ล่อง 7 เรือสำราญยุโรป เที่ยวทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ทัวร์ทะเลสวยสุดสวีท ตามรอยเทพเจ้ากรีกผู้ยิ่งใหญ่

ล่อง 7 เรือสำราญยุโรป เที่ยวทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ทัวร์ทะเลสวยสุดสวีท ตามรอยเทพเจ้ากรีกผู้ยิ่งใหญ่

วันนี้เราจะพาไปล่องเรือสำราญในยุโรป ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ซึ่งประกอบไปด้วย อิตาลี กรีซ ตุรกี อิสราเอล ไซปรัส และอียิปต์ ท่องเที่ยวชมความงาม ตามหมู่เกาะต่างๆ พร้อมบุกตะลุยไปกับดินแดนแห่งอารยธรรมโบราณ ตามรอยประวัติศาตร์อันเก่าแก่ที่ถูกยกให้เป็นเมืองแห่งมรดกโลก ต่อด้วยชมความมหัศจรรย์อันน่าทึ่งทางธรรมชาติ ท้องทะเล และขุนเขาในแถบ "เมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก" ค่า

หลายท่านอาจจะสงสัยว่า.. เมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกที่ว่านี้อยู่ตรงไหนกันหล่ะ? พูดไปอาจมองไม่เห็นภาพ.. เอาเป็นว่าเราลองมากางแผนที่ไปพร้อมๆ กันนะคะ เรามาลองเล่นเกมส์ทายภาพกัน ใครมองเห็นสันรองเท้าบู๊ตสีเขียวๆ ทางด้านซ้ายบ้างเอ่ย? ใบ้แบบนี้คงเดากันไม่ยากนะคะ เอาหล่ะ ทีนี้ให้เรามองจากสันรองเท้าบู๊ตของประเทศอิตาลี ไล่ลงมาทางขวา ไปจนถึงชายฝั่งของประเทศอิสราเอล นั่นละค่ะ คือ อาณาเขตของเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก นอกจากนี้ สำหรับท่านที่นึกภาพสถานที่ท่องเที่ยวและเส้นทางไม่ออก แนะนำให้ดู ภาพรวมเส้นทางล่องเรือสำราญ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ค่า

 

ภาพรวมเส้นทางล่องเรือสำราญ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก

 

"เมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก" สวรรค์ของนักเดินทาง ที่ใครๆ ก็อยากมาสัมผัสให้เห็นด้วยตาตัวเอง เสน่ห์ของที่นี่มีความสวยงามจับใจ ยิ่งในช่วงฤดูการท่องเที่ยวตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม จนถึงปลายเดือนกันยายน ท้องฟ้าที่นี่จะแจ่มใส ตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าคราม เราจะได้สัมผัสกับความมีชีวิตชีวาของอิตาลี ทานอาหารอร่อยๆ เยี่ยมชมเมืองสวยมรดกโลกที่ตั้งอยู่ริมผา แวะเที่ยวเกาะน้อยใหญ่สวยๆ ที่มีอยู่มากมายของกรีซ ชมบ้านเรือนสีสันสดใส ตามรอยดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของโลก และทึ่งกับศูนย์รวมสถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมของสองทวีป ยุโรปกับเอเชีย ที่ตุรกี

การมาเยือนเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก เราสามารถเลือกเรือสำราญได้หลากหลายแบบ เกือบทุกสายเรือวิ่งในเส้นทางนี้ เพราะเป็นหนึ่งในเส้นทางยอดฮิตของโลก

หากเป็นเรือสำราญขนาดใหญ่ จุผู้โดยสาร 2,000 ถึง 5,000 ท่าน เช่น สายเรือ Disney, Royal Caribbean, Princess ก็มักจะเริ่มต้นและแวะท่าเรือใหญ่ๆ ท่าเรือยอดฮิต เก็บไฮไลท์ ซึ่งเป็นท่าเรือหลักในเขตนี้ ได้แก่ เมือง Venice, Rome, Athens และ Istanbul 

ส่วนเรือหรูหรา เช่น สายเรือ Regent Seven Seas, Crystal, Silversea, Seabourn, Oceania และ Azamara จะแวะท่าเรือเล็กๆ ที่เรือใหญ่เข้าไม่ถึง ทำให้สามารถสัมผัสความเป็นยุโรปได้มากยิ่งขึ้น และยังเพิ่มระยะเวลาเดินทางล่องเรือให้ยาวนานขึ้น โดยนอกเหนือจากเมืองท่า และเกาะชื่อดัง ที่รู้จักกันทั่วโลกอย่าง ดูบรอฟนิก ซานโตรินี มิโครนอส เอเธนส์ อิสตันบูล คูซาดาซี่ และอิชเมียร์ เรือยังแล่นไปอีกหลายเมืองสวยที่น่าค้นหา เช่น สปลิท ซาร์ดา (โครเอเชีย) คอร์ฟู มิโครนอส (กรีซ) ไซปรัส ไปจนถึงเมืองท่าไฮฟา ประตูสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เยรูซาเลม

 

สายเรือสำราญที่ดีที่สุดในแถบนี้ คือ Seabourn, Regent Seven Seas, Crystal, Silversea, Oceania และ Azamara

สายเรือสำราญที่คุ้มค่าที่สุด คือ Royal Caribbean, Princess และ Celebrity

เรือสำราญที่เหมาะสำหรับเด็กที่สุด คือ Disney และ Royal Caribbean

เรือสำราญแนะนำปี 2018 เป็นเรือที่มีเส้นทางล่องเรือที่โดดเด่น และน่าสนใจ เราขอแนะนำน้องใหม่อย่าง ms Nieuw Statendam ของสายเรือ Holland America Line 

