ล่องเรือสำราญ Silver Cloud Expedition ของสายเรือ Silversea

ล่องเรือสำราญ Silver Cloud Expedition ของสายเรือ Silversea

ภาพรวมล่องเรือสำราญ Silver Cloud Expedition 

 

ประสบการณ์แปลกใหม่ อันเหนือความคาดหมาย ด้วยชื่อเสียงที่โด่งดังของสายเรือ Silversea ที่มีเส้นทางการล่องเรือกว่า 900 แห่งครอบคลุมทั้ง 7 ทวีป ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก ที่จะได้ลองเข้าไปสัมผัสประสบการณ์ล่องเรือแบบใกล้ชิดธรรมชาติ ซึมซับความงามของบ้านเมืองที่มีความแตกต่าง ด้วยสถาปัตยกรรม รูปแบบการดำรงชีวิต และวัฒนธรรมอันหลากหลาย

วันนี้เราจะขอแนะนำอีกหนึ่งเรือสำราญระดับหรู เป็นเรือสำราญลำเล็ก หนึ่งในเรือที่ได้รับความนิยม นั่นก็คือ Silver Cloud Expedition ของสายเรือ Silversea นั่นเองค่ะ เรือลำนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1993 แต่พึ่งถูกปรับปรุงล่าสุดเมื่อปี 2017 ที่ผ่านมานั่นเองค่ะ สามารถจุผุ้โดยสารได้ถึง 254 ท่าน เรือสำราญลำนี้มีห้องสวีทกว่า 85% และมีบริกรหรือพนักงานส่วนตัวคอยให้บริการในทุกห้อง มีร้านอาหารหลายร้าน พร้อมกับเมนูอาหารที่หลากหลาย ภายในเรือสำราญลำนี้ มีทั้ง เลาจน์พาโนรามา บาร์ สปาสุดหรูเรียกว่า Zagara พร้อม สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สถานที่ช็อปปิ้ง ห้องอาหารพิเศษอย่าง  La Dame by Relais & Châteaux ไวน์ชั้นเยี่ยมพร้อมอาหารรสเลิศ และความบันเทิงอื่นๆ รับรองเลยว่าจะไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน

  

ขอต้อนรับทุกท่านสู่เรือสำราญ Silver Cloud Expedition

 

  

ไฮไลท์

  

สำหรับผู้ที่หลงไหลในธรรมชาติ และวัฒนธรรม การเดินทางผจญภัยไปกับเรือสำราญ Silver Cloud Expedition ถือเป็นเอกลักษณ์อันสุดพิเศษ ด้วยขนาดของเรือลำเล็กนั้นสามารถเข้าไปถึงสถานที่ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย และที่สำคัญ เรือลำนี้จะมีผู้เชี่ยวชาญที่จะมาคอยให้ข้อมูลเชิงลึกทางด้านประวัติศาสตร์ความเป็นมา วัฒนธรรม และธรรมชาติ แน่นอนว่าเหล่านักเดินทางต้องมีคำถามมากมายที่ต้องจดและบันทึกไปตลอดทุกทริปการเดินทางอย่างแน่นอนค่ะ 

 

เจ้าเรือสำราญ Silver Cloud Expedition ได้รับการปรับปรุงล่าสุดเมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา ภายในมีห้องพักกว้างขวางและเป็นห้องสวีทกว่า 85% ผลิตภัณฑ์ภายในห้องพักเป็นผลิตภัณฑ์ระดับ High End ทั้งหมด เช่น ผ้าปูที่นอน Pratesi รวมไปถึง สบู่ โลชั่น ครีมบำรุงผิว แชมพูและครีมนวดจากแบรนด์ Ferragamo Bvlgari นั่นเอง และ แต่ละห้องพักจะมีบริกร หรือบัทเลอร์ส่วนตัวนั่นเองค่ะ นอกจากนี้พนักงานที่แขกเห็นบนเรือจะถูกอบรมและฝึกมาเป็นอย่างดีเยี่ยม ถือเป็นจุดแข็งที่เอาชนะใจของเหล่านักเดินทางให้กลับมาใช้บริการล่องเรืออีกครั้งอย่างแน่นอน

 

