม่อึดอัดจนเกินไป พื้นที่ในห้องพักบนเรือสำราญค่อนข้างแคบกว่าห้องพักในโรงแรมทั่วไปค่ะ

 

ห้องพักแบบที่สอง เรียกว่า Ocean View ห้องมีหน้าต่าง ขนาดห้อง 16.6 ตรม. ห้องนึงสามารถพักได้สูงสุด 4 ท่าน แต่จะให้ดี แนะนำว่าพัก 2 ท่านจะดีค่ะไม่อึดอัดจนเกินไป เป็นไงหละคะ เริ่มมีความรู้สึกว่าอยากจะทุ่มตัวลงนอนในห้องนี้รึยัง ถ้ายังเราไปดูห้องอื่นกันต่อเลยจ้า

 

ห้องพักแบบที่สาม เรียกว่า Balcony มีระเบียงห้อง ขนาดห้อง 16.9 ตรมระเบียง 5-7 ตรม. มีให้เลือก 4 ประเภทย่อยค่ะ วิวทิวทัศน์ก็แตกต่างกันไป ตามความชอบของผู้โดยสาร พักได้สูงสุด 4 ท่านค่ะ ส่วนใหญ่คนไทยจะเลือกพักห้องประเภทนี้ค่ะ ความสะดวกสบายมาพร้อมกับวิวระเบียงภายในห้องพักที่สุดฟิน





ห้องพักแบบที่สี่ เรียกว่า ห้องสวีท Suites ถือว่าเป็นห้องที่ใหญ่ที่สุด เหมาะสำหรับท่านที่ชอบความหรูหรา ได้รับบริการและสิทธิพิเศษ ห้องนี้เป็นความฝันของใครหลายๆ คน มีทั้งหมด 7 ประเภทย่อยตามรูปภาพด้านล่างค่ะ อีกทั้งยังเหมาะกับการมาเป็นครอบครัวด้วยค่ะ ห้องมีพื้นที่กว้างขวางสำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัวห้องพักแบบ Junior Suite สามารถพักได้สูงสุด 4 ท่าน ส่วนห้องพักแบบ Grand Suite, Crown Loft Suite, Owner's Suite, Spacious Aquatheter Suite 1 Bedroom, Star Loft Suite พักได้สูงสุด 4 ท่าน และ Spacious Aquatheter Suite with Large Bacony 2 bedroom พักได้สูงสุด 8 ท่านค่ะ 



 

 

นอกจากนี้ เรือ Wonder of the Seas ยังได้เพิ่มห้องสวีทห้องใหญ่อีกหนึ่งห้อง เหมาะสำหรับทริปที่มากันทั้งครอบครัวใหญ่ นั่นก็คือ ห้อง Ultimate Family Suite ห้องนี้ พักได้สูงสุดถึง 8-11 ท่าน ภายในมีความกว้าง 125 ตร.ม และมีระเบียงส่วนตัว กว้างประมาณ 20 ตร.ม ค่ะ ภายในห้องยังมีทั้งสนามเด็กเล่น โต๊ะฮอกกี้  ผนังเลโก้ โรงหนังส่วนตัวแบบ 3 มิติ รวมถึงสไลเดอร์ส่วนตัวเอาใจน้องๆ หนูๆ  มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ห้องนี้ถูกออกแบบมาเช่นเดียวกับเรือสำราญ Symphony of the Seas ค่า

 

ชมวิดีโอตัวอย่างห้อง Ultimate Family Suite 

 

 

ห้องอาหารหลัก และห้องอาหารพิเศษ

 

American Icon Grill

ห้องอาหารสไตล์อเมริกัน American Icon Grill ตั้งอยู่บนชั้น 3 บนเรือสำราญค่า ห้องอาหารนี้เปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงเวลา ตั้งแต่ 17.15 น. - 21.30 น. และต้องทำการจองที่นั่งล่วงหน้า มีเมนูอาหารให้เลือกมากมาย อาทิเช่น กุ้งล็อบสเตอร์รสชาติเยี่ยม แซลมอน สำหรับคนรักอาหารประเภทย่าง มีทั้ง อกไก่ เนื้อแกะ และ เนื้อวัวย่างอย่างดี รวมไปถึง ลาซานญ่า สลัด และ อื่นๆ อีกมากมาย ตบท้ายกันด้วยเมนูของหวานกอย่างช็อกโกแลตเค้ก บอกได้คำเดียวว่า ฟินที่ซู๊ดดดดด อ้อ! ที่นี่ยังเปิดให้บริการอาหารเช้านะคะ เปิดให้บริการตั้งแต่ 7.00-9.00 น. ค่า