 

เส้นทางล่องเรือสำราญเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ปี 2019 ทั้งหมด

เส้นทางล่องเรือสำราญเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ปี 2020 ทั้งหมด

 

เรือสำราญที่จะพาเราล่องไปในแถบ "เมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก" ถือเป็น อีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ควรพลาด ซึ่งวันนี้เราจะมี 7 เรือสำราญที่ใช่ เป็นตัวเลือกให้เหล่านักเดินทางได้ตัดสินใจเลือกกันค่ะ  

  

1. ล่องเรือสำราญ Seabourn Encore ของสายเรือ Seabourn

เลือก เส้นทางล่องเรือ Seabourn Encore ในเมดิเตอร์เรเนียน ตะวันออก ปี 2019-2020 โดยมีเส้นทางแนะนำที่น่าสนใจ ได้แก่

  • ทริป 7 คืน เริ่มจาก Athens/Piraeus, Nafplion, Katakolon, Corfu, Crotone, Siracusa, Amalfi และสิ้นสุดที่ Rome/Civitavecchia
  • ทริป 7 คืน เริ่มจาก Rome/Civitavecchia, Naples, Messina, Crotone, Corfu, Katakolon, Nafplion และสิ้นสุดที่ Athens/Piraeus
  • ทริป 11 คืน เริ่มจาก Valletta, Gozo Island, Giardini Naxos, Gallipoli, Kotor, Durres, Corfu, Thira/Santorini, Kos, Mykonos และสิ้นสุดที่ Athens/Piraeus

 

จุดเด่น:  เรือลำใหม่ที่ทันสมัย และมีดีไซด์ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในการล่องแถบเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ด้วยขนาดของเรือขนาดกลาง จุผู้โดยสารได้เพียง 600 ท่าน แต่เป็นอะไรที่น่าทึ่งมากค่ะ เพราะเรือลำนี้สามารถไปจอดเทียบที่ท่าเรือเล็กๆ ซึ่งแน่นอนว่าเรือขนาดใหญ่บางลำไม่สามารถเข้าถึงได้ เช่น ท่าเรือยอดฮิตที่คนอยากไปมากที่สุดอย่าง Amalfi ท่าเรือเล็กๆ ที่มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ล้อมรอบ พร้อมวิวทิวทัศน์งดงาม มองไปทางไหนก็เห็นวิวแบบพาโนรามาของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และ ที่แห่งนี้ยังคงรักษารูปแบบของสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของบ้านเมืองจนได้รับการรับรองให้เป็นเมืองมรดกโลก รวมถึงอีกหนึ่งท่าเรืออย่าง Parga เป็นท่าเรือเล็ก แต่มีชายหาดที่สวยงามม๊ากกกกกก พร้อมแหล่งช้อปปิ้ง และร้านอาหารมากมายบนชายฝั่ง หากใครเลือก Seabourn Encore รับรองว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมแน่นอนค่ะ

ข้อจำกัด: Seabourn Encore เรือลำนี้ถูกจัดให้อยู่ในคลาสเรือสุดหรู ราคาอาจจะสูงเกินงบ สำหรับบางท่าน 

 

เรือสำราญ Seaboun Encore สายเรือ Seabourn

 

 

 

2. ล่องเรือสำราญ Seven Seas Voyager ของสายเรือ Regent Seven Seas

เลือก เส้นทางล่องเรือ Seven Seas Voyager ในเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ปี 2019-2020 โดยมีเส้นทางแนะนำที่น่าสนใจ ได้แก่

  • ทริป 7 คืน เริ่มจาก Venice/Italy, Split, Kotor, Durres, Corfu, Taormina, Sorrento/Italy และสิ้นสุดที่ Rome/Civitavecchia
  • ทริป 8 คืน เริ่มจากRome/Civitavecchia, Sorrento/Italy, Taormina, Cruise Ionian Sea, Kusadasi, Istanbul, Bozcaada และสิ้นสุดที่ Athens/Piraeus
  • ทริป 8 คืน เริ่มจาก Rome/Civitavecchia, Amalfi, Strait of Messina, Catania, Valletta, Cruise Mediterranean Sea, Nafplion, Thira/Santorini, Kusadasi และสิ้นสุดที่ Athens/Piraeus

 

จุดเด่น: เรือสำราญ Seven Seas Voyager ถือเป็นเรือสุดหรูหรา พร้อมบริการท่ีเป็นเลิศแบบไร้ที่ติ ถ้าให้คะแนนก็ A+ จ้า อาหารอร่อยเลิศ ในส่วนของห้องพักก็กว้างขวาง และมีพื้นที่ส่วนกลางที่เรียกได้ว่าใหม่และทันสมัยมากค่ะ ด้วยเรือลำนี้เป็นเรือขนาดกลาง มีผู้โดยสารเพียง 447 ท่าน การบริการมีความเป็นส่วนตัวมาก พนักงานดูแลผู้โดยสารได้อย่างดีเยี่ยมและทั่วถึง มีไกด์ที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีมาก และมีเส้นทางในฝันยอดฮิตที่จะนำนักเดินทางไปสัมผัส ในเส้นทางสวยๆ เช่น เวนนิส  โครเอเชีย กรีก และ เอเธนส์ เป็นต้น และ จุดเด่นอีกข้อนึงคือ ค่าห้องพักรวมทุกอย่างไว้แล้ว เป็น All-Inclusive รวมค่าทัวร์ชายฝั่ง ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าร้านอาหารพิเศษ ค่าทิป ทั้งหมดไว้แล้ว พิเศษต่างจากสายเรืออื่นๆ