เจ้าเรือสำราญ Silver Cloud Expedition ยังมีห้องอาหารสุดพิเศษ รสชาติอาหารก็อร่อยถูกปากไม่ซ้ำใคร ผู้โดยสารจะได้รับประทานอาหารครบทั้ง 3 มื้อ เช้า กลางวัน และมื้อค่ำ ไฮไลน์ของที่นี่จะมีเป็นมื้อดินเนอร์สุดพิเศษที่เรียกว่า Hot Rock ห้องอาหารที่เสิร์ฟวัตถุดิบพรีเมี่ยมบนหินลาวาที่มีอุณหภูมิถึง 400 องศา ที่คุณสามารถปรุงเมนูเด็ดของคุณได้เองหรือจะให้เชฟทำมาเสิร์ฟเลยก็ได้เช่นกันค่ะ

 

ความหรูหราที่แท้จริงของสายเรือ Silver Cloud Expedition ราคาตั๋วเรือจะรวมสิ่งอำนวยความสะดวกไว้อย่างครบครันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นค่าห้องพักพร้อมบริกรส่วนตัว (Butler) ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่มประเภทเหล้า ไวน์ ค่าทิป ค่าภาษีต่างๆ ทัวร์ชายฝั่ง ฯลฯ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่สุดของเหล่านักเดินทางล่องเรือสำราญ ที่ต้องมาให้ได้นั่นเองค่า

  

เชิญชมคลิปวิดีโอกันเลยค่า

 

 

ข้อมูลตัวเลข

 

 

ไลฟสไตล์บนเรือ

 

เจ้าเรือสำราญ Silver Cloud Expedition มักดึงดูดกลุ่มนักเดินทางที่เป็นชาว อเมริกัน สหราชอาณาจักร และ ออสเตรเลียน เป็นหลักค่ะ ส่วนใหญ่จะมีอายุตั้งแต่ 45-75 ปี พวกเขาเหล่านี้ชอบมองหาประสบการณ์แห่งการเดินทางที่แปลกใหม่ และชอบการสำรวจ และผจญภัยเป็นชีวิตจิตใจค่ะ 

 

รีวิวห้องพักบนเรือสำราญ

ห้องพักเป็นแบบห้องสวีททั้งหมด มีขนาดเริ่มต้นตั้งแต่ 22 ตร.ม ขึ้นไป จนถึง 122 ตร.ม หากจะเปรียบเรือสำราญลำนี้ก็คงเปรียบเสมือนกับการได้เข้าพักที่โรงแรมสุดหรูระดับ 6 ดาวพร้อมการบริการที่เป็นเลิศจากพนักงานบนเรือ มีบัทเลอร์ส่วนตัว คอยเสิร์ฟอาหาร และไวน์ชั้นดี เช่น

-  มีความหรูหรา ห้องพักทั้งหมดจะเป็นห้องสวีท มีระเบียงส่วนตัว และสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของท้องทะเล

-  มีพนักงานคอยให้บริการแบบส่วนตัว ภายในห้องพัก

-  ฟรีเครื่องดื่ม น้ำผลไม้ ที่มีเติมให้ภายในตู้เย็นตลอดทุกวัน รวมทั้งแชมเปญ

-  สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องน้ำ แบรนด์ Bvlgari

-  ผ้าปูที่นอนระดับพรีเมี่ยม แบรนด์ Pratesi และผ้าคลุมเตียง

-  เสื้อคลุมอาบน้ำ และรองเท้าแตะสำหรับใส่สบายๆ

-  โทรทัศน์ HD จอแบนที่ทันสมัย

 

รูปแบบห้องพัก

Vista Suite ห้องพักที่สวยงาม สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์บนท้องทะเลแบบพาโนรามา ห้องสวีทนี้มีความกว้างตั้งแต่ 22 ตร.ม

 

Veranda Suite  ห้องพักกว้างขวาง เตียงนอนนุ่มสบาย มีประตูกระจกบานใหญ่ สามารถมองเห็นวิวพระอาทิตย์ในยามค่ำคืน และพระอาทิตย์ตกดินจากห้องนอนมองผ่านออกไปยังนอกนะเบียง ห้องนี้มีความกว้างรวมทั้งระเบียงประมาณ 27 ตร.ม

 

Deluxe Veranda Suite ห้องพักกว้างขวาง พื้นที่ใช้สอยมีมากมาย สวยงาม สามารถมองเห็นวิวพระอาทิตย์ในยามค่ำคืน และพระอาทิตย์ตกดินจากห้องนอนมองผ่านออกไปยังนอกนะเบียง ห้องดีลักซ์สวีทนี้ มีความกว้างประมาณ 27 ตร.ม

 