 

The Grand

ห้องอาหารหลัก Main Dinning Room หรือเรียกว่าห้อง Grand ช่วงเวลาอาหารเย็นสำหรับห้องนี้จะแบ่งเป็น 2 รอบ รอบแรกเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00 น. และ รอบที่สอง 20.30 น. ภายในโอ่อ่า สวยงาม กว้างขวาง และหรูหรา ตกแต่งด้วยการใช้โทนสีทอง เพิ่มความอบอุ่น และคลาสสิค อีกทั้งยังมีเมนูอาหารที่หลากหลาย พิกัดมากันได้ที่ชั้น 4 บนเรือค่า 

 

Chic

ห้องอาหาร Chic เปิดให้บริการสำหรับอาหารค่ำเช่นกันค่า มีเมนูอาหารให้เลือกมากมาย แบ่งเป็น 2 รอบ รอบแรกเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00 น. และ รอบที่สอง 20.30 น.

 

Johnny Rockets

มาต่อกันที่ Johnny Rockets ตั้งอยู่บนชั้น 6 โซน Boardwalk ค่า รองรับแขก 128 ที่นั่ง เมนูมีทั้ง เบอร์เกอร์ เฟรนฟราย ขนมปังปื้ง พร้อมเครื่องดื่มเย็นๆ มานั่งทานกันได้ด้วยบรรยากาศเพลินๆ สบายๆ เต็มไปด้วยผู้คนที่มีชีวิตชีวาบนถนนสาย Boardwalk ทั้งช่วงเช้าสายๆ กลางวัน และ ช่วงเย็นๆ ถือเป็นอีกหนึ่งร้านที่ได้รับความนิยมจากเหล่านักเดินทางล่องเรือเลยก็ว่าได้ค่ะ

 

Windjammer Marketplace

ห้องอาหาร Windjammer Marketplace ตั้งอยู่บนชั้น 16 ค่า เป็นห้องอาหารสไตล์บุฟเฟ่ต์ สำหรับมื้อเช้า กลางวัน และมื้อค่ำ มีอาหารให้เลือกทานมากมาย หลากหลาย สำหรับมื้อเช้า  เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 6.30 - 11.00 น. มื้อกลางวันเปิดให้บริการ 11.30 น.-15.00 น. และมื้อเย็นเปิดให้บริการเวลา 17.30 - 21.00 น. ค่า 

 

Chops Grille

Chops Grille เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งห้องอาหารยอดนิยม สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทานสเต็ก และซีฟู๊ด ต้องมากันที่นี่ค่ะ เมนูอาหารมีมากมายหลากหลาย เริ่มจากอาหารเรียกน้ำย่อยอย่าง ซุปเห็ดร้อนๆ ตามมาด้วยสลัด ไปจนถึงเมนูอาหารจานหลักอย่าง สเต็กเนื้อวัวอย่างดี เมนูซีฟู๊ด กุ้งล็อบสเตอร์ หอยเชลล์ย่าง ทูน่าย่างหอมกรุ่น และที่สุดของความอร่อยคงต้องยกนิ้วโป้งให้กับซี่โครงย่าง อร่อยอย่าบอกใครเลยหล่ะค่า เปิดให้บริการเฉพาะมื้อเย็น บรรยากาศรื่นรมย์ เงียบสงบ รับประทานอาหารไปพร้อมกับฟังเสียงดนตรีสดๆ มีความสุขที่สุด ไปเลยค่า (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

 

Izumi

Izumi เอาใจคนที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น ห้องอาหารแห่งนี้เปิดเฉพาะมื้อกลางวัน และมื้อเย็นเท่านั้นค่ะ เมนูยอดนิยมคงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นั่นก็คือ ชูชิ ท่านสามารถสั่งเบียร์เย็นๆ มาจิบคู่กับอาหารสุดพิเศษได้อย่างสบายใจ (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

 