ข้อจำกัด: สายเรือนี้ เป็นหนึ่งในสายเรือที่หรูที่สุดในโลก เรือลำนี้ก็เป็นเรือสุดหรู ราคาอาจจะสูงเกินงบค่า

 

 

 

3. ล่องเรือสำราญ Crystal Serenity ของสายเรือ Crystal Cruises 

เลือก เส้นทางล่องเรือ Crystal Serenity ในเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ปี 2019-2020 โดยมีเส้นทางแนะนำที่น่าสนใจ ได้แก่

  • ทริป 7 คืน เริ่มจาก Rome/Civitavecchia, Sorrento/Italy, Cruise Ionian Sea, Corfu, Kotor, Dubrovnik และสิ้นสุดที่ Venice/Italy
  • ทริป 7 คืน เริ่มจาก Venice/Italy, Kotor, Corfu, Dubrovnik, Split, Koper และสิ้นสุดที่  Venice/Italy
  • ทริป 13 คืน เริ่มจาก Rome/Civitavecchia, Sorrento/Italy, Cruise Ionian Sea, Chania/Crete, Cruise Mediterranean Sea, Haifa, Ashdod, Paphos, Rhodes, Thira/Santorini, Patmos Island และสิ้นสุดที่ Athens/Piraeus

 

จุดเด่น: เรือสำราญ Crystal Serenity เป็นเรือสุดหรู ภายในสวยงาม และอลังการ หากเปรียบเสมือนโรงแรมก็ต้องยกให้ระดับ 6 ดาวกันเลยทีเดียวค่ะ ภายในห้องพัก มีเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง และของใช้สุดหรู พร้อมทั้งพนักงานที่คอยให้บริการอย่างดีเยี่ยม โรงหนัง Hollywood Theatre ที่ฉายภาพยนต์สุดคลาสสิค เป็นที่ถูกใจของเหล่านักเดินทางเป็นอย่างมาก บรรยากาศผ่อนคลาย เหมาะมาพักผ่อนกันทั้งครอบครัวเป็นอย่างมากค่า ที่สำคัญกิจกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ราคาจะถูกรวมไว้ในห้องพักเรียบร้อยแล้ว  จุดเด่นอีกข้อ คือ Crystal Serenity เรือสำราญลำนี้ มีเส้นทางล่องเรือที่น่าสนใจ ทั้ง Monte Carlo ภูมิประเทศงดงามหมดจดดั่งสวรรค์บนดิน ล่องไปยัง Rome เมืองที่สวยงามคงความเป็นสถาปัตยกรรมและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ แล่นผ่านจนถึง Corfu เกาะเล็กๆ ของภาคตะวันตกของกรีซ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และอีกหนึ่งเส้นทางที่ขาดไม่ได้เลย คือ Dubrovnik เมืองสวยแห่งโครเอเชีย ถูกยกย่องให้เป็นเมืองแห่งมรดกโลก นั่นเองจ้า

ข้อจำกัด: กิจกรรมความบันเทิงในยามค่ำคืนมีไม่มาก กิจกรรมโชว์การแสดงจำกัดรอบพียง 45 นาที เท่านั้น กลางคืนเงียบสงบ อาจไม่เหมาะสำหรับบางท่านค่ะ 

 

 

 

4. ล่องเรือสำราญ Silver Shadow ของสายเรือ Silversea Cruise 

เลือก เส้นทางล่องเรือ Silver Shadow ล่องในแถบเอเชีย ปี 2019-2020 โดยมีเส้นทางแนะนำที่น่าสนใจ ได้แก่

  • ทริป 7 คืน เริ่มจาก Athens/Piraeus, Syros Island, Kusadasi, Patmos Island, Rhodes, Agios Nikolaos, Thira/Santorini และสิ้นสุดที่ Athens/Piraeus
  • ทริป 7 คืน เริ่มจาก Venice/Italy, Split, Kotor, Corfu, Nafplion และสิ้นสุดที่ Athens/Piraeus
  • ทริป 9 คืน เริ่มจาก Venice/Italy, Opatija, Split, Kotor, Corfu, Katakolon, Monemvasia, Thira/Santorini และสิ้นสุดที่ Athens/Piraeus
  • ทริป 11 คืน เริ่มจาก Barcelona, Marseille, Saint-Tropez, Livorno, Rome/Civitavecchia, Sorrento/Italy, Taormina, Brindisi, Split และสิ้นสุดที่ Venice/Italy

 

จุดเด่น: เรือ Silver Shadow เป็นเรือสำราญสุดหรู ระดับ 6 ดาว พนักงานบนเรือมีความเป็นมืออาชีพ และให้บริการที่เป็นเลิศค่า มีบริการ Room Service ตลอด 24 ชั่วโมง และมีบัทเลอร์ส่วนตัว และราคาห้องพัก จะรวมทุกอย่างไว้หมดแล้วเป็น All-Inclusive ทั้งค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่มประเภทเหล้า ไวน์ ค่าทิป ค่าภาษี ต่างๆ ไม่ต้องมาคิดเรื่องค่าใช้จ่ายยิบย่อยอื่นๆ ให้เวียนหัวค่า อิอิ เส้นทางการล่องเรือในแถบยุโรปตะวันออก หลักๆ จะออกจากท่าเรือที่ Athens/Piraeus ท่าเรือ Venice/Italy ท่าเรือ Barcelona เป็นต้นค่า 