Medallion Suites  ทัศน์ยภาพที่งดงามที่สุด เงียบสงบและผ่อนคลาย ภายในห้องพักกว้างขวาง พื้นที่ใช้สอยมีมากมาย พร้อมตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห้อง Medallion Suites  มีความกว้าง รวมทั้งระเบียงที่สามารถนอนอาบแดดนอกห้องได้สบาย โดยกว้างประมาณ 40 ตร.ม ห้องนี้สามารถรองรับแขกได้ 3 ท่านนะคะ

 

Silver Suites  ทัศน์ยภาพที่งดงามที่สุด เงียบสงบและผ่อนคลาย ภายในห้องพักกว้างขวาง พื้นที่ใช้สอยมีมากมาย พร้อมตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห้อง Silver Suites  มีความกว้าง รวมทั้งระเบียงที่สามารถนอนอาบแดดนอกห้องได้สบาย โดยกว้างประมาณ 52 ตร.ม ห้องนี้สามารถรองรับแขกได้ 3 ท่านนะคะ

 

Owner’s Suite   ทัศน์ยภาพที่งดงามที่สุด เงียบสงบและผ่อนคลาย ภายในห้องพักกว้างขวางหรูหราและทันสมัย พื้นที่ใช้สอยมีมากมาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห้อง Owner’s Suite  มีความกว้าง รวมทั้งระเบียงที่สามารถนอนอาบแดดนอกห้องได้สบาย ความกว้างประมาณ 55-77 ตร.ม

 

Royal Suite พื้นที่กว้างขวาง สวยงาม มีวิวทิวทัศน์ของท้องทะเลผ่านวิวภายในห้องพักแบบส่วนตัวที่สุด เหมาะสำหรับการมีวันพักผ่อนที่แสนจะสบาย  มีให้เลือกทั้ง 1 ห้องนอน หรือ 2 ห้องนอน พื้นที่มีความกว้างรวมทั้งระเบียงประมาณ 69-96 ตร.ม ค่า 

 

Grand Suite ห้องพักสุดโรแมนติก พื้นที่กว้างขวาง การตกแต่งภายในห้องหรูหรา สวยงาม มีวิวทิวทัศน์ของท้องทะเลผ่านระเบียงห้องพักแบบส่วนตัวที่สุด สามารถชมวิวพระอาทิตย์ตกดินได้อย่างสบายใจ ห้อง Grand Suite มีความกว้างรวมทั้งระเบียงประมาณ 95-122 ตร.ม ค่า  

 

สิ่งอำนวยความสะดวกบนเรือ

Tor's Observation Library หากจะเปรียบว่าที่นี่เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยที่สุดก็คงไม่แปลกใจค่ะ ที่แห่งนี้ตั้งอยู่ชั้น 9 บนเรือสำราญ ภายในมีการตกแต่งด้วยโทนสีน้ำเงิน สบายตา มีบาร์เล็กๆตั้งอยู่ โต๊ะ และเก้าอี้ถูกจัดเป็นสัดส่วน อีกทั้งยังเป็นห้องที่เหมาะแก่การมานั่งอ่านหนังสือ หรือมีมุมส่วนตัวเป็นของตัวเอง พร้อมจิบกาแฟและชาในระหว่างวัน สำหรับในเวลากลางคืนที่นี่ก็จะมีเครื่องดื่มค็อกเทลให้จิบกันแบบสบายใจ พร้อมพบปะ พูดคุยกับเพื่อนใหม่ๆ ถือเป็นอีกจุดนัดพบที่ต้องมาให้ได้ค่า

 

Explorer Lounge  บรรยากาศภายในรู้สึกได้ถึงความหรูหรา แสง สีเสียง และความพิถีพิถันของการจัดเรียงเก้าอี้แต่ละตัว สถานที่แห่งนี้เหมาะแก่การจัดงานบรรยายในหัวข้อพิเศษ พร้อมทั้งฉายวิดีโอ และยังรวมถึงงานแสดงโชว์ต่างๆ อาทิเช่น ละครบอร์ดเวย์ ก็เพลิดเพลินและตื่นเต้นไปอีกแบบค่า

 