Solarium Bistro

Solarium Bistro เปิดให้บริการสำหรับมื้อเช้า มื้อกลางวัน สำหรับมื้อค่ำที่นี่จะกลายเป็นร้านอาหาร และจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (เฉพาะมื้อค่ำ) เมนูมีทั้ง ใส้กรอก เบคอน ไก่งวง สลัดบาร์ ปลากระพงนึ่ง ปลาแซลมอนและทูน่า อื่นๆ อีกมายมาย พิกัดมากันได้ที่ชั้น 15 บนเรือสำราญค่า

 

Boardwalk Dog House

Boardwalk Dog House สำหรับใครที่ชอบทานฮอทดอกร้อนๆ แนะนำให้มาที่โซน Boardwalk ตั้งอยู่ชั้น 6  บนเรือสำราญค่า เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.30 น. - 19.00 น. หากใครหิวก็สามารถมากันได้เลย รับรองว่า อิ่มสบายท้องอย่างแน่นอน อิอิ

 

Jamie's Italian

อาหารอิตาเลี่ยนที่โด่งดังบนเรือสำราญลำนี้โดยเชฟ Jamie Oliver ไม่พูดถึงไม่ได้แล้ว นั่นก็คือร้าน Jamie's Italian ป็นอีกหนึ่งห้องอาหารที่ได้รับความนิยมจากแขกเป็นอย่างมาก อาหารอิตาเลี่ยนแท้ๆ มาพร้อมกับวัตถุดิบที่ถูกคัดสรรตามฤดูกาล ทั้ง ชีส เนื้อชั้นดี ฟักทอง พาสต้า กุ้ง ผักดอง ล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในเมนูจานเด็ดค่ะ ที่สำคัญมีเมนูของหวานตบท้ายอีกต่างหาก Jamie's Italian ให้บริการในช่วงมื้อกลางวัน และมื้ออาหารค่ำเท่านั้นค่รองรับผู้แขกได้ 132 ที่นั่งเท่านั้นค่า 

 

Sorrento's

สำหรับแขกที่ชอบทานพิซซ่า ต้องไม่พลาดที่จะมาที่นี่ค่ะ  Sorrento's ด้วยแป้งที่นุ่มหอมกลุ่นละมุนละไมจนต้องเดินหลงเข้ามาแบบไม่รู้ตัว รวมถึงบรรยากาศภายในร้านที่รู้สึกเป็นกันเอง ด้วยการต้อนรับที่อบอุ่นของพนักงานค่ะ

 

Park Cafe

บรรยากาศสบายๆ สถานที่สุดชิว Park Cafe กลางสวนบนเรือสำราญ เพลิดเพลินไปกับการรับประทานอาหารในมื้อเช้า และมื้อกลางวันได้ท่ี Park Cafe เมนูที่มี เช่น สลัด แซนวิช ขนมปังที่มีหลากหลายให้เลือกทานค่ะ

 

Coastal Kitchen

Coastal Kitchen สำหรับผู้เข้าพักในห้องสวีท และแขกที่เป็นสมาชิกของ Pinnacle Club เท่านั้นค่ะ บรรยากาศสวยงามพร้อมมีวิวทิวทัศน์ที่สวยเกินจะบรรยาย พร้อมเสิร์ฟอาหารที่มีรสชาติที่หาทานที่ไหนไม่ได้ ด้วยความอร่อยแบบไม่ซ้ำใคร บวกกับไวน์ที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย ทานคู่กับอาหารเช้าเข้ากันเป็นที่สุดค่ะ 

 

Hooked Seafood

เอาใจคนรักซีฟู๊ด กุ้ง หอย ปู ปลา สดๆ พิกัดร้านนี้เลยค่า Hooked Seafood เป็นร้านอาหารพิเศษ (อยู่ใน Solarium) ให้บริการอาหารทะเลสดใหม่ น่าลิ้มลองเป็นที่ซู๊ดด

 

El Loco Fresh

สำหรับคนชอบทานอาหารเม็กซิกัน El Loco Fresh รองรับแขกได้ถึง 100 ที่นั่ง ร้านนี้ตั้งอยู่ในโซนลานกิจกรรมกีฬา ชั้น 15 ค่า หิวเมื่อไหร่ก็แวะมาได้เลยค่า 