ข้อจำกัด: เรือ  Silver Shadow จัดว่าเป็นเรือในเกรดสุดหรู ราคาอาจสูงเกินไปสำหรับบางท่านค่า กิจกรรมความบันเทิงมีไม่มากนัก ไม่ค่อยมีกิจกรรมสำหรับเด็ก บรรยากาศบนเรือมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก อาจจะเงียบเหงาเกินไปสำหรับบางท่านค่า 

 

 

 

5. ล่องเรือสำราญ Oceania Riviera ของสายเรือ Oceania Cruises 

เลือก เส้นทางล่องเรือ Oceania Riviera ในเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ปี 2019-2020 โดยมีเส้นทางแนะนำที่น่าสนใจ ได้แก่

  • ทริป 10 คืน เริ่มจาก Venice/Italy, Dubrovnik, Kotor, Corfu, Katakolon, Chania/Crete, Thira/Santorini, Ephesus, Mykonos และสิ้นสุดที่ Athens/Piraeus
  • ทริป 11 คืน เริ่มจาก Rome/Civitavecchia, Sorrento/Italy, Syracuse, Corfu, Kotor, Venice/Italy, Dubrovnik, Cruise Ionian Sea, Thira/Santorini, Ephesus และสิ้นสุดที่ Athens/Piraeus
  • ทริป 12 คืน เริ่มจาก Venice/Italy, Dubrovnik, Kotor, Cruise Ionian Sea, Valletta, Taormina, Amalfi, Rome/Civitavecchia, Livorno, Monte Carlo, Toulon และสิ้นสุดที่ Barcelona

 

จุดเด่น: เรือ Oceania Riviera เป็นเรือสำราญระดับพรีเมียม สบายๆ สไตล์ Country Club โดยเรือลำนี้ จะเน้น "อาหารที่ดีที่สุด" เมนูอาหารอร่อยเลิศ เปลี่ยนเมนูไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน ห้องอาหารพิเศษที่เป็นไฮไลท์และได้รับความนิยม เช่น "Polo Grill" สำหรับผู้ที่รักการทานสเต๊ก และ "Toscana" ห้องอาหารสุดพิเศษสไตล์อิตาเลี่ยนแท้ๆ สำหรับท่านใดที่หลงไหลในอาหารอิตาเลี่ยนต้องห้ามพลาด ทั้งสองห้องอาหาร รองรับแขกเพียง 90 ท่านเท่านั้น ต้องรีบทำการจองล่วงหน้านะคะ และอีกหนึ่งไฮไลท์เป็น Red Ginger ร้านอาหารเอเชียฟิวชั่น ไทย จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม มีรสชาติกลมกล่อม วัตถุดิบที่เป็นเลิศ อาทิ ปลากระพง กุ้งล็อบสเตอร์ ปลาแซลมอนสดๆ รวมทั้ง เมนูก๋วยเตี๋ยวแบบไทยๆ นั่นเองค่า

อีกหนึ่งจุดเด่น เรือลำนี้มีเส้นทางล่องเรือที่ดีเยี่ยม และยังสามารถเข้าไปจอดเทียบท่ายังท่าเทียบเรือเล็กๆ ได้อย่างง่ายดายอย่าง Amalfi  สถานที่ที่เป็นไฮไลท์ คือ Amalfi Coast โดยทุกท่านสามารถนั่งทัวร์จากเมืองเลียบชายฝั่ง จะผ่านเมืองสวยๆ ของอิตาลีหลายแห่ง เช่น Positano ซึ่งเป็นเมืองที่สวยมาก เป็นหมู่บ้านหน้าผาและเป็น Highlight ของระแวกแถวนั้นนั่นเองค่า และสามารถแวะเทียบที่ท่าเรือเล็กๆ อย่าง Montenegro และ Malta แน่นอนว่าจะได้เที่ยวชมเมื่อเก่าแก่ และสถานที่แห่งประวัติศาสตร์มากมายค่า

ข้อจำกัด: เรือสำราญลำนี้เป็นเรือระดับพรีเมียม สิ่งอำนวยความสะดวกจะอยู่ในระดับกลางๆ และสถานที่ช้อปปิ้งมีน้อยค่า และความบันเทิงในยามค่ำคืนแทบไม่มีกิจกรรมใดๆ เลยจ้า

  

 

 

 

6. ล่องเรือสำราญ ms Nieuw Statendam ของสายเรือ Holland America Line

เลือก เส้นทางล่องเรือ ms Nieuw Statendam ล่องเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ปี 2019-2020 โดยมีเส้นทางแนะนำที่น่าสนใจ ได้แก่

  • ทริป 10 คืน เริ่มจาก Rome/Civitavecchia, Dubrovnik, Kotor, Corfu, Katakolon, Athens/Piraeus, Thira/Santorini, Naples และสิ้นสุดที่ Rome/Civitavecchia
  • ทริป 10 คืน เริ่มจาก Rome/Civitavecchia, Dubrovnik, Corfu, Katakolon, Athens/Piraeus, Kusadasi, Thira/Santorini, Naples และสิ้นสุดที่ Rome/Civitavecchia
  • ทริป 12 คืน เริ่มจาก Rome/Civitavecchia, Dubrovnik, Corfu, Katakolon, Athens/Piraeus, Kusadasi, Thira/Santorini, Messina, Naples และสิ้นสุดที่ Rome/Civitavecchia

