เมื่อพูดถึงแคนาดา (Canada) เราก็จะนึกถึงการมีคุณภาพชีวิตดี๊ดี เหมาะแก่การดำรงชีพเป็นที่สุด มีทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ มากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความสวยงาม มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย และกิจกรรมให้เลือกทำมากมาย พูดเสร็จแล้วก็อยากจะไปโผล่ที่นั่นเลยทีเดียว โดยเฉพาะแวนคูเวอร์ เมืองที่เราจะต้องไปให้เห็นกับตาให้ได้ และมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย เช่น สวนสาธารณะสแตนลีย์ ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่มีขนาดกว่า 1,000 เอเคอร์ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของชาวเมือง รวมถึงมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ซึ่งมีการแสดงโชว์ของปลาวาฬและปลาโลมา จะทำยังไงถึงจะไปถึงที่แวนคูเวอร์ได้ มาเริ่มกันที่ด่านแรก โดยการขอวีซ่าเข้าแคนาดากันได้เลยค่ะ ความฝันของเราจะเป็นจริงซักทีแล้ว เย้เย้ 

การยื่นขอวีซ่าเดี๋ยวนี้ อะไรๆ ก็ ง๊ายง่ายค่ะ ไม่ต้องไปถึงสถานทูตแคนาดาก็ทำได้ โดยขอผ่านตัวแทน วีเอฟเอส (VFS) ซึ่งเป็นตัวกลางในการส่งเอกสารของเราให้กับสถานทูตแคนาดา  

 

การยื่นวีซ่าแคนาดา

การยื่นวีซ่าของแคนาดานั้นจะมีอยู่สองแบบหลัก ๆ คือ

1.  การยื่นแบบผ่าน VFS แบบ Paper 

2.  การยื่นแบบออนไลน์ สำหรับคนที่ไม่ต้องการทิ้งพาสปอร์ตไว้ที่สถานฑูตนานๆ 

 

ยื่นในแบบที่ 1 โดยการผ่าน VFS รูปแบบ Paper สามารถทำตามรายละเอียดขั้นตอน ต่อไปนี้ได้เลยค่ะ 

 

เคล็ดลับที่ไม่ลับในการเตรียมตัวยื่นวีซ่าแคนาดา

1.  เช็คตารางเวลาของตัวเองให้พร้อม วันเวลาที่สะดวกในวันที่ต้องการเดินทางไปยื่นวีซ่า

2.  การเตรียมตัวไปยื่นวีซ่า ควรเตรียมตัวไปยื่นล่วงหน้า 1-2 เดือน ค่ะ เพราะในบางครั้งเอกสารที่เราเตรียมไว้อาจเกิดความผิดพลาด อาจมีการตีเอกสารกลับ หรือ เรียกขอเอกสารเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่

3.  การกรอกข้อมูล ต้องกรอกเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น

4.  การกรอกข้อมูล ควรกรอกให้ตรงตามหนังสือเดินทาง และเอกสารหลักฐานที่เราจะใช้ประกอบในการขอวีซ่า เช่น ข้อมูลเงินเดือน ก็ควรสอดคล้องกับหนังสือรับรองการทำงาน

5.  การเตรียมเอกสาร หากเรามีเอกสารที่เป็นภาษาไทย ต้องแปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษแนบด้วยทุกครั้ง

6.  จัดเรียงเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วน เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเอาเอกสารไปยื่นใหม่ค่ะ

7.  ข้อนี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่มีความพยายามในการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่านะคะ ไม่ยากอย่างที่คิด พร้อมกันแล้วใช่ไหมคะ เรามาเริ่มกันในด่านแรกเลยค่ะ 

 

ขั้นตอนที่ 1: เตรียมเอกสาร

1.  ใบเช็คลิสต์ Checklist (IMM5484) 

2.  กรอกแบบฟอร์ม Application Form (IMM5257) ฟอร์มนี้เราต้องพิมพ์ในคอมพิวเตอร์ มีทั้งหมด 6 หน้า แบบคำขอวีซ่าที่สมบูรณ์ ต้องมีบาร์โค้ด เอกสารในหน้าสุดท้าย ลงชื่อ และลงวันที่กรอกเอกสาร เสร็จแล้ว อย่าลืมปริ้นท์ออกมาด้วยนะคะ

