ล่องเรือสำราญ Disney Wonder สายเรือ Disney Cruise Line

ล่องเรือสำราญ Disney Wonder สายเรือ Disney Cruise Line

ภาพรวม Disney Wonder

 

ความมหัศจรรย์และความสนุกสุดหรรษาได้เกิดขึ้นแล้วบนน่านน้ำทะเลสีฟ้าคราม โดยเรือสำราญสุดคลาสสิคลำนี้ที่มีชื่อว่า Disney Wonder พร้อมแล้วที่จะพานักเดินทางจากทั่วโลกแล่นเรือไปยังเส้นทางที่น่าสนใจ และน่าค้นหา อาทิ ล่องไปในแถบแคริบเบียน, อลาสก้า, ปานามา, บาฮามาส เป็นต้น แน่นอนว่าความสนุกยังไม่หมดเพียงเท่านี้ สิ่งที่ทุกคนจะได้สัมผัสไปพร้อมๆ กันก็คืนบรรยากาศสุดพิเศษบนเจ้าเรือสำราญลำนี้ เราจะได้พบกับ เหล่าตัวการ์ตูนสุดคลาสสิคของดิสนีย์ เหล่าเจ้าหญิง เจ้าชาย เสียงหัวเราะที่ดังกึกก้อง พลุไฟตระการตา ที่สร้างความตื่นเต้นจนต้องขนลุก ซู่ซ่า พร้อมความบันเทิงพิเศษสุดคับคลั่ง รวมไปถึงปาร์ตี้ธีมโจรสลัด ที่เหล่านักเดินทางจะร่วมแต่งตัวในธีมโจรสลัดและสนุกสุดเหวี่ยงไปกับโชว์สุดยิ่งใหญ่อลังการในค่ำคืนที่น่าจดจำ 

เจ้าเรือสำราญ Disney Wonder  จะเนรมิตทุกสิ่งให้กลายเป็นจริงนั่นเองค่ะ ด้วยการบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจบอกได้คำเดียวว่าเรือสำราญ Disney Wonder  มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเห็นได้ชัด อาทิเช่น ความสนุกได้เริ่มขึ้นเมื่อนักเดินทางได้ก้าวเข้าไปในตัวเรือสำราญลำนี้ สิ่งแรกที่ต้องได้เจอก็คือ การบริการที่เป็นมิตรของพนักงานต้อนรับภายใน และการได้เห็น เหล่าตัวการ์ตูนดิสนีย์สุดคลาสสิค ภาพวาด ประติมากรรม บรรยากาศที่สดใส สถานที่จัดงาน ที่มีธีมต่างๆ อันน่ามหัศจรรย์ ร้านอาหารที่หลากหลาย รวมไปถึงไนท์คลับค่ะ

เจ้าเรือสำราญลำที่ว่านี้ Disney Wonder เป็นเรือที่ออกแบบในสไตล์สุดคลาสสิค ที่มีความทันสมัย เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการรวมตัวกันของครอบครัว และเป็นโลกแห่งความมหัศจรรย์เหนือกาลเวลาของเด็กๆ  เรือ Disney Wonder มีทั้งหมด 11 ชั้น มีสระว่ายน้ำ และร้านอาหารมากมาย พร้อมสำหรับนำผู้โดยสารไปสู่เส้นทางที่แปลกใหม่ รับรองได้เลยว่าเรือลำนี้จะไม่ทำให้นักเดินทางล่องเรือสำราญต้องผิดหวังอย่างแน่นอนค่ะ 

 

ไฮไลท์ของเรือ

 

เจ้าเรือสำราญลำนี้ มีไฮไลท์ตรงที่ชอบจัดกิจกรรมพิเศษสำหรับเทศกาลต่างๆ อาทิ วันฮาโลวีน วันคริสต์มาส และเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ รวมถึงปาร์ตี้ในค่ำคืนที่ถูกจัดขึ้นให้อยู่ในธีมโจรสลัด โดยทุกคนจะสนุกไปกับการแต่งหน้าและแต่งตัว พร้อมโชว์อลังกาลมากมายที่ถูกจัดขึ้นในค่ำคืนอันสุดพิเศษ และแน่นอนว่าโลกแห่งความสนุกสนานยังไม่หมดเท่านี้ ยังมีเหล่าการ์ตูนสุดคลาสสิคของดิสนีย์ที่จะมาสร้างเสียงหัวเราะให้กับเด็กๆ ซึ่งเป็นแฟนคลับตัวน้อยๆ โดยกิจกรรมท่ีเด็กๆ สามารถกอดและสัมผัสตัวเป็นๆ ของเหล่าตัวการ์ตูนในดวงใจนั่นคือ กิจกรรม Meet and greets รวมไปถึงกิจกรรม Frozen Deck Party และ สำหรับใครที่ชื่นชอบราชินีหิมะเอลซ่า และสาวน้อยยิ้มสวย แอนนา ต้องห้ามพลาดใน Frozen, A Musical Spectacular การแสดงเต็มรูปแบบที่โรงละคร Walt Disney Theatre ค่ะ 

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ของ Disney Wonder คือ AquaLab สวรรค์ของเด็กน้อยที่จะได้เพลิดเพลินไปกับสระ Mikey หรือ AqualLab สระที่มีเสน่ห์ และมีความคดเคี้ยว เปรียบสเหมือน สระในสวนสนุกสุดท้าทายที่ได้ยกมาไว้บนเรือลำนี้นั่นเองค่ะ

นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารที่มีความพิเศษคือ Rotational Dining แน่นอนเลยค่ะว่าอันนี้ชอบสุดๆ เราจะได้รับประทานอาหารที่ไม่ซ้ำกัน โดยแขกจะย้ายร้านอาหารทุกวัน เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศการรับประทาน โดยพนักงานคนเดิมจะตามไปคอยให้บริการด้วย แขกจะได้สัมผัสบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภัตตาคาร 