Panorama Lounge เลาจน์แห่งนี้ตั้งอยู่ชั้น 8  นั่งที่ถูกจัดเป็นสัดส่วน บรรยากาศสบายๆ เป็นที่ที่ความรู้สึกที่เงียบสงบ ผักผ่อน และเรียบง่าย แต่หลังจากเสร็จอาหารค่ำที่นี่ จะมีทั้งนักเปียโน มาบรรเลงดนตรีเพราะๆ  มีทั้งดีเจคอยเปิดเพลงสนุกๆ สลับหมุนเวียนกันไป และขาแดนซ์มันส์ๆ ต้องไม่พลาด จุดนี้ได้รับความนิยมอย่างมากบนเรือสำราญ พร้อมจิบเครื่องดื่มค็อกเทล ใช้ชิวิตแบบอิสระได้เต็มที่ เพลิดเพลิน สนุกสุดเหวี่ยงกันได้เต็มที่ค่า

 

Pool Deck  ศูนย์รวมแห่งความเพลิดเพลิน สระว่ายน้ำของที่นี่ตั้งอยู่บนชั้น 8 บนเรือสำราญ ตื่นเช้าๆ มารับแสงแดดอ่อนๆ ริมสระ หรือจะมาในตอนกลางวันที่อากาศกำลังร้อนได้ที่ก็สามารถมาว่ายน้ำเล่น เพื่อผ่อนคลาย สบายตัวกันได้ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ให้เสียงหัวเราะ สนุกสานกันได้ทั้งครอบครัวค่า

 

หากใครที่กำลังเบื่อๆ แนะนำให้ขึ้นมาที่ชั้น 8 โซนนี้เรียกว่า Pool Bar นั่งชิวๆที่บาร์ พร้อมสั่งเครื่องดื่มเย็น ๆ พร้อมกับสั่งสแน๊คมาทานเล่นๆ และหัวเราะ เพลิดเพลิน ไปกับพองเพื่อนก็สบายใจไม่เบานะคะ

 

Connoisseur’s Corner เป็นสถานที่อันเงียบสงบ สำหรับคอนักดื่ม ที่นี่มีบริการเหล้าวิสกี้ ไวน์อย่างดี รวมถึง ซิการ์สำหรับผุ้ที่ชื่นสอบการดื่มจัด และเพลิดเพลินกับการสูบซิการ์ เลานจ์แห่งนี้เป็นสถานที่เดียวที่มีการอนุญาตให้สูบบุหรี่ได้ทุกประเภทค่า พิกัดตั้งอยู่ชั้น 8 บนเรือสำราญค่า

 

Dolce Vita ตั้งอยู่บริเวณชั้น 5 บนเรือสำราญ เหล่านักเดินทาง เพลิดเพลินไปกับการฟังเสียงดนตรีสด และฟลอร์เต้นรำ ที่จะทำให้สนุกสุดเหวี่ยง พร้อมเสิร์ฟด้วยเครื่องดื่มค็อกเทลฟรี ที่จะทำให้ช่วงค่ำของวันเป็นคืนที่สุดแสนจะลงตัวที่สุดค่ะ

 

Boutiques เอาใจนักช็อปทั้งหลาย ที่บนเรือสำราญลำนี้มีสินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ กระเป๋า เสื้อผ้า น้ำหอม เครื่องประดับ นาฬิกาแบรนด์หรู และอื่นๆ พิกัดตั้งอยู่ชั้น 8 บนเรือ ขาช็อปต้องห้ามพลาดนะคะ

 

Zagara Spa เพลิดเพลินและผ่อนคลายได้ตลอดวัน สปาคลับแห่งนี้ ภายในหรูหรา ทั้งทรีตเมนต์ ซาวน่า อบไอน้ำ ขัดผิว ขัดตัว นวดตัว เรียกได้ว่ามีโปรแกรมให้บริการดูแลตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า รวมไปถึงการฝังเข็ม นอกจากนี้ ที่นี่เขายังมี Beauty Salon สำหรับสุภาพบุรษและสตรี ที่รักความสวยความงามเป็นพิเศษ มีบริการตัดผม ตัดเล็บ เรียกได้ว่าครบครันเป็นที่สุด พิกัดมากันได้ที่ชั้น 7 บนเรือสำราญค่า

 

Fitness Centre อุปกรณ์การออกกำลังกายที่ครบครัน และทันสมัย สำหรับคนรักสุขภาพ และดูแลด้านรูปร่างต้องมาที่ยิมแห่งนี้ มีทั้งผู้ฝึกสอน ที่จะทำให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ง่าย พิกัดตั้งอยู่ชั้น 6 ใกล้ๆกับ สปาคลับนั่นเองค่า 

 