3   กรอกแบบฟอร์ม Family Information (IMM5645E) ฟอร์มนี้ ปริ้นออกมาเขียนได้เลยค่ะ ชื่อตัวเองและสมาชิกในครอบครัว ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สถานะภาพ ที่อยู่ จะมีทั้งหมดสองหน้า อย่าลืมลงชื่อ และลงวันที่กรอกเอกสารด้วย

4.   กรอกแบบฟอร์ม VFS Consent คำให้ความยินยอมของ VFS Canada ฟอร์มนี้เราปริ้นออกมาเขียนได้เลย กรอกชื่อเรา ที่อยู่ ลงชื่อและลงวันที่กรอกเอกสาร มีทั้งหมด 3 หน้า

6.   ค่าธรรมเนียมวีซ่าแคนาดา และค่าธรรมเนียมทำข้อมูลส่วนบุคคลแบบ Biometric (ลายพิมพ์นิ้วมือ)

7.   หนังสือเดินทาง (Passport) ตัวจริง อายุเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน นับรวมวันเดินทางกลับถึงประเทศไทย

8.   สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) จำนวน 1 ใบ

9.   รูปถ่ายสี ขนาด 35mm x 45 mm พื้นหลังสีขาว หน้าตรงไม่สวมแว่น จำนวน 2 รูป 

ตัวอย่างรูปถ่าย

(รายละเอียดของรูปถ่าย ให้ดูที่ไฟล์ในลิงค์ (Photospecs-e) (ด้านหลังภาพ ให้เขียนชื่อนามสกุลเป็นภาษาอังกฤษ และวันเดือนปีเกิด

10. จดหมายรับรองการทำงานภาษาอังกฤษ (ฉบับจริง) ระบุบริษัท, ตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงาน และ ช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด พร้อมประทับตราบริษัท)

11. หนังสือรับรองฐานะทางการเงิน (Bank Statement) ย้อนหลัง 6 เดือน (ขอที่ธนาคารที่เราเปิดบัญชีไว้ ควรเป็นบัญชีออมทรัพย์ ค่าธรรมเนียมประมาณ 100 บาท)

(เป็นภาษาอังกฤษ และมีตราประทับของธนาคาร

12. สำเนาบัญชีเงินฝากปรับยอดล่าสุด ถ่ายสำเนาทุกหน้า พร้อมสมุดบัญชีเล่มจริง

13. ใบจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (อย่าพึ่งออกตั๋วเครื่องบิน จนกว่า Visa ของท่านจะผ่าน)

14. ใบจองโรงแรม ที่พัก (Hotel Confirmation)

15. กำหนดการท่องเที่ยว (Itinerary)

16. กรอกแบบคำให้ความยินยอมของ VFS และพิมพ์ออกมา

 

เอกสารเพิ่มเติม

กรณีเด็กอายุไม่ถึง 20 ปี

1. สำเนาใบสูติบัตร

- ภาษาไทย พร้อมเซ็นต์รับรองสำเนา

- ภาษาอังกฤษ (แปล)

2. หนังสือยินยอมให้เดินทางจากอำเภอ หรือเขตที่อยู่ (สำหรับกรณีที่ไม่ได้เดินทางกับบิดา และมารดา)

กรณีเป็นนักเรียน/นักศึกษาอยู่

1. หนังสือรับรองการเรียนจากสถาบันการศึกษาเป็นภาษาอังกฤษ มีลายเซ็นต์ของผู้มีอำนาจของโรงเรียน และตราประทับของสถานบันการศึกษานั้น

กรณีเป็นเจ้าของกิจการ

1. สำเนาหนังสือรับรองของบริษัท (ภาษาไทย) (พร้อมเซ็นต์รับรองสำเนา โดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม และตราประทับบริษัทฯ อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)

- ใบแปลหนังสือรับรองบริษัท เป็นภาษาอังกฤษ (แปล)

- สำเนาใบทะเบียนการค้า (ภาษาไทย) (พร้อมเซ็นต์รับรองสำเนา โดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม และตราประทับบริษัทฯ อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)

2. หลักฐานการเงินของบริษัท

- จดหมายรับรองฐานะทางการเงิน พร้อมตราประทับจากธนาคาร

- Bank Statement ย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมเซ็นต์รับรองสำเนา