 

Sugar Beach Candy and Ice Cream

มาเช็คอินคลายร้อนระหว่างวัน แนะนำให้มาที่ร้านไอศกรีมแห่งนี้  Sugar Beach Candy and Ice Cream จะอยู่ตรงโซนบรอดวอร์ค ตั้งอยู่บนชั้น 6 หาไม่ยากเลยค่า

 

 

 

กิจกรรม และสิ่งอำนวยความสะดวกบนเรือ

 

เชิญชมคลิปตัวอย่างกิจกรรมสุดคับคั่ง จากเรือพี่สาวอย่าง Symphony of the Seas กันได้เลยค่า

 

AquaTheatre

สำหรับใครที่ชื่นชอบชมโชว์ การแสดง สุดยิ่งใหญ่ ตระการตา มากันที่ Aqua Theater รองรับแขกได้ถึง 600 ที่นั่ง หากใครต้องการจะชมโชว์การแสดงแนะนำว่าให้ทำการจองที่นั่งไว้ล่วงหน้า การแสดงจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ตื่นเต้นกับโชว์โดยทีมนักกีฬายิมนาสติกมืออาชีพ พริ้วไหว ผาดโผน และมีท่วงท่าการแสดงที่ทรงพลัง และแข็งแรง รับรองว่าคุ้มค่าที่ได้ชมอย่างแน่นอนค่า ความบันเทิงยังมีอีกเพียบ ต่อกันด้วย Opal Theater  เพลิดเพลินไปกับโชว์ละครบรอดเวย์ เรียกความสุขได้ตลอดทั้งเรื่อง รวมไปถึง Comedy Club การแสดงตลกตั้งอยู่ชั้น 4 ของเรือ เรียกเสียงฮาจนน้ำตาเล็ดกันไปเล๊ยยยยย ขอบอกได้คำเดียวว่าห้ามพลาดในทุกๆ โชว์ค่า 

 

Royal Theatre 

นำเสนอภาพยนต์ในรูปแบบ 3 มิติ รวมไปถึงโชว์การแสดงสไตล์บรอดเวย์ที่หาชมได้ยากที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เและหาชมได้ยากอาทิเช่น "Hairspray" เป็นต้น Royal Theatre รองรับแขกได้ถึง 1,401 ที่นั่งเลยทีเดียวค่า

 

Studio B Lounge 

ลานสเก็ตน้ำแข็งในร่ม สุดตื่นตาตื่นใจ ภายในมีโชว์การแสดงอันน่าทึ่ง มาพร้อมกับเทคนิค และเอฟเฟคที่เต็มไปด้วย แสง สีเสียงสุดอลังการ ขอย้ำว่าต้องห้ามพลาดนะคะ

 

Boardwalk neighbourhood

นอกจากนั้น ยังมีโซนที่เรียกว่า Boardwalk จะอยู่ทางด้านท้ายลำเรือชั้น 6 มีร้านอาหาร ร้านนั่งทานนั่งดื่มแบบชิวๆ สุดชิค ร้านอาหารที่ว่านี้ เช่น Boardwalk Dog House, Sabor Tequileria, Johnny Rockets, Cups & Scoops และที่สำคัญทางด้านท้ายเรือก็ยังมี Aqua Theater เป็นลานแสดงสุดตระการตา อีกหนึ่งโซนไฮไลท์บนเรือที่พลาดไม่ได้เลยค่า

 

Central Park

และยังมีบรรยากาศแสนร่มรื่น เพราะภายในเรือมีการจำลองสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Central Park จากนิวยอร์ก ซึ่งมีพืชพรรณนานาชนิดเรียงรายกันอยู่ซึ่งมากกว่า 12,000 ต้น สวนจำลองขนาดใหญ่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่กลางลำเรือ ชั้น 8 ค่ะ

 

Royal Promenade 

ยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ยังมี ROYAL PROMENADE ที่ตั้งอยู่ บริเวณกลางเรือ ชั้น 5 บอกได้คำเดียวว่า เอาใจขาช็อปเป็นที่สุด เพราะ เป็นถนนสายช็อปปิ้งสุดชิว มีร้านค้า ร้านอาหาร และเครื่องดื่มต่างๆ มากมาย ถนนสายนี้มีความยาวไปจนถึงสุดปลายอีกด้านหนึ่งของเรือเลยค่ะ ที่สุดฟินสุดขีดเลย ต้องยกให้ Cafe Promanade ที่สามารถรับประทานอาหารได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายค่ะ