 

เรือสำราญแนะนำปี 2018 เรือ ms Nieuw Statendam ของสายเรือ Holland America Line เรือลำใหญ่ในตระกูล Pinnacle-Class Series ของสายเรือ Holland America Line และมีขนาด 99,500 ตัน จุผู้โดยสารได้ถึง 3,194 คน พร้อมเปิดตัวในเดือนธันวาคมปี 2018 ค่า ภายในเรือมีห้องโถงใหญ่ที่กว้างขวาง และสวยงาม สถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในเน้นแสงสี เพิ่มความหรูหรา และอบอุ่น การบริการของพนักงานถูกฝึกมาเป็นอย่างดี และมีความเชี่ยวชาญในการบริการแขกบนเรือให้ได้รับความพึงพอใจ และประทับใจเป็นที่สุด เรือลำนี้ยังเพิ่มความบันเทิงสุดคับคั่ง ทั้ง Lincoln Center Stage, Billboard Onboard และ  B.B. King’s Blues Club ที่เชื่อมต่อกับ Music Walk  ให้ได้สนุกเพลิดเพลินไปกับบทเพลงและดนตรีที่มีให้ฟังทุกแนว และแดนซ์กันสุดเหวี่ยงพร้อมโชว์การแสดงมากมาย รวมไปถึงพื้นที่สาธารณะอย่าง The Lido Pool ที่มาพร้อมจอขนาดใหญ่สำหรับชมภาพยนตร์ และเก้าอี้อาบแดดที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากพอ 


นอกจากนี้ยังมีห้องพักหลายประเภท และมีขนาดตั้งแต่ 16 ตร.ม (ห้องไม่มีหน้าต่าง) ไปจนถึง 35 ตร​.ม (Neptune Suite / Premium Balcony) และ 90 ตร.ม (Penthouse / Pinnacle Suite) และมีห้องพักสำหรับวีลแชร์อีกประมาณ 27 ห้องค่า เส้นทางการเดินทางเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก จะออกจากท่าเรือ Rome/Civitavecchia เป็นหลักค่า ทริปการเดินทางตั้งแต่ 10 คืนขึ้นไป เหมาะสำหรับท่านที่มีเวลาเดินทางนานๆ เพื่อซึมซับความงามของธรรมชาติ ศิลปะ วัฒนธรรม สนใจในเรื่องราวประวัติศาสตร์ และชื่นชมความงดงามของเมืองมรดกโลกอันทรงคุณค่า ทริปแนะนำ เริ่มจาก Rome/Civitavecchia, Dubrovnik, Kotor, Corfu, Katakolon, Athens/Piraeus, Thira/Santorini, Naples และสิ้นสุดที่ Rome/Civitavecchia เป็นต้นค่า

  

  

 

7. ล่องเรือสำราญ Jewel of the Seas ของสายเรือ Royal Caribbean International

เลือก เส้นทางล่องเรือ Jewel of the Seas ในเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ปี 2019 โดยมีเส้นทางแนะนำที่น่าสนใจ ได้แก่

  • ทริป 7 คืน เริ่มจาก Rome/Civitavecchia, Thira/Santorini, Mykonos, Athens/Piraeus, Katakolon และสิ้นสุดที่  Rome/Civitavecchia
  • ทริป 9 คืน เริ่มจาก Rome/Civitavecchia, Chania/Crete, Mykonos, Rhodes, Thira/Santorini, Athens/Piraeus, Naples และสิ้นสุดที่ Rome/Civitavecchia
  • ทริป 12 คืน เริ่มจาก Rome/Civitavecchia, Messina, Ashdod, Haifa, Limassol, Rhodes, Kusadasi, Athens/Piraeus, Naples และสิ้นสุดที่ Rome/Civitavecchia

 

จุดเด่น: เรือ Jewel of the Seas เน้นเส้นทางล่องเรือที่สวยงาม และเลือกแวะท่าเรือที่มีร้านอาหารท้องถิ่น และแหล่งชอปปิ้งมากมาย ตัวอย่างเส้นทางที่เรือแล่น ได้แก่ มิโคนอส (Mykonos) เรียกได้ว่าเป็นเกาะที่ขึ้นชื่อในเรื่องความสวยงามของหมู่บ้าน ดูได้จากอาคารบ้านเรือนสีขาวสะอาด และต้องอย่าลืมแวะเที่ยวที่ กังหันลมมิโคนอส ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงของเมือง มีอายุกว่า 400 ปี ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งมิโคนอสนั่นเองค่ะ รวมถึงอีกหลายสถานที่อย่าง Athens/Piraeus, Haifa, Thira/Santorini เป็นต้นค่า เรือลำนี้ได้รับรางวัลเรื่องความคุ้มค่า ราคาไม่แพงด้วยค่ะ ในเรื่องของการให้บริการ พนักงานถูกฝึกมาเป็นอย่างดี และมืออาชีพ ให้การต้อนรับเหล่านักเดินทางอย่างอบอุ่น ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงเป็นเรือคลาสสิค ที่คนเลือกล่องเรือสำราญ เป็นต้องติดอกติดใจ และมาใช้บริการซ้ำ ๆ ค่า  