 

ข้อมูลสำคัญ ประกาศจากทางบริษัท VFS 

 อัตราค่าธรรมเนียมในการยื่นขอวีซ่าประเทศแคนาดา 

1. ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2560 สำหรับการยื่นคำร้องขอวีซ่าด้วยตนเอง ที่ศูนย์รับยื่นคำร้องขอวีซ่าประเทศแคนาดานั้น ผู้สมัครต้องทำการชำระค่าวีซ่าด้วยระบบออนไลน์ ผ่านทางเว็บไซด์สถานทูตแคนาดา ก่อนทำการยื่นเอกสารกรุณาศึกษา การชำระค่าวีซ่าด้วยระบบอนไลน์ การชำระเงินค่าวีซ่าสามารถชำระได้ด้วยบัตรเครดิต บัตรเดบิต บัตรที่ใช้สำหรับการชำระค่าวีซ่า ไม่จำเป็นต้องเป็นชื่อเดียวกับผู้สมัคร ชื่อเจ้าของบัตรจะปรากฎอยู่ในใบเสร็จ โดยไม่จำเป็นต้องตรงกับชื่อผู้สมัคร กรุณาตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเต้มได้ที่หน้า เว็บไซด์ IRCC

2. ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 ทางศูนย์รับยื่นคำร้องขอวีซ่าประเทศแคนาดา จะไม่สามารถรับการยื่นคำร้องขอวีซ่าด้วยแบบฟอร์มใบสมัครที่ระบุเวอร์ชั่นลงปีที่ 2010 หรือเก่ากว่านั้นได้ ทั้งนี้ใบสมัครที่ทำการยื่นในวันหรือหลังวันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 จะต้องเป็นแบบฟอร์มใบสมัครเวอร์ชั่นปัจจุบันเท่านั้น 

3. ประกาศ: ตั้งแต่วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน 2559 เป็นต้นไป มีการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมบริการสำหรับการดำเนินการยื่นคำร้องขอวีซ่าต่อผู้ยื่นคำขอหนึ่งท่าน กรุณาตรวจสอบบริการและตารางค่าธรรมเนียมบริการก่อนทำการยื่นคำร้องขอวีซ่า 

 

ขั้นตอนที่ 2: ยื่นเอกสาร

สถานที่ยืนเอกสารเพื่อขอวีซ่าแคนาดา

ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า VFS Canada

อาคารเทรนดี้ ชั้น 28 เลขที่ 10/198-201

สุขุมวิทซอย 13 คลองเตยเหนือวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า นานา

เวลาทำการศูนย์ฯ: 09.00 . ถึง 17.00 . วันจันทร์ - วันศุกร์ (เว้นวันหยุดที่ประกาศแจ้งล่วงหน้า)

เวลารับคืนหนังสือเดินทาง: 10.00 . ถึง 17.00 . วันจันทร์ - วันศุกร์ (เว้นวันหยุดที่ประการศแจ้งล่วงหน้า)

สายด่วน +66 22 639107

อีเมล Info.canbkk@vfshelpline.com

เว็บไซต์ www.vfsgolbal.ca/Canada/Thailand

 

ระยะเวลาในการดำเนินการ:

อย่างน้อย 12 วันทำการ (ยกเว้นวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดของสถานทูต)

 

ขั้นตอนที่ 3: การติดตามผลการสมัคร

ในการติดตามสถานภาพของคำขอวีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว (วีซ่าท่องเที่ยว วีซ่าเพื่อการศึกษา และวีซ่าเพื่อการทำงานหรือคำขอเอกสารเดินทางของผู้มีถิ่นที่อยู่อาศัยถาวรในประเทศแคนาดา ณ ศูนย์รับยื่นคำร้องขอวีซ่าประเทศแคนาดาในกรุงเทพมหานคร 

  

ขั้นตอนที่ 4: รับเอกสารคืน

ผู้สมัครสามารถเลือกรับเอกสาร หรือใช้บริการจัดส่งคืนทางไปรษณีย์ หลังจากการพิจารณาวีซ่าเสร็จสิ้นโดยสถานทูตแคนาดา ตามรายละเอียดดังนี้

