คุณแนน รีวิวล่องเรือสำราญ สิงคโปร์ Mariner of the Seas สายเรือ Royal Caribbean Part 2/5

คุณแนน รีวิวล่องเรือสำราญ สิงคโปร์ Mariner of the Seas สายเรือ Royal Caribbean Part 2/5

ล่องเรือสำราญ Mariner of the Seas DAY 2

               มาถึงการล่องเรือสำราญกันวันที่ 2 แล้นน เรือจะเข้าเทียบท่าที่ George Town, Penang ในเวลาบ่าย 3 โมง และเรือจะออกจากท่าเรือที่ปีนังตอน 4 ทุ่ม เราสามารถใช้เวลาในการเที่ยวรอบๆ George Town ได้ทั้งวันเลยอะแกรร แค่คิดก็เหนื่อยละ เที่ยวทั้งวัน! อะ พอเรือเทียบท่า เราก็อยากที่จะลงไปเที่ยวแล้วใช่ม้า ก็เดินกันไปที่ประตูทางออกของเรือ จะมีพนักงานสแกนข้อมูลยืนยันตัวตน โดยจะขอ SeaPass ของเราไปสแกนบาร์โค้ด เหมือนคอยบันทึกทุกๆ การ เข้า-ออก เพื่อป้องกันคนลักลอบขึ้นเรือ พอสแกนเสร็จปุ๊บ ก็ออกไปสู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นน~

 

               พอออกจากเรือ เดินตามทางออกที่คนเขาออกกัน ก็รู้สึกอยากแปลงร่างเป็นมดทันที.. คนแน่นเว่อรรรร์ พอเราออกมาจากตึกท่าเรือ ก็จะมีพวกทัวร์และแท็กซี่ต่างๆ นาๆ มารอและตอมเรา 555 แข่งกันขายโปรโมชั่นของตัวเอง มีทั้งรถบัส แท็กซี่ เห็นแล้วมึนสุด ไหนจะมีแท็กซี่เข้าชาร์จอย่างไวมาเสนอเรา บอกว่าจะขับพาเที่ยว 3 ชม. ราคา 150 ริงกิต ตอนนั้นเลยแบบรู้สึกว่า โน๊ โน ถ้าอยากเลือกอันไหนจะไปกับใคร เดี๋ยวเลือกเอ๊งง ก็เลยตัดสินใจลงไปเซอร์เวย์เมืองก่อน แล้วค่อยคิดอีกที จนดินออกมา ถึงกับยืนงง ไม่รู้ว่าจะเที่ยวที่ไหน ไปตรงไหนดี แล้ววินาทีนั้นเหมือนสวรรค์มาโปรด เราหันไปเจอกับคุณแท็กซี่ที่ไม่ตื๊อไม่ตอม แค่เฝ้ามองห่างๆ อย่างห่วงๆ ก็เลยอะ เดินไปฟังโปรเขาหน่อยละกัน สรุปคือ นางพูดจาดี ไม่บังคับ ไม่อึดอัด และที่สำคัญราคาถูก ก็ตัดสินใจไปกันเล้ย

ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ แท็กซี่ 1 คัน วิ่ง 3 ชม. 90 ริงกิต (ไป-กลับ) เท่านั้นเองแกรร แล้วใน 3 ชม. นี้เราจะไปที่ไหนก็ได้ตามใจเราเลย เขาจะมีโบชัวร์โชว์สถานที่ยื่นมาให้เราดู เราก็เลือกๆ จิ้มๆ ว่าอยากไปไหน แต่ด้วยความไม่รู้ว่าแต่ละที่มันอยู่ตรงไหน ไกลมั้ย ควรเลาะไปไหนก่อนดี เลยแอบรบกวนให้เขาช่วยเป็นไกด์ให้ด้วย โชคดีมากที่เขาไม่ปฏิเสธ 5555 พร้อมกับทำหน้าที่ไกด์จำเป็นได้อย่างดีงาม น่ารักมากๆ เขาก็พาเราไปรอบๆ George Town เลย

 

ตอนแรกเราจะไปกันที่ Upside Down Museum แต่ว่าา คนเยอะมากก เขาบอกว่ากว่าจะได้เล่นต้องรอเป็นชั่วโมง กลัวว่าจะไม่ทัน เขาก็เลยพาเรามาที่นี่ Magic World ไปถึงก็ซื้อตั๋วเข้าไป ราคาตั๋วของคนต่างชาติจะตกอยู่ที่ประมาณสองร้อยกว่าบาท จัดว่าโอเคค 

 

 

แล้วเขาก็พาเดิน Street Art ที่มีชื่อเสียงที่สุดในปีนัง เป็นสถานที่ที่ควรไปเช็คอินฝุดๆ แต่ก็จะมีรูปบนผนังไม่เยอะเท่าไหร่ คือภายใน 3 ชม. คุ้มมาก เสร็จแล้วก็กลับขึ้นเรืออ

 

วัดก็จะเยอะกันหน่อยๆ ส่วนใหญ่ที่เห็นจะเป็นวัดจีนในละแวกนี้ แล้วก็มีมัสยิดด้วยค่า

 

 