เจ้าเรือลำนี้มีเกาะส่วนตัวของดิสนีย์ที่ชื่อว่า Castaway Cay ในทะเลบาฮามาส ที่คนที่ล่องเรือสำราญดิสนีย์เท่านั้นที่ไปเที่ยวได้ ลงมาถึงก็แวะถ่ายภาพกับ Mickey Mouse ได้เลย แน่นอนว่าผู้โดยสารของเรือ Disney Wonder สามารถลงมาเที่ยวได้ฟรี ว่าแล้วเราลองมาดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

 

Disney Wonder ตัวอย่างเส้นทางแนะนำที่น่าสนใจ

เส้นทาง  คืน Baja Cruise from San Diego ช่วงเดือน เมษายน - พฤษภาคม

เส้นทาง  คืน Halloween on the High Seas Baja Cruise from San Diego (ซานดิเอโก แคลิฟอร์เนีย) ช่วงเดือน กันยายน - ตุลาคม

เส้นทาง 3 คืน Bahamian Cruise from Port Canaveral ช่วงเดือน กุมภาพันธ์ - เมษายน

เส้นทาง 3 คืน  Baja Cruise from San Diego ช่วงเดือน พฤษภาคม

เส้นทาง  คืน Halloween on the hight Seas Baja Cruise from San Diego ช่วงเดือน ตุลาคม

เส้นทาง 4 คืน Very Merrytime Western Caribbean Cruise from Galveston ช่วงเดือน พฤศจิกายน

เส้นทาง 5 คืน Alaskan Cruise from Vancouver ช่วงเดือน กรกฎาคม - สิงหาคม

เส้นทาง 7 คืน Alaskan Cruise from Vancouver ช่วงเดือน พฤษภาคม - กันยายน

เส้นทาง 9 คืน Alaskan Cruise from Vancouver ช่วงเดือนกรกฎาคม

เส้นทาง 14 คืน Halloween on the high Panama Canal cruise from San Diego ช่วงเดือนตุลาคม

 

เส้นทางล่องเรือ Disney Wonder

- เรือสำราญ Disney Wonder จะล่องในแถบ แคริบเบียน, อลาสก้า, ปานามา, บาฮามาส เป็นต้น

- ระยะเวลาการเดินทางโดยส่วนใหญ่ ตั้งแต่ 2 วันขึ้นไป 

- เรือสำราญ Disney Wonder จะออกจาก ท่าเรือหลัก ๆ ได้แก่ San Diego, Galveston, Port Canaveral, San Juan, เป็นต้น 

 สำหรับผู้ที่รักการเดินทางล่องเรือสำราญ Disney Wonder สามารถดูเส้นทางการเดินทางตลอดทั้งปีได้ที่นี่ คลิกดูเส้นทาง Disney Wonder

 

 

ไฮไลท์สุดพิเศษ คือเกาะส่วนตัว Disney Castaway Cay

เจ้าเรือลำนี้มีเกาะส่วนตัวของดิสนีย์ที่ชื่อว่า Castaway Cay ในทะเลบาฮามาส คนที่ล่องเรือสำราญดิสนีย์เท่านั้นที่ไปเที่ยวได้ ลงมาถึงก็แวะถ่ายภาพกับ Mickey Mouse ได้เลย แน่นอนว่าผู้โดยสารของเรือ Disney Wonder สามารถลงมาเที่ยวได้ฟรี ว่าแล้วเราลองมาดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

Castaway Cay ถือเป็นสวรรค์บนเกาะส่วนตัวของ Disney ซึ่งเป็นสถานที่แบบส่วนตัวที่สงวนไว้สำหรับ เรือสำราญ Disney Cruise Line และผู้เข้าพักของ Disney Cruise เท่านั้น ในเกาะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายและอาหารอร่อยๆ อาทิเช่น บุฟเฟต์ อาหารกลางวัน แบบสไตล์บาร์บีคิว ชา กาแฟ ไอศกรีม นอกจากนั้นยังมี ชายหาดริมทะเลสำหรับครอบครัว และสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น เก้าอี้ริมชายหาด ร่ม และเปลญวน ผ้าขนหนูสำหรับใช้บนชายหาด ความบันเทิงต่างๆ บนเกาะ คลับสำหรับเด็ก และวัยรุ่น เส้นทางเดินป่า กีฬาทางน้ำต่างๆ ชั้นเรียนโยคะ โซนอาบน้ำ น้ำตก Pelican Plunge รถราง สำหรับการรับส่ง และอื่นๆ อีกมากมาย ค่ะ ว่าแล้วก็อยากแพ็คกะเป๋าเดินทางและไปกันทั้งครอบครัวใหญ่ ฮูลาฮูเล่ ฮูเลฮูเล ฮูลัลลา เฮเฮีทุกเวลา .....

 

 

ข้อมูลทางเทคนิค

 

ไลฟ์สไตล์บนเรือสำราญ Disney Wonder

 

เรือสำราญ Disney Wonder มีจำนวนของผู้โดยสารที่เป็นเด็กโดยเฉลี่ย 900-1000 คน นั่นหมายความว่า ส่วนใหญ่กลุ่มนักเดินทางท่องเที่ยวที่ไปกันจะเน้นไปกันเป็นแบบครอบครัวค่ะ  กลุ่มนักเดินทางจะมีเป็นครอบครัวเดี่ยว รวมไปถึงกลุ่มครอบครัวใหญ่ๆ ทั้ง ปู่ย่า ตายาย  เพื่อทำให้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มีแต่เสียงหัวเราะ นั่นเองค่ะ และเรือสำราญ Disney Wonder จะมีเส้นทางที่ออกจากท่าเรือ Galveston ซึ่งถือว่าเป็นอีกกลุ่มตลาดใหญ่ โดยได้ดึงดูดนักล่องเรือสำราญที่อยู่ทางตะวันตกตอนกลางและทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา แต่ถ้าหากเป็นเส้นทางล่องเรือในโซน อลาสก้า จะดึงดูดกลุ่มนักเดินทางวัยหนุ่มสาว (ไม่ใช่เด็ก) รวมไปถึงคู่รัก ถือเป็นเส้นทางที่มีกลุ่มนักเดินทางที่หลากหลายเป็นที่สุด ค่ะ

 

ห้องพัก

รายละเอียดห้องพัก

รูปแบบห้องพัก มีอยู่ 4 ประเภทหลัก หลาย 10 ประเภทย่อย แล้วแต่เรือแต่ละลำ

⁃ Inside ไม่มีหน้าต่าง   ขนาดห้อง 17.09 ตรม. - 19.88 ตรม.