ห้องนี้เรียกว่า Photo Studio เอาใจนักถ่ายภาพตัวโยง หากใครที่ต้องการภาพสวยๆ สามารถมาพิมพ์ภาพได้ที่นี่ มีทั้งเป็นโปสการ์ด ภาพแบบพาโนรามา หรือการแต่งภาพที่นี่เขามีโปรแกรมครบครัน เช่น Adobe Lightroom และ Photoshop อิอิ คนรักภาพอยู่ที่นี่ทั้งวันก็ไม่เบื่อค่า

 

 

ห้องอาหารหลัก และห้องอาหารพิเศษ

 

The Grill ไฮไลท์ของที่นี่จะมีเป็นมื้อดินเนอร์สุดพิเศษที่เรียกว่า Hot Rock ห้องอาหารที่เสิร์ฟวัตถุดิบพรีเมี่ยมบนหินลาวาที่มีอุณหภูมิถึง 400 องศา ที่ใครมาจะต้องลิ้มลองให้ได้ค่า ห้องอาหารนี้ตั้งอยู่บริเวณชั้น 8 บนเรือสำราญ เมนูก็มีหลากหลาย ทั้งเนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อกุ้ง เนื้อปลาย่าง และพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย อิอิ ใครไม่มาถือว่าผิดนะคะ

 

  

สำหรับห้องอาหารสุดหรูหราและชื่อดังอย่าง La Dame by Relais & Châteaux ตั้งอยู่ชั้น 4 บนเรือสำราญ มีค่าใช้จ่าย 60 เหรียญต่อท่าน เป็นร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศส สุดคลาสสิค และหรูหรา เปิดให้บริการเฉพาะมื้อค่ำ และ ต้องทำการจองสำรองที่นั่งล่วงหน้าเท่านั้นค่ะ ที่นี่นำเสนออาหารที่เป็นเอกลักษณ์ เนื้ออย่างดี กุ้งล็อบเตอร์ก็มา แถมมีไวน์รสชาติเยี่ยมที่ตั้งเรียงรายบนชั้นให้ได้เรียกดู บรรยากาศก็ไม่ต้องพูดถึง อารมณ์เหมือนอยู่ภัตรคารสุดหรูในประเทศฝรั่งเศษยังไงยังงั้นค่า

 

La Terrazza ห้องอาหารขนาดใหญ่สไตล์บุฟเฟต์ สำหรับมื้อเช้า และ มื้อกลางวัน ส่วนมื้อค่ำห้องนี้จะเปลี่ยนเป็นร้านอาหารสไตล์อิตาเลียน พิกัดห้องอาหารตั้งอยู่บริเวณชั้น 7 บนเรือสำราญค่า สำหรับใครที่ชื่นชอบอาหารบุฟเฟต์ มื้อเช้าและมื้อกลางวันต้องห้ามพลาด สำหรับใครที่เป็นแฟนคลับอาหารอิตาเลี่ยนแท้ๆ ตอนเย็นมาเจอกันได้ที่นี่เช่นกันค่า

 

The Restaurant ตั้งอยู่ชั้น 4 เป็นห้องอาหารหลักบนเรือสำราญสุดหรู การตกแต่งสวยงามสไตล์คริสตัล สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามในระหว่างที่เพลิดเพลินไปกับการรับประทานอาหาร รสชาติอาหารก็ไม่แพ้ที่ใด หากใครอยากลิ้มลองรสชาติอาหารตามฤดูกาล และอาหารท้องถิ่น ต้องมาได้ที่นี่เท่านั้นค่ะ สำหรับห้องอาหารนี้มาได้ทุกเมื่อ โดยไม่ต้องจองที่นั่งล่วงหน้านะคะ

 

เส้นทางล่องเรือสำราญ Silver Cloud Expedition

- เรือสำราญ Silver Cloud Expedition จะล่องในแถบ ยุโรป สแกนดิเนเวีย แคนาดา อเมริกา เป็นต้น

- ระยะเวลาการเดินทางโดยส่วนใหญ่ ตั้งแต่ 9 วันขึ้นไป 

- เรือสำราญ Silver Cloud Expedition ส่วนใหญ่จะออกจากท่าเรือ London, Dublin, Leith, Longyearbyen, Kristiansund,Tromso, Kangerlussuaq, St. John's/Newfoundland, Colon เป็นต้น

 สำหรับผู้ที่รักการเดินทางล่องเรือสำราญ  สามารถดูเส้นทางการเดินทางตลอดทั้งปีได้ที่นี่ เส้นทางล่องเรือสำราญ Silver Cloud Expedition

เรือสำราญ Silver Cloud Expedition ของสายเรือ Silversea cruises