1. ผู้สมัครสามารถรับเอกสารคืนได้ด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน โดยต้องมีใบมอบอำนาจ (ใบรับมอบอำนาจ ตามไฟล์แนบด้านล่าง) พร้อมบัตรประชาชนของผู้กระทำการแทน ทั้งนี้ผู้สมัครต้องแจ้งความประสงค์กับเจ้าหน้าที่ และทางเราจะส่งรายละเอียดให้ท่านผ่านทางอีเมล์

2. ผู้สมัครสามารถเลือกรับเอกสารกลับคืนผ่านทางไปรษณีย์ได้ โดยเขียนที่อยู่จัดส่งถึงตัวท่านเอง และชำระค่าบริการจัดส่งเป็นเงินสด แนบรวมกับเอกสารในซองจดหมาย ณ วันที่ส่งเอกสารสมัครวีซ่า

3. ผู้สมัครจะได้รับอีเมล์แจ้งถึงหมายเลขติดตามสถานภาพคำขอภายใน 2 วันทำการหลังจากที่ทางศูนย์ได้รับเอกสารและดำเนินการเข้าระบบเป็นที่เรียบร้อย

 

ตัวอย่างเอกสารต่างๆ

ตัวอย่างจดหมายรับรองการทำงานเป็นภาษาอังกฤษ 

เขียนเป็น Canada Embassy in Thailand

 

ตัวอย่างเอกสารกรณียื่นในฐานะเจ้าของกิจการเป็นภาษาอังกฤษ

 ตัวอย่างหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

ยื่นในแบบที่ 2 โดยการยื่นผ่านระบบวีซ่าแบบออนไลน์ 

การยื่นวีซ่าออนไลน์ แคนาดา

การยื่นวีซ่าออนไลน์นั้น จะเหมาะสำหรับ บ้านที่มีอุปกรณ์พร้อม คอมพิวเตอร์ เครื่องสแกนเนอร์เครื่องปริ้น และสัญญาณเน็ตที่ดีเยี่ยม แนะนำให้ยื่นออนไลน์โลดค่ะ 

 

ขั้นตอนที่ 1 

1.เข้าเว็บ http://www.cic.gc.ca/english/visit/eta-start.asp
2.กดเลือกปุ่ม apply for eTA ในกรอบสีแดง ด้านล่างสุดค่ะ

 

 

3.หลังจากนั้นก็จะปรากฎหน้าต่างตามรูปภาพ

ขอให้ทุกๆคนที่กำลังจะตอบคำถามจงตั้งใจ ตอบคำถามให้ตรงตามความเป็นจริงนะคะ  สู้ๆ ค่อยๆตอบคำถามไป เดี๋ยวก็เสร็จ

ข้อแรกถ้าเราไม่ได้ออกพาสปอร์ตจากประเทศ ฝรั่งเศษก็กด No ไปโลดค่ะ 

 

ข้อนี้ ถ้าเราทำการยื่นวีซ่าให้คนอื่น ก็ให้ตอบ YES แต่ถ้าเรายื่นออนไลน์ของตัวเองก็ตอบ No ไปโลดค่ะ 

 

4. หลังจากนั้น มันก็จะปรากฏมาเป็นหน้านี้ เราก็สามารถกดเลือกข้อตามความเป็นจริงได้เลยค่ะ

1)  ส่วนใหญ่พาสปอร์ตที่เราใช้จะเป็น Ordinay/regular

2) เราถือพาสปอร์ตที่ประเทศอะไร ที่ออกโดย ก็กด Thailand 

3) ถิ่นพำนัก ถ้าไม่ได้ถือ Green Card ของประเทศอเมริกา เราก็เลือก No 

หลังจากนั้นก็กดในช่องสี่เหลี่ยมสีแดงด้านล่างคือ Need a Visa 

 

ต่อด้วยหน้านี้  ถ้าคำตอบไม่ใช่ในสี่ข้อก็ให้ตอบ None of the above 

 

ในหน้าต่อไปก็เหมือนเดิม กดเลือก ประเทศไทย และกด No 

 

ในหน้าต่อไปกดเลือก คำตอยที่เราวางแผนจะไปเที่ยวที่แคนาดา หลังจากนั้นก็กด Find out how to apply.