⁃ Ocean View มีหน้าต่าง  ขนาดห้อง 19.88 ตรม.

⁃ Verandah มีระเบียงห้อง  ขนาดห้อง 24.89 ตรม. - 28.24 ตรม.

⁃ Concierge เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุด เหมาะสำหรับ ท่องเที่ยวพร้อมครอบครัว ขนาดห้องเริ่มต้น 28.24 ตรมจนถึง 95.59 ตรม.

 

ห้องพักของเรือสำราญ Disney จะทำให้แขกรู้สึกผ่อนคลาย และการออกแบบที่หรูหราทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นห้องสวีทที่ได้มาตรฐาน และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น

-  ห้องพักส่วนใหญ่ จะเป็นห้องน้ำแยก และมีม่านปิดกั้น เพื่อให้บรรยากาศของความเป็นส่วนตัวของแขกผู้เข้าพักทุกคน

-  ในห้องพัก Stateroom บวกกับ  จะมีทั้งผลิตภัณฑ์ยี่ห้อ H20 และฝักบัวสำหรับอาบน้ำ

-  พื้นที่สำหรับเก็บสัมภาระ รวมถึงพื้นที่ใต้เตียงที่สามารถเก็บสัมภาระอื่นๆ ได้อีกด้วย

-  ตู้เย็น

-  เครื่องเป่าผม

-  โทรทัศน์ในห้องพัก

-  บริการทำความสะอาด 2 ครั้ง ต่อวัน

 

ห้องพักแต่ละรูปแบบ

ห้องพักแบบ Inside ไม่มีหน้าต่าง   ขนาดห้อง 17.09 ตรม. - 19.88 ตรม.

 

Ocean View มีหน้าต่าง  ขนาดห้อง 19.88 ตรม.

 

Verandah มีระเบียงห้อง  ขนาดห้อง 24.89 ตรม. - 28.24 ตรม.

 

Concierge เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุด เหมาะสำหรับ ท่องเที่ยวพร้อมครอบครัว ขนาดห้องเริ่มต้น 28.24 ตรมจนถึง 95.59 ตรม.

 

 

กิจกรรมสุดพิเศษ ในเทศกาลต่าง ๆ

 

มาเริ่มต้นวันสนุกสุดขีดกันในวันแรกที่เรือเริ่มออกเดินทางกันเลย นั่นก็คือ Sail Away Party บริเวณดาดฟ้าเรือ จะมีตัวการ์ตูนพวก Mickey Mouse พร้อมผองเพื่อนมาแดนซ์กันกระจาย และแจกพู่สีแดง สีน้ำเงินโบกสะบัดกันให้ทั่ว เป็นภาพที่สวยงามอลังกาลตื่นตาตื่นใจจริงๆเลยค่ะ 

 

เชื่อว่าหลายๆ คนที่ชื่นชอบการชมภาพยนตร์แอนิเมชันของค่ายพิกซาร์ จะต้องรู้จักกับตัวการ์ตูนแต่ละตัวเป็นอย่างดี อาทิเช่น  Woody, Jessie, Russell, Dug, Sully และ Mr. Incredible อื่นๆอีกมากมาย แน่นอนว่าเด็กๆจะได้พบปะกับตัวการ์ตูนเหล่านี้ สวมกอด ขอลายเซ็นต์ และถ่ายรูปร่วมกันอย่างแน่นอนค่ะ ยิ้มไม่หุบกันหล่ะทีนี้ เราเรียกกิจกรรมนี้ว่า Pixar Pals Party  ค่ะ

 

พบกับตัวการ์ตูนดิสนีย์เหล่าขวัญใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้ ที่เรียกว่า Character Greetings มีบนเรือสำราญของ Disney Cruise Line เท่านั้น รับรองได้ว่าหันไปมองทางไหนก็จะเจอแต่เหล่าฮีโร่  เหล่าตัวการ์ตูนดิสนีย์สุดคลาสสิคและผองเพื่อนอยู่ทั่วเรือสำราญ พร้อมแล้วก็อย่าลืมกอดและหยิบกล้องถ่ายรูปมาถ่าย แช๊ะ แช๊ะ กันนะคะ จุดที่น้องๆนู๋ๆ จะเจอตลอดจะเป็นชั้น 4 ตรงกลางลำเรือ และจุดที่เป็นระเบียง รวมถึงตรงสระ Goofy’s Pool Stage รู้พิกัดแล้วรออะไรคะ ต้องวิ่งออกนอกห้องกันไปเลย อิอิ

 

ต่อกันด้วย Pirate Night ค่ำคืนของโจรสลัด ธีมที่ถูกจัดขึ้นอย่างอลังกาลงานสร้างดาวแสนล้านๆดวง คงต้องยกให้กับปาร์ตี้โจรสลัดในค่ำคืนสุดมหัศจรรย์นี้ เป็นค่ำคืนแห่งการรวมตัวที่ผู้โดยสารทุกท่านจะได้มาสนุกสุดเหวี่ยงกันบนเรือพร้อมชมการแสดงต่างๆ ของเหล่ามิคกี้เมาท์ที่มาจะเลือกเสียงหัวเราะ รวมถึงผองเพื่อน อาทิเช่น Daisy Duck, Minnie Mouse และ Goofy พร้อมชมความตระกาลตาของพลุไฟที่สวยสดงดงามบนท้องฟ้า จุดกันให้เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วชั้นดาดฟ้า พร้อมกับบรรเลงเพลงคู่ไปกับการเต้นรำให้คลื้นเครงบรรเลงใจ โอ้ยยย ว่าแล้วก็อยากจะเก็บเสื้อผ้าแล้วแพ็คใส่กระเป๋าหนีตามพี่มิคกี้เมาท์ไปปาร์ตี้ ในค่ำคืน Pirate Night สะแล้วสิ