ข้อจำกัด: ต้องยอมรับเลยว่าเรือลำนี้เป็นเรือ ค่อนข้างเก่า เพราะออกล่องครั้งแรกปี 2004 โดยเพิ่งมีการปรับปรุงล่าสุดปี 2016 โดยการเพิ่มสองร้านอาหารพิเศษ หนึ่งไวน์บาร์ และจอภาพยนตร์กลางแจ้ง เป็นเรือที่จุผู้โดยสารได้ถึง 2,190 ท่าน แน่นอนว่าพื้นที่สาธารณะจะแออัดใช้ได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ หรือฟิตเนสเซ็นเตอร์ เรือลำนี้อยู่ในตระกูล Radiance Class สายคลาสสิค ของสายเรือ Royal caribbean international ค่า

 

 

 

ภาพรวมเส้นทางล่องเรือสำราญ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ฉบับย่อ

 

ล่องเรือสำราญในอิตาลี

 

1. แกรนด์คาแนล Grand Canal คลองที่มีชื่อเสียงที่สุดของเวนิส  แน่นอนว่าใครมาที่นี่ต้องมาล่องเรือกอนโดล่า ซึ่งเรือกอนโดล่า ในปัจจุบันถือเป็นสัญลักษณ์ของเวนิสไปเป็นที่เรียบร้อย ล่องเรือเพลินๆ กับคลองที่มีความยาวประมาณ 3,800 เมตร และมีความกว้างประมาณ 30-90 เมตร พร้อมชมบ้านเรือนสวยๆ สีสรรหลากหลาย แต่ยังคงรูปแบบเดิมอายุหลายร้อยปีไว้อย่างดี ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญระดับโลกเกือบทั้งหมดของเมือง ทั้งพระราชวังและโบสถ์และสถาปัตยกรรมที่งดงามเรียงรายอยู่ริมฝั่งคลอง รับรองว่าจะเป็นประสบการณ์ที่คุณจะต้องหลงรักอย่างแน่นอนนเลยค่า

 

shutterstock_245507851

 

 

ล่องเรือสำราญในโครเอเชีย

 

2. ดูบรอฟนิก Dubrovnik  เมืองสวยแห่งโครเอเชีย ไฮไลท์ของที่นี่คงหนีไม่พ้น Dubrovnik เมืองเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์มากมาย โดยองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เมืองเก่าแห่งนี้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1979 และยังถูกใช้ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Game of Thrones อีกด้วยนะคะ

shutterstock_273694439

 

ล่องเรือสำราญในกรีซ

 

3. คอร์ฟู (Corfu) เกาะเล็กๆ ที่มีพื้นที่เพียง 593 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางภาคตะวันตกของกรีซ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของกรีซ และได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปี 2007 สเน่ห์ของที่นี่เห็นจะหนีไม่พ้นหายทรายสีขาว น้ำทะเลสีฟ้าคราม ในช่วงฤดูร้อนจะมีนักท่องเที่ยวมากมายที่เลือกมาพักผ่อนริมหาด นอนอาบแดด อ่านหนังสือ ปิกนิก ดำน้ำ ล่องเรือสำราญ เป็นต้นค่ะ ไม่เพียงแต่ทะเลสวยน้ำใสเท่านั้น ที่คอร์ฟูยังมีสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ที่ได้รับอิทธิพลมาจากอิตาลี ฝรั่งเศสและอังกฤษ ซึ่งมาผสมผสานกับกรีกได้อย่างลงตัว

 

4. กรุงเอเธนส์ (Athens)  ชื่อนี้ใครหลายๆ คนคงคุ้นหูเป็นอย่างนี้ กรุงเอเธนส์เป็นอีกหนึ่งเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของโลก มีประวัติอันยาวนานหลายพันปี เป็นแหล่งกำเนิดและจุดเริ่มต้นของอารยธรรมตะวันตก และเป็นต้นกำเนิดของประชาธิปไตย โดยตั้งชื่อเมืองตามเทวีอะธีนา เทพที่ชาวกรีกนับถือ  และสิ่งที่พลาดไม่ได้ คือ ต้องไปเยี่ยมชมวิหารพาร์เธนอน สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของกรีซ อยู่ที่อะโครโปลิส (The Acropolis) ป้อมปราการที่อยู่บนเทือกเขาสูง ตั้งอยู่บนหินที่โผล่ขึ้นมาเหนือเมืองเอเธนส์ และได้สร้างรูปปั้นเอธีน่าไว้ภายในมหาวิหาร แต่ก็ได้หายไปในยุคไบแซนไทน์ค่ะ จริงๆแล้ว เมืองนี้มีประวัติศาสตร์มากมายให้น่าค้นหา ลองไปหาอ่านเพิ่มเติมได้นะคะ

 

5. เกาะซานโตรินี (Santorini) เกาะซานโตรินี ถือเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงที่โด่งดังของกรีซค่ะ ซึ่งอยู่บนเกาะตอนใต้ของทะเลอีเจียน เกิดจากภูเขาไฟขนาดใหญ่ระเบิดขึ้น ไฮไลท์ของเกาะแห่งนี้อยู่ตรงบ้านเรือนสีขาว มองดูแล้วยิ่งสบายตาและสบายใจ หากมองที่ภาพถ่ายจะเห็นว่ามีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นมาก รูปทรงแปลกตา ตั้งอยู่บนเชิงเขาที่สูงชัน มีทั้งหาดทราย เมืองโบราณ โบสถ์ยอดโดมสีน้ำเงิน ถือเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับมาพักผ่อน หรือจัดงานแต่งงาน หรือจะเป็นทริปฮานิมูลก็เลิศค่า เกาะซานโตรินี ได้ถูกจัดอยู่ในรายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่บรรดานักท่องเที่ยวอยากมามากที่สุดนั่นเองค่า