 

5.  หลังจากนั้นก็จะมาโผล่หน้านี้ค่ะ ให้เลื่อนลงไปข้างล่างสุด แล้วคลิกที่กรอบสีแดง Apply for a visitor visa

6. กดตามกรอบสีแดงด้านล่างต่อได้เลยค่ะ

 

7. จากนั้นก็ คลิกปุ่มตามกรอบสีแดงด้านล่าง Check your eligibility 

 

 

8. จากนั้นเราจะมาโผล่หน้าข้อคำถามที่สำคัญ ขอย้ำว่า ต้องกรอกข้อมูลตามความจริงนะคะ ข้อมูลทุกอย่างต้องกรอกเป็นภาาาอังกฤษค่ะ

 - จุดประสงค์ในการเดินทางเยือนแคนาดา

 - ระยะเวลานานแค่ไหน

 - พาสปอร์ตที่เราถือ 

 - ถิ่นที่อยู่อาศัยของเรา

 - มีสมาชิกในครอบครัว ที่เป็นพลเมืองแคนาดา หรือเป็นผู้อาศัยที่แคนาดาที่อายุ18 ปีขึ้นไปหรือไม่

 - วันเดือน ปีเกิด  กรอกเสร็จแล้วก็กด Next 

 

9. หน้าถัดไปก็จะถาม ว่าเราเคยอาศัยในประเทศแคนานแบบถาวรหรือไม่

 

10. ถ้าเราไม่ได้ถือสัญชาติอเมริกาก็ให้กด No ไปโลดค่ะ

 

11. ส่วนหน้าที่จะถามเกี่ยวกับสถานะการสมรส และเมืองที่เราจะไป. ถ้าไปหลายเมืองให้เลือกเมืองที่อยู่นานที่สุดนะคะ

 

12. หลังจากนั้นก็เป็น result ก็ให้กด continue ไปค่ะ แล้วจะขึ้นหน้า creat your personal checklist ก็กด continue ได้เลยค่ะ

 

13. ถ้าเลือกท่องเที่ยวก็กดเลือก Tourism ได้เลยค่ะ 

 

14. เลือกตอบในหัวข้อที่ตรงตามความจริงนะคะ เพราะจะมีผลในการขอวีซ่าเป็นอย่างมาก 
    - ปัจจันทำงานอะไร
    - มีธุรกิจส่วนตัวหรือไม่
    - ตอนนี้มีใครสนับสนุนด้านการเงินไหม ถ้าเป็นพนักงานที่มีเงินเดือนก็สามารถตอบ No ถ้าไม่ใช้เงินของตัวเองก็กรอก Yes ไปโลด
    -ในช่วง10ปีที่ผ่านมาได้เดินทางไปต่างประเทศบ้างรึเปล่า

 

15. ท่านมีครอบครัวอยู่ที่แคนาดาหรือไม่ ไม่มีก็ตอบ No ค่ะ

 

16. เราเคยเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมหรือเคยถูกจับกุมหรือไม่ (ทั้งในและนอกประเทศ) ถ้าไม่เคยก็ตอบNo แต่ถ้าเผลอไปกดตอบ Yes ละก็ งานนี้ก็ตัวใครตัวมันค่า

 

17. ในหนึ่งปีที่ผ่านมาได้มีการไปตรวจสุขภาพกับหมอที่แต่งตั้งโดย CIC หรือไม่ ถ้าไม่เคยก็เลือกตอบ No ได้เลยค่ะ

 

18. เราต้องการยื่นใบสมัครทั้งครอบครัวหรือไม่  ถ้ายื่นขอตัวเราเองคนเดียวก็ตอบ No แต่ถ้าจะทำให้ทั้งครอบครัวก็ตอบ Yes ค่ะ

 

19. ข้อนี้จะถามว่า เราจะให้ใครเข้าถึงใบสมัครนี้ได้บ้าง ถ้าเราทำเอง ก็ตอบ No ค่ะ

 

20. ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ คำถามข้อนี้ เกี่ยวกับการจ่ายเงินค่าวีซ่า ว่าเราจ่ายเอง หรือ ว่าได้รับการยกเว้นค่าวีซ่า

 