 

เริ่มต้นเฉลิมฉลอง New Year’s Eve ไปด้วยกันบนเรือสำราญ Disney Wonder สำหรับผู้โดยสารที่เลือกล่องเรือสำราญที่อยู่ในระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม - 1 มกราคม แน่นอนว่าเราจะเริ่มเคาท์ดาวข้ามปีใหม่ไปพร้อมๆกันค่ะ แสง สี เสียง สุดอลังกาลตื่นตาตื่นใจ จะเป็นทริปที่ทำให้ประทับใจไปจนจบการเดินทางอย่างแน่นอนค่ะ

 

กิจกรรมนี้เป็นต้องถูกใจสำหรับเด็กๆ น้องๆ นู๋ๆ ในช่วงฤดูหนาว ด้วยเรือสำราญลำนี้ขอมอบของขวัญสุดพิเศษให้กับผู้โดยสารทุกท่านบนเรือสำราญ ที่เดินทางในช่วงคริสต์มาส 24-25 ธันวาคม ที่เรียกว่า Very Merrytime Cruises ทุกท่านจะได้พบกับกิจกรรมสุดพิเศษในคืนวันคริสต์มาสสุดหรรษา แน่นอนว่าจะได้กอดคุณลุง ซานตาคลอส ตัวเป็นๆ พร้อมแสงไฟระยิบระยับ ประสบการณ์นี้จะทำให้หัวใจของเด็กๆพองโตไปตามๆ กัน ก็แน่นอนแหละค่ะคุณลุงซานตาต้องมีของขวัญมามอบให้น้องๆนู๋ๆเขาด้วยนะ

 

เทศกาลเฉลิมฉลองวันฮาโลวีน ในคืนวัน Halloween on the high Seas แน่นอนว่าเหล่าภูตผีจะมากันเยอะแยะมากมาย แต่ละคนคงใช้เทคนิคพิเศษแบบสุดๆในการแต่งหน้ากันเลยทีเดียว ว่าแล้วลองไปชมวิดีโอตัวอย่างเรียกน้ำจิ้มกันหน่อยนะคะ

 

เทศกาล Thanksgiving at Sea หรือเรียกอีกอย่างว่าวันขอบคุณพระเจ้า แขกจะได้รับประทานอาหารที่อร่อย  โดยเรือจะมีบริการอาหารว่างตามเทศกาลประจำปี ที่พลาดไม่ได้นั่นคือ เมนู ไก่งวง แบบเต็มคอร์สค่ะ และการตกแต่งภายในเรือจะถูกเนรมิตให้ออกมาอย่างสวยงามเพื่อให้ทุกคนได้เกิดความประทับใจในการเฉลิมฉลองวันหยุดสุดพิเศษนี้ เรียกได้ว่าจะเรียกรอยยิ้มได้จากแขกทั้งเด็กและผู้ใหญ่ค่ะ

 

มาต่อด้วยกิจกรรมความบันเทิงที่ไม่มีวันหมดบนเรือลำราญลำนี้กันต่อเลยค่ะ  ผู้โดยสารสามารถเพลิดเพลินไปกับการแสดงสดบรอดเวย์ ชมภาพยนตร์ของดิสนีย์เรื่องแรกในระบบดิจิตอล 3D ขอบอกเลยว่าเราสามารถใช้เวลาอันคุ้มค่าอยู่ในห้องนี้ได้แบบไม่มีวันเบื่อแน่นอนเพราะเขามีโชว์ต่างๆ อาทิเช่น Live Show และ Frozen, A Musical Spectacular

โชว์การแสดงที่น่าตื่นเต้นและประทับใจพร้อมมิวสิค เพลงประกอบสุดอลัง มาได้เลยที่ Walt Disney Theatra ท่านจะพบกับการแสดงที่ไม่ธรรมดา แถมยิ่งใหญ่อลังการสุดๆ บางวันก็จะมีนักมายากลที่สุดยอดมาแสดง หรือบางวันก็มีแสดงตลก และการแสดงของซินเดอร์เรล่า ค่ะ 

หรือถ้าต้องการชมภาพยนตร์สุดคลาสสิคของดิสนีย์ที่แรกก่อนใคร First-run movies  ไปได้ที่โรงภาพยนต์นี้เลยค่ะ Buena Vista Theatre เป็นโรงภาพยนตร์สุดทันสมัยเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ชมกันให้ตาฉ่ำหวานกันไปเล๊ยยย

  

 

 

สำหรับใครที่ชื่นชอบราชินีหิมะเอลซ่า และสาวน้อยยิ้มสวย แอนนา ต้องห้ามพลาดใน Frozen, A Musical Spectacular การแสดงเต็มรูปแบบที่โรงละคร Walt Disney Theatre ค่ะ 

 

 

สำหรับความบันเทิงในช่วงเย็น ก่อนเข้าไปยังโรงละคร Walt Disney Theater จะมีบาร์ที่ชื่อว่า Preludes ผู้โดยสารทุกท่านสามารถรับคุกกี้ ค็อกเทล หรือป๊อปคอร์นได้ โดยจะมีพนักงานคอยให้บริการและเสิร์ฟถึงในโรงละครค่ะ

 

Let it go, Let it go มาเป็นเสียงเพลงอิอิ เพลิดเพลินไปกับความบันเทิงที่ไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆบนเรือสำราญลำนี้ นี่เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญของเรือ Disney  Magic สำหรับใครที่เป็นแฟนคลับตัวยงของ แอนนา สาวน้อยยิ้มสวย รวมถึง เอลซาและเพื่อนๆ  ต้องไม่พลาดที่จะมาที่ Frozen Deck Party  ค่ำคืนที่มีแต่เสียงหัวเราะ บทเพลงโดนใจ กับจังหวะการเต้นสไตล์นอร์ดิกแบบคนพื้นเมือง ในงานจะถูกเนรมิตเป็นดินแดนมหัศจรรย์ในโลกน้ำแข็ง พร้อมกับจัดกิจกรรม Meet and Greet ให้เด็กๆได้สวมกอดและถ่ายรูปกับขวัญใจตัวเป็นๆ แน่นอนจะต้องได้พบกับ Queen Elsa, Princess Anna และ Olaf the Snowman ค่ะ