หากใครได้มาเยือนที่นี่แล้ว ยังมีอีก 1 เมืองที่เป็นไฮไลท์ที่ทุกคนต้องมาให้ได้ นั่นก็คือ ฟิรา (Fira) เมืองหลวงของซานโตรินี ถือเป็นสถานที่ที่งดงาม และดีที่สุดของหมู่บ้านและเมืองทั้งหมดในเกาะเลย อยู่ตามขอบของหน้าผา สูงราว 400 เมตร สามารถมองเห็นวิวของชายฝั่งและทะเลอีเจียน โดยเฉพาะตอนพระอาทิตย์ตกดิน และอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน คือ การชมพระอาทิตย์ตกที่หมู่บ้านเอีย (Oia) เป็นสถานที่ที่เงียบสงบและมีเสน่ห์ จัดเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดบนเกาะเลยค่ะ บ้านเรือนสวยงาม และยังมีพิพิธภัณฑ์ และงานศิลปะให้ชมอีกเพียบค่ะ 

 

 

6. มิโคนอส (Mykonos)  เรียกได้ว่าเป็นเกาะที่ขึ้นชื่อในเรื่องความสวยงามของหมู่บ้าน ดูได้จากอาคารบ้านเรือนสีขาวสะอาด ตัดกับประตูหน้าต่างสีฟ้า มองจากภาพจะเห็นน้ำทะเลที่ใสสะอาด ด้วยสีฟ้าครามสดใสมองเห็นตัวปลาแหวกว่ายไปมา กิจกรรมยอดฮิตที่พลาดไม่ได้ก็คือ การดำน้ำลึก พายเรือ เล่นวินเซิร์ฟ ขี่เจ็ตสกี นั่งผ่อนคลายริมทะเล และเก็บภาพสวยๆ และที่สำคัญ มาที่นี่ต้องอย่าลืมแวะที่ กังหันลมมิโคนอส อยู่บนเนินเขาสูงของเมือง โดดเด่นมองเห็นแต่ไกล มีอายุกว่า 400 ปี ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งมิโคนอสนั่นเองค่ะ

 

 

ล่องเรือสำราญในอิสราเอล

 

7. ดมแห่งศิลา หรือ โดมสีทอง Dome of the Rock ศาสนสถานที่สำคัญของศาสนาอิสลาม สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.687 – 691 ตั้งอยู่กลางเมือง สวยงามและยิ่งใหญ่มากๆ ถือเป็นสิ่งก่อสร้างของอิสลามที่เก่าที่สุดในโลก และโดดเด่นที่สุดในกรุงเยรูซาเลมอีกด้วยค่า 

  

8. กำแพงร้องไห้ (Wailing Wall) กำแพงสูงใหญ่ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสำคัญที่สุดของชาวยิวและคริสต์ศาสนิกชน เป็นสัญลักษณ์ของการได้หวนกลับมาสู่อิสราเอล และเพื่อรำลึกถึงบรรพบุรุษของตนที่ต้องอพยพไปจากดินแดนนี้ค่ะ ชาวยิวจะพากันมาสวดภาวนา ระบายความทุกข์ใจ และร้องไห้ที่กำแพงเป็นประจำ โดยตามซอกกำแพงจะเต็มไปด้วยกระดาษที่เขียนคำอธิษฐานถึงพระเจ้า เหมือนกับว่าที่ตรงนี้สามารถสื่อสารกับพระเจ้าได้ชัดที่สุด โดยชาวยิวเองมีความเชื่อว่า ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน แต่ในชีวิตต้องเดินทางมาเยี่ยมกำแพงแห่งนี้ให้ได้สักครั้งก่อนสิ้นลมค่ะ

 

9. ทะเลสาบเดดซี (Dead Sea)  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลกเลยก็ว่าได้ค่ะ และที่นี่ได้ถูกบันทึกว่าเป็นจุดที่ต่ำที่สุดของโลก ด้วยความลึกถึง 400 เมตร และน้ำทะเลของที่นี่ยังมีความเค็มมากกว่าทะเลทั่วไปถึง 6 เท่า แน่นอนว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดจะอาศัยอยู่ในน้ำทะเลนี้ได้ ด้วยความเข้มข้นของแร่ธาตุต่างๆ นี้เอง ทำให้เกิดความหนาแน่นมาก จึงทำให้เกิดเป็นไฮไลท์ของที่นี่ นักท่องเที่ยวที่มาสามารถนอนลอยตัวในน้ำ หยิบหนังสือมาถ่ายรูปเก๋ๆก็ยังได้ค่ะ 

  

10. เมืองไฮฟา (Haifa) เมืองใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอิสราเอล อยู่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นหนึ่งในเมืองที่มีความสำคัญ และงดงามที่สุดในแถบตะวันออกกลางเลยค่า เมืองนี้ถือเป็นจุดศูนย์กลางของศาสนาบาไฮต์ นอกจากนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งความไฮเทคระดับโลก เพราะเป็นศูนย์กลางพัฒนาในด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และเทคโนโลยี บริษัทชั้นนำหลายแห่งของโลกจึงมาตั้งฐานทัพที่นี่ค่ะ ทั้ง Google, Yahoo, Microsoft, IBM, Volvo และอีกมากมาย หากใครได้มาเที่ยวที่เมืองไฮฟา ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่ทุกคนต้องมาให้ได้ นั่นคือ สวนบาไฮการ์เดน (Baha’i Garden) บอกได้คำเดียวว่าสวยงามและอลังกาลสุดๆ เปรียบเสมือนสวรรค์บนดิน โดยมีสวนระเบียงดอกไม้ที่ยื่นออกมา 19 ชั้น ลดหลั่นลงมาตามลาดเขาเป็นขั้นบันไดทั้งหมด 1,700 ขั้น ความยาวเกือบ 1.6 กิโลเมตร นั่นเองค่า