21. ข้อนี้ถ้าต้องการส่งเอกสาร หรือ สแกนเนอร์ ก็ตอบว่า YES  ถ้าไม่ก็ตอบว่า No

22. เราสามารถจ่ายเงินค่าวีซ่าออนไลน์ได้หรือไม่ คือถ้าจะจ่ายต้องมีบัตรตามที่เค้ากำหนดไว้ เช่น VISA MASTER CARD หรือ AMERICAN EXPRESS

 

23. ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะว่ามันเป็นการ Review คำตอบที่เราได้ตอบไปทั้งหมด เช็คให้ละเอียด ก่อนที่จะกด ​Continue นะคะ 

 

 

24. หลังจากทบทวนเรียบร้อยแล้วเมื่อเราคลิก continue เราก็จะมาโผล่หน้า Document Checklist จากนั้นเราก็จะได้ Reference Code สำหรับการสมัครวีซ่า ก็คือเลขประจำตัวผู้สมัครนั้นเอง

รายละเอียดในหน้านี้ จะระบุว่าขั้นตอนต่อไปเราต้องทำอะไรบ้าง มีเอกสารอะไรที่ต้องส่ง  เราก็ทำตามขั้นตอนที่ระบุไว้ได้เลย ที่สำคัญตัว reference code มีวันหมดอายุ นั้นหมายความว่าเราต้องจัดการทุกอย่างให้เสร็จ ก่อนวันนั้นนะคะ ขอย้ำว่าต้องทำให้เสร็จภายในวันนั้น จะได้ไม่ต้องเสียเวลามาเริ่มทำใหม่ค่ะ 

 

 

ขั้นตอนที่ 2 คือการสร้าง Account

สำหรับ log in มาอัพโหลดไฟล์เอกสารต่างๆรวมถึง การแจ้งความคืบหน้าของกระบวนการวีซ่า ทางเจ้าหน้าที่ก็จะแจ้งผ่านaccountนี้ค่ะ

1.เข้าไปที่.  http://www.cic.gc.ca/english/e-services/account.asp  

ตามรูปภาพด้านล่าง ให้เรากด Continue to GCKey ตามกรอบสีแดงได้เลยค่ะ

 

2. กดเลือก Continue with GC key จากนั้นกดที่ปุ่ม Sign Up กรอบสีแดงๆ หลังจากนั้นให้กด I accept 

 

 

3.สร้าง Username
   ตัว username ต้องมีทั้งตัวอักษรและตัวเลขนะคะ ความยาวแปดตัวขึ้นไป 
   ต่อด้วย password  ที่สำคัญคือต้องมีอักษรตัวพิมใหญ่ 1ตัว ตามด้วยอักษรพิมเล็กและมีตัวเลข 
   ห้ามใช้password ที่มีตัวอักษรหรือเป็นคำเดียวกับ username และ ห้ามเบิ้ลตัวอักษรค่ะ

 

4. หน้านี้ จะเป็นการ set คำถาม คำตอบสำหรับเวลา recovery acoount  

 

5.  จากนั้นให้กด continue   ต่อด้วย I accept แล้วจะปรากฎเป็นหน้าตามรูปด้านล่างค่ะ

 

6. หน้านี้ พิมพ์ ชื่อ นามสกุล อีเมล และอย่าลืมเลือก yes ในช่องที่ถามว่าคุณอายุแก่กว่า 16ปี หรือไม่ แล้วก็กดเลือกภาษาที่จะใช้ในการติดต่อ จากนั้นคลิก continue 
7. จากนั้นให้เรากำหนดคำถามและคำตอบที่ใช้ถามเวลาเรา Sign in เข้าระบบในทุกๆครั้ง  จำคำถามคำตอบให้ไดนะคะ

 

8. สูดหายใจเข้าไปลึกๆ ค่า เกือบจะเสร็จแล้วค่ะ พอเราตั้งคำถามเรียบร้อย ก็จะปรากฏหน้าต่างแบบรูปด้านล่าง ซึ่งแบ่งเป็นสองส่วน 
   -   ส่วนบนสำหรับกรณีที่เรามีการเปลี่ยนแปลงอีเมลสำหรับการติดต่อ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงก็แค่ใส่เมลใหม่แล้วกด Update 
   -  ส่วนด้านล่างที่ถามว่า what would you like to do today? ให้กดเลือกอันเเรกเลยค่ะ ที่เขียนว่า visitor visa  

 