 

 

อลหม่านไปกับโชว์การแสดงสุดคับคลั่ง อีกหนึ่งโชว์ที่ได้รับความนิยมก็คือ The Golden Mickey ค่ะ 

 

สำหรับน้อง ๆ นู๋ ๆ ที่อยากจะแปลงโฉมเป็นเจ้าหญิงแสนสวย หรือเจ้าชายสุดเนียบ สามารถเข้ามาได้ที่ร้านเสริมสวยสุดพิเศษ ที่เรียกว่า Bibbidi Bobbidi Boutique อย่างที่เรารู้กันว่าเจ้าเรือสำราญลำนี้มีธีมมากมายในแต่ละคืน เช่น ปาร์ตี้โจรสลัด หรือจะเป็นธีม Stay Wall at Seas หรือธีมเจ้าหญิงดิสนีย์ผู้ที่อยู่ในราชวังอันแสนงดงาม และยิ่งใหญ่อลังการ จินตราการของเด็กๆเหล่านี้สามารถเนรมิตให้เป็นจริงได้อย่างง่ายดายเลยค่ะ รับลองว่าถูกใจน้องๆนู๋ๆเป็นที่สุด

 

หลังจากนู๋น้อยได้ไปแปลงโฉมที่ห้อง Bibbidi Bobbidi Boutique เพื่อจะมางานเลี้ยงน้ำชาของเหล่าบรรดาเจ้าหญิงและเจ้าชายองค์น้อย ได้เริ่มขึ้นแล้ว ณ ห้อง Royal Court Royal Tea ขอต้อนรับเด็กๆที่มีอายุ 3-12 ขวบให้มาลองเปิดประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ พร้อมพบกับเหล่าตัวการ์ตูนในฝันของดิสนีย์ที่จะมาปรากฎตัวให้เห็นแบบเต็มๆ ตัวเป็นๆ ให้เด็กๆได้กริ๊ดกันเสียงหลงที่นี่ค่ะ ทั้งนี้เด็กๆสามารถสั่งอาหารพิเศษมารับประทานได้ แต่ห้องนี้ต้องทำการจองล่วงหน้านะคะ เพราะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับเด็กอยู่ที่ประมาณ 210 เหรียญ ผู้ใหญ่ประมาณ 69 เหรียญค่ะ 

 

ความสนุกในโซนนี้ยังไม่หมด เด็กๆยังสามารถเพลิดเพลินไปกับ Mickey’s Pool หรือที่เรียกว่า AquaLab  สระที่มีเสน่ห์ และมีความคดเคี้ยวสระน้ำแบบสวนสนุกที่ท้าทายสำหรับเด็กๆ ค่ะ และไปต่อกันด้วย Goofy’s Pool สระว่ายน้ำที่เหมาะสำหรับกิจกรรมกระชับมิตร ที่มีส่วนร่วมแบบครอบครัว พ่อ แม่ลูก เป็นไงหล่ะคะ เหนื่อยกันหรือยัง ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เรือสำราญลำนี้ยังเอาใจผู้ใหญ่ที่อยากมีเวลาส่วนตัวก็สามารถมาได้ที่โซน Quiet Cove Pool สระว่ายน้ำผู้ใหญ่ อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เป็นสระที่มีความเงียบสงบ ชิวๆ บรรยากาศแบบผ่อนคลายสุดๆ ไปเลย

 

 

 

โซนต่อไปเราจะมาเอาใจน้องๆ นู๋ๆ กันบ้าง โซนนี้เรียกว่า Disney’s Oceaneer Club  คลับสำหรับเด็กอายุ 3-12 ขวบ เด็กๆ สามารถเพลิดเพลินไปกับการแต่งตัวแบบเหล่าการ์ตูนดิสนีย์ หรือ เล่นเกมส์เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการเรียนรู้ พร้อมกับมีสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ คุณนู๋ๆมีเฮ เพราะเขาเปิดให้บริการทุกวันนั่นเองค่ะ

 

ห้องนี้เรียกว่า EDGE สำหรับเด็กที่มีอายุ 11-14 ปี เป็นสถานที่สุดพิเศษสำหรับการพบปะ พูดคุย ซึ่งในห้องนี้จะมี โทรทัศน์จอแบน คอมพิวเตอร์ วิดีโอเกมส์ และมีกิจกรรมที่น่าสนใจอยู่เพียบ เด็กๆจะได้พบปะเพื่อนใหม่มากมายที่นี่ค่ะ 

 

ห้องนี้เรียกว่า VIBE เป็นสถานที่ที่สามารถพบปะเพื่อนใหม่ๆ เพลิดเพลินไปกับการดูหนัง ฟังเพลง เต้นรำ และสนุกกับการ เล่นวิดีโอเกมส์ รับรองว่าเด็กๆคงไม่อยากจะไปเที่ยวโซนอื่นเลยแน่นอน อิอิ

 

ส่วนห้องนี้เราเรียกว่า  “IT’S A SMALL WORLD” NURSERY เป็นศูนย์รับเลี้ยงเด็กสุดคลาสสิคบนเรือสำราญสำหรับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 3 ปี ค่ะ คุณพ่อคุณแม่หากต้องการมีเวลาส่วนตัวสามารถนำลูกๆมาได้ที่ห้องนี้ค่ะ เหมือนเป็นสวรรค์เล็กๆของนู๋น้อยฟันน้ำนม ห้องที่เต็มไปด้วยโลกแห่งการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มีทั้งของเล่นที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการมากมายให้กับเด็ก

 

  