 

Casino 

สำหรับนักเสี่ยงโชค บนเรือยังมีห้อง Casino ขนาดใหญ่ มีทั้ง สล็อต แบล็คแจ็ค และอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมกับบาร์ที่มีเครื่องดื่มให้ได้เพลิดเพลินตลอดทั้งวันทั้งคืนกันไปเลยค่า

 

Entertainment Place nightclub

นอกจากนี้บนเรือยังมี สถานบันเทิงไนท์คลับหลายแห่ง อาทิเช่น  Bionic Bar หุ่นยนต์บาร์เทนเดอร์ที่คอยชงเครื่องดื่มให้เราได้ดื่มกันทั้งวันทั้งคืน ถือเป็นเทคโนโลยีสุดล้ำบนเรือสำราญ, Schooner Bar เปียโนบาร์, Vintages ไวน์บาร์สำหรับผู้ที่รักการดื่มไวน์ และ Sky Bar ที่มีเครื่องดื่มค็อกเทลให้จิบพร้อมชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามในยามค่ำคืน และ ยังมีเลานจ์และบาร์ อื่นๆ อีกมากมาย

 

Art Gallery

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบผลงานศิลปะ บนเรือยังมีโซน Art Gallery ที่มีทั้งการจัดแสดง และเปิดประมูลภาพวาด จากศิลปินชื่อดัง และมีชื่อเสียงของโลก โซนนี้เปิดจัดแสดงทุกวัน เหล่าบรรดานักสะสมผลงานศิลปะต้องห้ามพลาดนะคะ

 

Sports Court

เอาใจคนรักกีฬา และท้าทายคู่ต่อสู้กันด้วยโซน Mini-Golf และ Sports Court รวมถึง ปิงปอง  บาสเกตบอล วอลเล่ย์บอล กีฬายอดฮิต ที่ต้องเอาชนะคู่แข่งขันให้ได้ ทั้งหมดนี้ถูกยกไปไว้บนเรือสำราญ ตั้งอยู่บนชั้น 15 นั่นเองค่า ท่านสามารถมาสนุกกันเป็นทีม ทั้งแบบครอบครัว หรือจะนัดรวมตัวกันในแบบเพื่อนฝูงก็ทำได้ อิอิ สนุกจนไม่อยากจะกลับบ้านกันสะแล้วซิ 


รวมถึง กิจกรรมสนุกๆ FlowRider กระดานโต้คลื่นจำลองที่เห็นในภาพ FlowRider จะถูกแบ่งเป็นสองฝั่งค่ะ ฝั่งแรกสำหรับท่ายืน และฝั่งที่สองก็คือท่าง่ายๆ ตามในรูปภาพฝั่งนี้จึงเหมาะสำหรับมือใหม่หัดเล่นเอามั๊กมาก อิอิ หากใครพร้อมแล้ว ตามมาสนุกกันได้ที่ FlowRider ชั้น 17 บนเรือค่า ตามมาติดๆ ด้วย Rock Climbing เอาใจผู้ที่รักการปีนเขา ด้วยน่าผาจำลองที่มีความสูง 30 ฟุต ตั้งอยู่บนชั้น 6 ใกล้กับ AquaTheater ค่ะ มีอุปกรณ์ครบครันทั้งหมวกกันน็อค สายรัด และรองเท้า กิจกรรมนี้เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุ 6 ปี ขึ้นไปค่า มากันได้ที่นี่ รับรองว่าได้เหงื่อตกกันไปตามๆ กันแน่นอน อิอิ ความมันยังไม่หมดเพียงเท่านี้ยังมี Zip Line ที่มีความสูง 82 ฟุต พอจะทำให้เสียวว๊าบ ด้วยการเห็นวิวด้านล่างแบบเปิดโล่งของโซน Boardwalk นั่นเองค่า พิกัดท้าทายความเสียวมากันได้ที่ชั้น 15 บนเรือค่า

 