9.  ขั้นตอนสุดท้ายแล้วค่ะ กรอก reference code ที่เราได้มาลงในช่องว่างแล้วคลิก Continue  ก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ 

 

10. ดูตามรูปด้านล่าง หลังจากนั้นก็จะขึ้นเป็นวิธีการและขั้นตอนต่างๆ ที่เราต้องทำ  

ในหน้าต่างอัพโหลดเอกสาร ถ้าเอกสารอันไหนพร้อมก็ให้อัพโหลดลงไปได้ก่อนเลยค่ะ 

 

12 ข้อจำให้ขึ้นใจ  กรอกวีซ่าออนไลน์ง่ายนิดเดียว

1.  แบบฟอร์ม Application เช่น Family Information ไม่สามารถเปิดใน Tablet หรือ iPhone ได้นะคะ

2.  ในการกรอก Application สามารถพิมพ์ได้เลย เราไม่ต้องเสียเวลาในการพิมพ์ออกมาเพื่อกรอกค่ะ

3.  Application Form จะมีช่องให้เราเซ็นลายเซ็นต์ เว้นไว้ได้เลยค่ะ ไม่ต้องปริ้นท์เอกสารออกมา

4.  แบบฟอร์ม Family Information ต้องปริ้นท์ออกมากรอก เนื่องจากเราต้องเขียนชื่อเป็นภาษาไทยและอังกฤษ พร้อมเซ็นชื่อ แล้วต้องสแกนกลับเข้าไปเพื่อส่ง

5.  การอัพโหลดไฟล์ในแต่ละหัวข้อ สามารถอัพได้แค่หัวข้อละไฟล์เท่านั้น ฉะนั้นไฟล์ที่ประกอบด้วยหลายๆ หน้า เช่น Statement การเงิน ประวัติการท่องเที่ยว ตราสแสตมป์ในพาสปอต) หรือหลักฐานการจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ต้องทำการสแกนแล้วรวมภาพใน Microsoft Word จากนั้นเซฟเป็น PDF ก่อนจะอัพโหลด

6.  สำหรับ Statement ที่ออกในรูปแบบดิจิตอล ไฟล์ต้องทำการครอปรูปแล้วสแกนกลับไป เนื่องจากว่าไฟล์มันจะล็อกรหัสไว้ ซึ่งทำให้ทางสถานทูตไม่สามารถเปิดเข้าไปดูได้

7.  Optional Documents หากต้องการใส่ข้อมูลเพิ่มเติมก็ใส่ได้เลยค่ะ ข้อนี้ไม่ซีเรียส

8.  เมื่ออัพโหลดไฟล์ทั้งหมดแล้วก็กดส่ง  หลังจากนั้นสามารถทำการชำระเงินออนไลน์ผ่านบัตรเครดิตได้

9.  หากมีการอัพเดตสถานะต่างๆ เจ้าหน้าที่จะส่งผ่านเมลล์เรา จากนั้นเราก็ต้องเข้าระบบเพื่อมาดูเองอีกทีค่ะ

10. เมื่อมีการอนุมัติเบื้องต้น จะมีข้อความบอกให้เรานำพาสปอร์ตไปสแตมป์ตราวีซ่า ซึ่งเราสามารถส่งไปรษณีย์ หรือนำส่งด้วยตัวเองได้ที่ VFS และเราจะต้องจ่ายเงินอีกคนละ 513 บาท

11. ระยะเวลาการขอวีซ่า ประมาณวันทำการหรือน้อยกว่านั้น จากนั้นทาง VFS จะส่งข้อความมาแจ้งว่าให้ไปรับพาสปอร์ตคืน หรือจะให้ส่งทางไปรษณีย์มาก็ได้เช่นกัน

12. ข้อนี้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ นอกจากกำลังใจที่จะส่งให้ไปค่ะ ขอให้กรอกข้อมูลสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีนะคะ กรอกวีซ่าแคนาดาออนไลน์ ไม่ยากอย่างที่คิดจ้า

 

ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆ คนที่กำลงขอวีซ่าแคนาดา ถ้าผ่านด่านนี้ เราก็จะได้ไปเที่ยวแล้วค่ะ เตรียมตัวแพ็คกระเป๋าเดินทาง พร้อมกับเตรียมชุดสวยๆ ใส่ไว้ถ่ายรูปโลด เย้เย้