ร้านอาหาร

ร้านอาหารของเรือสำราญลำนี้มีความพิเศษคือ Rotational Dining แน่นอนเลยค่ะว่าอันนี้ชอบสุดๆ เราจะได้รับประทานอาหารที่ไม่ซ้ำกัน โดยแขกจะย้ายร้านอาหารทุกวัน เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศการรับประทาน โดยพนักงานคนเดิมจะตามไปคอยให้บริการด้วย แขกจะได้สัมผัสบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภัตตาคาร ค่ะ 

 

เริ่มกันที่ Animator’s Palate สำหรับผู้ที่หลงไหลในภาพยนตร์แอนิเมชั่นต้องไม่พลาดค่ะ เพราะทุกท่านจะได้สัมผัสประสบการณ์อันสุดวิเศษนี้ รวมถึงการแสดงสำหรับอาหารค่ำ โดยตัวละครดิสนีย์ พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับ State-of Art Dining การวาดภาพ และ แสดงภาพเคลื่อนไหวของตัวการ์ตูนที่ร่วมกันสรรค์สร้าง หนึ่งในนั้นรวมไปถึง Animation Magic สร้างตัวการ์ตูนด้วยตัวของคุณเอง ( สำหรับแขกที่ล่องเรือตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป บนเรือ Disney Cruise Line) พร้อมเพลิดเพลินไปกับการรับประทานอาหารที่ถูกผสมผสานจากแคลิฟอร์เนียและอาหารเอเชียที่สดใหม่นั่นเองค่ะ  

 

 

ห้องที่สองเรียกว่า Tiana's Place บรรยากาศจะอบอวลไปด้วยดนตรีแจ๊ส พร้อมอาหารสุดพิเศษที่รสชาติสุดแสนจะอร่อย ซึ่งจะสัมผัสผ่านริมฝีปากไปอย่างช้าๆ อาหารจากทางตอนใต้ของ Creole และ Cajun cooking of New Orleans พิกัดจะอยู่บริเวณชั้น 3 ของเรือค่ะ รับรองว่าทั้งอาหารและดนตรีแจ๊ส ฟังไปกินไปจะเข้ากันที่สุดค่ะ

 

ห้องที่สามเรียกว่าเรียกว่า Triton's ห้องอาหารสุดหรูหราค่ะ พลาดไม่ได้เลยกับรสชาติอาหารที่ต้องมาลิ้มลอง รสชาติอาหารอเมริกันคลาสสิกสำหรับมื้อเช้าและมื้อกลางวันและอาหารคอนติเนนตอลพร้อมอาหารฝรั่งเศสสำหรับมื้อเย็น

เพิ่มเติมค่ะ สำหรับร้านอาหาร Animator’s Palate, Tiana’s Place, Triton’s สำหรับมื้อค่ำแขกสามารถเลือกเวลาในการเข้ามารับประทานอาหารเย็นได้ (Main Seating เริ่มเปิดให้บริการ ช่วงเย็น เวลา 17.45 . ) และ ( Second Seating เริ่มเปิดให้บริการช่วงเย็น เวลา 20.15 .) รู้พิดกัดและเวลาแล้วไปกันได้เลยค่าาาา

 

ห้องอาหารสุดพิเศษที่เรียกว่า Palo สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารอิตาเลียนแท้ๆต้องมาที่นี่ เป็นอาหารทางภาคเหนือของทางอิตาลีถูที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันค่ะ ส่วนภาพบรรยากาศด้านในถูกตกแต่งสไตล์แบบอิตาเลียน ทันสมัยและหรูหราผสมผสานกับดนตรี และมีทิวทัศน์ที่สวยงามตระการตา สำหรับห้องอาหาร Palo ในมื้อกลางวันและมื้อค่ำจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 30 เหรียญ/ท่าน เราจะต้องพาตัวเองเข้าไป Enjoy eating ที่ห้องนี้ให้ได้เลยค่ะ

 

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารนานาชาติแบบบุฟเฟต์ต้องมาที่ Cabanas เป็นอาหารแบบ บุฟเฟต์ ลิ้มลองอาหารสดและ รสชาติแปลกใหม่ในมื้อเช้า กลางวัน และมื้อค่ำ ที่สุดค่ะเราสามารถเพลิดเพลินไปกับอาหารที่ตัวเองชอบ ลักษณะการบริการจะเป็นการบริการด้วยตัวเองแบบ Safe-Service นั่นเอง อันนี้งานถนัดมากๆจ้า

ในโซนห้องอาหาร Cabanas ผู้โดยสารสามารถเดินเล่นชมบรรยากาศริมทะเลตามทางเดินของเรือสำราญ ในโซนนี้จะมีรายการอาหารสดใหม่ตลอดวัน หรือจะรับประทานอาหารบนโต๊ะอาหารหลังจากพระอาทิตย์ตกดิน ในธีมแบบ boardwalk-themed ก็ได้เช่นกันนะคะ ไม่ธรรมดาจริงๆเรือลำนี้

 

Pete’s Boiler Bites เป็นห้องอาหารสไตล์อเมริกันคลาสสิค เช่น เบอร์เกอร์ ฮอทดอก ทาโก้ เหมาะสำหรับการรับประทานในมื้อกลางวันและมื้อเย็น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโซนที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากสำหรับเหล่านักกินทั้งหลายค่ะ

 

Pinocchio’s Pizzeria ลิ้มรสไปกับพิซซ่าที่สุดแสนอร่อย กับรสชาติที่คุณชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นฮาวายเอียน หรือ เปปเปโรนีพิซ่า บวกกับชีสที่หอมนุ่มลิ้น ที่ตั้งร้านจะอยู่ติดกับ Goofy’s Pool รับลองจะถูกอกถูกใจเป็นที่สุดค๊า หิวๆขึ้นมาทันที

 

 