Vitality at Sea Spa and Fitness Center

บนเรือยังแห่งนี้มีศูนย์กิจกรรมเพื่อสุขภาพฟิตเนสและความงาม เรียกว่า Vitality at Sea Spa and Fitness Center เอาใจคนรักสุขภาพกันอย่างต่อเนื่อง บริการสปา มีโปรแกรมการทำ ทรีทเม้นท์ บำรุงผิวพรรณ ดูแลตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า อิอิ โซนนี้ยังมีอ่างจากุซซี่ถึง 9 แห่ง และมีสระว่ายน้ำไว้คลายร้อนถึง 4 แห่ง ถือเป็นวันล่องเรือที่น่าอิจฉาเป็นที่ซู๊ดดด

 

Pools

อีกหนึ่งโซนที่เป็นไฮไลท์ นั่นก็คือ สระว่ายน้ำนั่นเองค่า พื้นที่สาธารณะที่สามารถรองรับแขกได้แบบไม่แออัด เนื่องจากมีเก้าอี้นอนอาบแดด เรียงรายอยู่รอบๆ บริเวณค่ะ พื้นที่สาธารณะแห่งนี้มีสระว่ายน้ำหลัก เป็นสระขนาดใหญ่ กระโดดให้ตัวเปียกปอนชื่นฉ่ำ คลายร้อนได้ในระหว่างวัน ยังมีโซน The beach pool เป็นสระน้ำเค็ม ร่มกันแดด พร้อมเก้าอี้นอนเอนสบายใจเฉิบให้บรรยากาศเหมือนอยู่ในชายหาดค่า ยังไม่หมดเพียงเท่านี้มาเอาใจเด็กๆ น้องๆ นู๋ๆ กันด้วย H2O Zone สระสำหรับน้องๆ หนูๆ ให้ได้สนุก และเพลิดเพลิน เรียกเสียงหัวเราะไปกับการเล่นน้ำคลายร้อนในระหว่างวัน แบบไม่มีวันเบื่อเลยทีเดียว ยังมีโซน Solarium สระบำบัดที่อยู่ในร่ม เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไปค่า

 

กิจกรรมสำหรับเด็ก

Adventure Ocean โซนสำหรับน้องๆ นู๋ๆ ตั้งอยู่บนชั้น 16 ค่า ซึ่งพื้นที่ภายในจะถูกแบ่งเป็นตามโซน เหมาะแก่เด็กที่มีพัฒนาการไปตามวัย ตั้งแต่ห้อง Aquanauts (อายุ 3-5 ปี) ห้อง Explorers (อายุ 6-8 ปี) และ ห้อง Voyagers (อายุ 9 -11 ปี) เป็นต้นค่า กิจกรรมมีทั้งเกมส์สนุกๆ ฝึกวาดภาพ ระบายสี ฝึกทำผลงานศิลปะต่างๆ ด้วยตนเอง และกิจกรรมพัฒนาทักษะอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมสำหรับเด็กทารกเบบี๋ ที่เรียกว่า Royal Babies สำหรับทารกอายุต่ำกว่า 6-18 เดือนอีกด้วย นอกจากนี้ภายในยังมีสถานรับเลี้ยงเด็กบนเรือ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนั่นเองค่า ติดตามได้เพิ่มเติมจาก สายเรือสำราญ Royal Caribbean ที่เด็กๆ รักมากที่สุด สนุกจนไม่อยากกลับบ้าน

 

ขอบคุณเครดิตภาพจาก: https://www.cruisemapper.com/ships/Wonder-Of-The-Seas-2165

 

ขอขอบพระคุณทุกท่านที่กรุณาให้เกียรติร่วมเดินทางไปกับ 2morrow Explorer เป็นอย่างสูงค่ะ

ทูมอร์โรว์ เอกซ์พลอเรอร์

เนรมิตฝันของคุณให้เป็นจริง

นึกถึงเรือสำราญ นึกถึงเรา

ล่องเรือสำราญ เที่ยวสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก

ประสบการณ์แห่งความสุข ของทุกคนในครอบครัว

เดินทางส่วนตัว ทัวร์อิสระได้ทุกวัน..   

 

ค้นหาเส้นทาง และราคา www.2morrowexplorer.com 

Call Center: 061-590-5999    

Line: @2morrow Explorer

E-mail: contact@2morrowexplorer.com

www.facebook.com/2morrowexplorer