อันนี้เป็นตอนขากลับ กำลังนั่งรถสบายเล้ยย จู่ๆ ก็ขับผ่านร้านบะกุ๊ดเต๋ชื่อดังที่มีชื่อเสียงในปีนัง ร้านชื่อว่า Hong Xiang Bak Kut Teh เสียดายมากกก คือรู้งี้น่าจะเผื่อเวลาอีกหน่อย แล้วเวะมากินก่อนกลับขึ้นเรือก็ยังดี นี่ผ่านร้านไปหน้าตาเฉย เสียดายจริงๆ ใครไปก็อย่าลืมไปลองชิมดูนะคะ ว่ามันอร่อยจริงตามชื่อเสียงที่เลื่องลือหรือไม่.. อิอิ

 

               และนี่คือที่สุดท้ายที่ได้เห็นก่อนขึ้นเรือจริงจัง รูปนี้มี story เริ่มจากคนขับปวดห้องน้ำพอดี เลยต้องจอดรถแวะ ด้วยความซนเบาๆ และอยู่ไม่นิ่งหน่อยๆ ของเรา ก็ได้บอกกับเขาว่า เดี๋ยวไอขอแวะดูมัสยิดแปปนึงได้มั้ย เห็นสวยดี ก็เดินไปดู ได้แต่ทำตัวด้อมๆ มองๆ เพราะไม่กล้าเข้าไป แต่งตัวก็ไม่เรียบร้อย เลยชักกล้องขึ้นมาถ่ายจากรูเล็กๆ ตรงพุ่มหญ้า.. โอ้ เขากำลังละหมาดกันอยู่เลย ยืนเล็งตั้งนานจนสงสัยว่าคนแถวนั้นจะสงสาร เลยบอกว่าให้เข้าไปถ่ายรูปได้นะ ไอเราก็แบบ เกรงใจ ไม่เข้าดีกว่า แต่งตัวไม่เรียบร้อยเข้ามัสยิดเขาไปอีกกก ฝั่งคนท้องถิ่นมาเลย์นี่ก็ใจดีเกิ๊นน บอกไม่เป็นไรๆ เข้ามาได้ ไม่ว่า จาก 1 เสียง กลายเป็น 2 เสียง และเสียงที่ 3, 4, 5 ก็ตามมา ว่าเข้าไปเถอะ 5555 ก็เลยเข้าไปจิ๊ดนึง ตื้นๆ ถ่ายเสร็จ ลืมแว้บออกมาเลย ก็ขอบคุณเขากันไปตามระเบียบ

 

               สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยคือ ทุกคนควรที่จะกลับขึ้นเรือก่อนเรือออกประมาณ 1 ชม. เพื่อป้องกันการตกเรือ และเตรียมพร้อมที่เรือจะออกค่า คือถ้าตกเรือนี่จะแซดมาก เพราะถ้าเราตกเรือ เราอาจจะต้องบินไปรอขึ้นเรือในท่าเรือต่อไป ซึ่งถ้าว่ากันตรงๆ ก็คือ บัตเจ็ทบานตะไทแน่นอน ดังนั้นต้องระวังเรื่องเวลาให้ดีนะเด้อ พอกลับขึ้นเรือ เราก็ต้องยืนต่อคิว ยื่น SeaPass ให้พนักงานสแกนบัตรยืนยันตัวตนว่าเรากลับขึ้นมาแล้ว อั๊วไม่ตกเรือน้า พอเห็นเรือถึงกับร้อง ตู้หูว! เรือตอนกลางคืนสวยจุงเลย เลยแชะภาพไว้ซะหน่อย อิอิ

 

               เที่ยวทั้งวัน แทบจะไม่ได้กินอะไรเล๊ยย หิวอะ พอขึ้นเรือมาคือดีอีกแล้ว พุ่งไปที่ชั้น 11 ที่ห้องอาการ Windjammer อย่างแรกเลย จะเป็นห้องอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ รสชาติโอเค ดีงาม พออิ่มท้องปุ๊บ ก็เริ่มออกกองลาดตระเวนกิจกรรมบนเรือต่อเลยฮ้าา ตกดึกถ้าใครหิวก็ไม่ต้องห่วงเลย จะมีคาเฟ่เปิดให้บริการตลอด 24 ชม. ชื่อว่า Café Promenade อยู่ชั้น 5 ตรงโถงกลางเรือ Royal Promenade เลย จะมีทั้งพวกคุกกี้ พิซซ่า เยลลี่ กาแฟ ขนมปัง เยอะมากกกเว่อร์ ต้องมาลอง หรือจะมานั่งชิลๆ ถ่ายรูปสวยๆ ก็ไม่ว่ากันนาจาา

 

ขอจบ Part 2 ที่ตรงนี้ก่อนเน้ออ

อ่านต่อตอนอื่นๆ ได้ ตามข้างล่างนี้เลยค่า

Part 1 - หนีงานมาล่องเรือ จะเจออะไรบ้างนะ (Cruise From Singapore)

Part 3 - บุกเกาะแห่งต้องคำสาปในอดีต เกาะลังกาวี! (Langkawi, Malaysia)

Part 4 - Lost in Mariner.. ทำอะไรบนเรือ 24 Hours? (Cruising Mariner of the Seas)

Part 5 - Back to basic อยู่ต่อเลยได้มั้ย~ (Cruise back to Singapore)