หากใครที่เดินเที่ยวบนเรือสำราญลำนี้จนเหนื่อย และเกิดความหิวก่อนอาหารในมื้อเย็นแล้วหล่ะก็ เชิญมาทางนี้ก่อนได้ค่ะ ร้านเล็กๆ ชื่อว่า Daisy's De-Lites ร้านอาหารที่อยู่บริเวณริมสระน้ำ มีอาหารเรียกน้ำย่อย เบาๆ มาให้ทานระหว่างวัน อาทิเช่น แซนวิส สลัด ขนมปังอบกรอบ หรือ อาหารเบาๆ เพื่อสุขภาพ พร้อมผลไม้สดใหม่ ทานได้เพลินๆค่า

 

 

โซนนี้เรียกว่า Frozone Treats หากใครที่กำลังมองหาเครื่องดื่มเย็นๆ ก็สามารถมาได้ที่นี่ ซึ่งจะอยู่ติดกับ Eye Scream Treats ค่ะ ที่มีไอศกรีมทานฟรี กดได้ด้วยตัวเองเลยค่ะ รสชาติคงไม่ต้องพูดถึงเพราะคงหวานอมเปรี้ยว นุ่มลิ้มละลายในปากจนอยากจะหยุดหายใจ อิอิ

 

 

Room Service เริ่มต้นวันใหม่ด้วยอาหารเช้า และ เพลิดเพลินไปกับอาหารว่างแสนอร่อยระหว่างมื้ออาหาร หรือเพื่อตอบสนองความต้องการในยามค่ำคืนก่อนนอน อีกทั้งผู้โดยสารสามารถใช้บริการจากห้องพักของคุณด้วยบริการรูมเซอร์วิสตลอด 24 ชั่วโมงได้ด้วยค่ะ แหม๋สะดวกสบายจริงๆเลย 

 

สิ่งอำนวยความสะดวก และ กิจกรรมความบันเทิงต่างๆ 

 

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการร้องเพลงคาราโอเกะ เต้นรำ เล่นเกมส์ เปิดประตูและเข้ามาสนุกพลิดเพลินกับความบันเทิงเป็นครอบครัวกันได้ที่ห้องนี้กันเลยค่ะ เรียกว่า D-Lounge ภายในเลานจ์มีที่นั่งที่สะดวกสบาย กว้างขวาง ผสมผสานกับการตกแต่งที่สวยงามถือเป็นสถานที่รวมตัวกันอันยอดเยี่ยมเลยก็ว่าได้ หากใครชอบมานั่งที่นี่ก็สามารถสั่งเครื่องดื่มเย็นๆ เช่น ค็อกเทลสมูทตี้ หรือ มาร์ตินี่ นั่งชิวๆยาวไปค่ะ 

 

 

สำหรับความบันเทิงและการพักผ่อนที่ไม่มีที่สิ้นสุดในทริปการเดินทาง แน่นอนว่าผู้โดยสารสามารถมาใช้บริการเลานจ์แห่งที่ได้ตลอด ภายในกว้างขวาง มีโต๊ะ เก้าอี้ที่นั่งสบายๆอยู่มากมาย มีทีวีจอยักษ์ขนาดใหญ่ สำหรับรับชมเกมส์กีฬาฟุตบอล หรือติดตามข่าวสารได้ตลอดวัน เลานจ์แห่งนี้เรียกว่า Promenade Lounge ตกแต่งสไตล์อาร์ตเดโคที่หรูหรา หากใครชอบมานั่งที่นี่ก็สามารถสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือน้ำผลไม้ อาหารว่างเรียกน้ำย่อย หรือ สแน๊คกับกาแฟร้อนๆ ก็มากันได้ที่นี่เลยค่ะ 

 

บรรยากาศสุดแสนจะบรรยาย ที่สามารถเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของสระ Quiet Cove Pool ที่นี่เป็นเลานจ์สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้นค่ะ เรียกว่าห้อง Cove Cafe ผู้โดยสารที่ชื่นชอบการจิบกาแฟรสเลิศ พร้อมทานขนมอบกรอบแสนอร่อย หรือจะเพลิดเพลินไปกับการดูโทรทัศน์และท่องอินเตอร์เน็ตสามารถมารวมตัวกันได้ที่นี่ รับรองไม่มีเบื่อแน่นอนค่ะ

 

หากใครที่หลงไหลในเสียงของเปียโน แนะนำให้มาที่นี่เลยค่ะ Cadillac Lounge เรียกได้ว่าเป็นฮอลลิวูดไนท์คลับสุดคลาสสิค มีการเล่นเปียโนสดตลอดทั้งคืน อีกทั้งยังมีเครื่องดิ่มให้ดื่มแบบไม่อั้น บรรยากาศด้านในมีการตกแต่งที่หรูหรา ด้วยผนังไม้สีเข้ม เก้าอี้ที่มีขนาดใหญ่นั่งแบบสบายๆ และหน้าต่างที่สามารถมองออกไปและเห็นวิวทิวทัศน์ที่งดงาม หรือชมพระอาทิตย์ตกดินในเวลาเดียวกัน ที่กระทบกับแสงสว่างสีทอง จากไฟเบอร์ออปติก เพิ่มระดับความหรูหราจากด้านในและจิตรกรรมฝาผนังอีกด้วยค่ะ เลิศศศศ

 

สำหรับนักดื่มตัวยงทั้งหลายต้องไม่พลาดที่จะมาผับนี้ Crown & Fin เป็นผับสไตล์อังกฤษสุดคลาสสิคนั่นเองค่ะ เพลิดเพลินไปกับการได้พักผ่อน พูดคุย พบปะกับเพื่อนๆ พร้อมสั่งเครื่องดื่มเย็นๆ ค็อกเทล เบียร์รสชาติดี ไวน์รสชาติเยี่ยม และเครื่องดื่มน้ำผลไม้สำหรับผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลายก็มีให้เลือกค่ะ รับรองว่าผู้ใหญ่ทั้งหลายจะไม่เบื่อกันอย่างแน่นอน

 