 

ล่องเรือสำราญในตุรกี

 

11. เมืองอิสตันบูล ตุรกี (Istanbul) ประเทศตุรกี ถือเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีดินแดนอยู่ในสองทวีป ยุโรปและเอเชีย อิสตันบูลเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและประชากรหนาแน่นที่สุด เป็นเมือง 3 จักรวรรดิ มีทั้งวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก ผสมผสานทั้งโบสถ์ และมัสยิด มีวิหารเซนต์โซเฟีย และสุเหร่าสีฟ้า เป็นไฮไลท์ ใหญ่โต โอ่อ่า สมคำล่ำลือหากใครได้มีโอกาสมาที่นี่ก็อย่าลืมเก็บภาพสวยๆไว้ด้วยนะคะ


 

ล่องเรือสำราญในอียิปต์

 

12. อียิปต์ (Egypt) เมืองอันโด่งดังและมีชื่อเสียงมายาวนานในเรื่องของอารยธรรมโบราณ สถาปัตยกรรมแบบโบราณ เช่น พิระมิดเมืองกีซ่า สฟิงซ์และมหาวิหารลักซอร์อายุนับพันปี ใครที่ชอบประวัติศาสตร์และมีความสนใจเกี่ยวกับอารยธรรมโบราณต้องมาที่นี่ให้ได้ค่ะ

 

 

พยากรณ์อากาศ และฤดูกาล

หากใครที่กำลังมองหาทริปการเดินทางล่องเรือในโซนยุโรปที่น่าสนใจ เราขอแนะนำให้เช็คสภาพภูมิอากาศ และอุณหภูมิก่อนการเดินทางนะคะ เพื่อที่จะได้เตรียมแพ็คกระเป๋าการเดินทาง จัดเซ็ตเสื้อผ้าให้เข้ากับฤดูกาล ในวันที่สภาพอากาศ และท้องฟ้าที่แจ่มใส จะทำให้เรามีความสุข และเพลิดเพลินไปกับการทำกิจกรรมทัวร์ชายฝั่งในแต่ละวันนั่นเองค่า สำหรับหลายท่านที่สงสัยในฤดูกาลในทวีปยุโรปจะมีทั้งหมด ฤดูด้วยกันนะคะ ได้แก่

  • ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 21 มี.ไปจนถึง 21 มิ.มีลักณะสภาพอากาศคืออบอุ่นชื้น พร้อมกันนั้นต้นไม้ที่เคยมีแต่กิ่งเปล่าๆ ไม่มีใบ ก็จะเริ่มผลิใบ นอกจากนี้ท้องฟ้าก็จะยังเป็นสีครามสวยงาม พระอาทิตย์ส่องแสงอ่อนๆ ด้วย
  • ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่วันที่ 22 มิ.และไปจบลงวันที่ 22 .ซึ่งเมื่อมาถึงฤดูร้อนเมื่อไหร่ กลางวันจะยาวกว่ากลางคืน เพราะพระอาทิตย์จะตกดินช้า แม้จะเป็นเวลาดึกๆ อย่าง หรือ ทุ่ม ท้องฟ้าก็จะยังสว่างจ้าอยู่ และกลางคืนก็จะลดลงเหลือเพียงประมาณ 6-7 ..เท่านั้น นอกจากนี้ฤดูร้อนยังเป็นฤดูเที่ยวอีกด้วย เพราะใครๆ ก็นิยมพากันไปเที่ยวพักผ่อน ตามป่าเขาและทะเล
  • ฤดูใบไม้ร่วง จะอยู่ตั้งแต่วันที่ 23 ..จนถึงวันที่ 21 .ต้นไม้จะเริ่มเปลี่ยนเป็นใบสีเหลืองๆ จากนั้นก็แห้งจนร่วงหล่นลงมา ส่วนสภาพอากาศนั้นไม่แน่นอน บางปีอาจมีฝนตก และบางปีท้องฟ้าอาจแจ่มใส นอกจากนี้กลางคืนก็จะกลับมายาวขึ้น และกลางวันสั้นลง เหมือนเดิม
  • ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่วันที่ 22 .ถึงวันที่ 20 มี.เป็นฤดูที่กลางวันจะสั้นมาก ฟ้ามืดเร็ว ผู้คนมักจะชวนกันมาเล่นกีฬาฤดูหนาวยอดนิยมอย่างสกี เนื่องจากจะมีหิมะตก ซึ่งก็ตกค่อนข้างมาก ทำให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะต้องมีความระมัดระวังสูงมาก อีกทั้งทางการก็ยังต้องคอยจัดหารถตักหิมะมาคอยเคลียร์หิมะออกจากถนน ไม่ให้ปกคลุมมากเกินไปด้วย

 

ตัวอย่างอุณหภูมิของประเทศในแถบยุโรป บาร์เซโรน่า (ประเทศสเปน), โรม (ประเทศอิตาลี่) และ เอเธนส์ (ประเทศกรีซ)

 

 

บริษัท ทูมอร์โรว์ เอกซ์พลอเรอร์

นึกถึงเรือสำราญ นึกถึงเรา