ขาแดนซ์ต้องห้ามพลาด มาโชว์สเตปกันสะหน่อยที่คลับเลานจ์ Azure ถือเป็นไนท์คลับที่มี แสง สี เสียง ระยิบระยับ สุดตระการตา เป็นสถานที่พบปะ หาเพื่อนใหม่ๆ ได้ไม่ยากเลยค่ะ เหมาะสำหรับแดนซ์กันแบบกระโปรงสะบัด สลัดความเครียดทั้งหลาย แล้วปล่อยใจให้เป็นอิสระ แดนซ์ไปพร้อมกับจังหวะเสียงดนตรี และเพลงที่ดังกึกก้อง ตึ๊ด ๆ  ตึ๊ด ๆ   

 

ชมพระอาทิตย์ตกดิน ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบในท้องทะเลกับวิวสวยๆ ผู้โดยสารสามารถมานั่งชิวได้ที่บาร์พร้อมสั่งเครื่องดื่มเย็นๆ โซนนี้เรียกว่า Signals ค่ะ จะอยู่ถัดไปจาก Quiet Cove Pool นั่นเอง

 

และสุดท้ายนี้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ Beverage Tastings  ที่เป็นนักดื่มตัวโยงทั้งหลายต้องห้ามพลาดมาลิ้มลองและเทสรสชาติของเครื่องดื่มไม่ว่าจะเป็นไวน์ หรือวิสกี้ และอื่นๆ อีกมากมาย รับรองว่าไม่เดินเซกลับไปที่ห้องนอนแน่นอนคร๊า สติ สติ คริคริ

 

โซนที่ได้รับความนิยมไม่แพ้โซนไหนๆ เห็นจะเป็นที่นี่เลยค่ะ เรียกว่า Senses Spa & Salon  สำหรับหนุ่มสาวผู้ที่รักสวยรักงานสามารถมาสัมผัสสประสบการณ์ร้านเสริมสวยและสปาระดับไฮเอนด์ และทรีทเมนท์ที่จะทำให้ผ่อนคลายไปตลอดวัน ภายในมีทั้งห้องอบไอน้ำ อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอโลม่า พร้อมห้องอบเซาน่าและห้องน้ำสุดหรูหราภายในตัว บริการของ Senses Spa & Salon มีทั้งนวดตัว บริการตัดผม ทำเล็บ ดูแลผิว ทุกอย่างตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สาวๆ ไม่ควรพลาดนะคะ

 

สำหรับผู้ที่หลงรักการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจ ต้องร้องโอ้ว๊าวววกับความครบครันของอุปกรณ์การออกกำลังกายบนเรือสำราญลำนี้ ห้องนี้เรียกว่าห้อง Fitness Centers มีทั้งลู่วิ่ง อุปกรณ์เครื่องยกน้ำหนักสำหรับท่านสุภาพบุรุษหุ่นล้ำบึก ส่วนสำหรับสุภาพสตรีก็มีกิจกรรมภายในที่สามารถเข้ามาเรียนได้ อาทิเช่น พิลาทิส โยคะ หรือสนุกไปกับการเต้นแอโรบิค ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกภายในมีทั้ง ห้องอาบน้ำ ตู้เก็บของ ผ้าขนหนูฟรี และห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า น้ำดื่มฟรีด้วยค่ะ เลิศ

นอกจากนี้ยังสามารถทำกิจกรรมบนดาดฟ้าได้ เช่น เล่นกีฬากลางแจ้ง บาสเก็ตบอล ปิงปอง ได้อีกด้วย เรียกว่าโซน Wide World of Sport โดยบรรยากาศโดยรอบจะเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของท้องทะเลสีฟ้าครามค่ะ

 

สำหรับใครที่เป็นแฟนตัวยงของดิสนีย์สามารถเข้ามาช้อปปิ้งได้ที่นี่ค่ะ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นแบรนด์ของทางดิสนีย์ทั้งนั้น ขาช้อปต้องห้ามพลาดที่จะมาที่ Sea Treasures  ถ้ามากันทั้งครอบครัวก็จะต้องจัดให้ครบเซ็ตเลยก็ว่าได้ค่ะ อิอิ และข้างๆกันก็เป็นชอปที่เรียกว่า Mickey’s Mainsail สามารถเข้ามาเลือกช้อปของที่ถูกใจก่อนจะพร้อมไปปาร์ตี้บนเรือสำราญในยามค่ำคืนอันสุดวิเศษกันเล๊ยยย

ถ้ายังช้อปไม่หนำใจก็มาต่อกันที่ White Caps ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับร้าน Mickey’s Mainsail ค่ะ ร้าน White Caps มีสินค้านำเข้าปลอดภาษีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เครื่องประดับ น้ำหอม เครื่องดื่มหรือซิการ์ ไวน์ เบียร์ เป็นสินค้าที่ปลอดภาษีทั้งสิ้นค่ะ อิอิกระเป๋าแฟ๊บก็คราวนี้แหละค่า

 

 

 

หากใครยังช้อปได้อีก บริเวณชั้น 4 โซน ช้อปปิ้งก็จะมีชอป ที่เรียกว่า Vista Gallery สามารถซื้อรูปภาพของเหล่าตัวการ์ตูนของดิสนีย์เก็บไว้เป็นของฝาก หรือของที่ระลึกได้ค่ะ รับรองว่ามีตัวละครหลายแบบที่ชื่นชอบให้เลือกหา สำหรับนักสะสมภาพวาดก็ต้องห้ามพลาดที่จะมาที่นี่แน่นอน

 

หากใครที่รักการถ่ายภาพ สามารถมีอัลบั้มส่วนตัวได้ ในบนเรือสำราญจะมีชอปที่เรียกว่า Shutters: The Onboard Photography Shop ซึ่งเป็นร้านถ่ายรูปบนเรือ ที่มีอุปกรณ์ครบครันค่ะ หากใครที่อยากได้อุปกรณ์ถ่ายภาพก็มาหาดู หาซื้อได้ที่นี่ หรือใครที่มาเที่ยวเป็นทริปฮันนีมูนอยากได้รูปสวยๆกลับไปเป็นที่ระลึก หรือต้องการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งก็จะมีแพคเกจให้เลือกเช่นกันค่ะ

บริษัท ทูมอร์โรว์ เอกซ์พลอเรอร์

นึกถึงเรือสำราญ นึกถึงเรา