ล่องเรือสำราญ Disney Fantasy สายเรือ Disney Cruis Line

ล่องเรือสำราญ Disney Fantasy สายเรือ Disney Cruis Line

ภาพรวมของเรือ Disney Fantasy

เตรียมตัวแพ็คกระเป๋าเดินทาง และออกเดินทางไปกับเราได้เลยค่ะ เพราะเรือสำราญ Disney Fantasy พร้อมแล้วที่จะพาเราล่องไปยังสถานที่อันน่ามหัศจรรย์ พร้อมความเพลิดเพลิน บวกกับเสียงหัวเราะในตลอดทริปการเดินทาง 

เรือสำราญ Disney Fantasy นั้นมีน้ำหนักถึง 130,000 ตัน เป็นลำใหม่ล่าสุด เป็นเรือผจญภัยในตระกูลดิสนีย์ ที่จะพานักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่สวยงาม และน่าค้นหา เรือลำนี้จัดว่าเป็นเรือน้องของ Disney Dream แต่ Disney Fantasy ถือเป็นผลงานชั้นเอก ในเรื่องการออกแบบผลงานของวิศวกรรม และ ดีไซน์ที่มีเสนห์แบบ Art Nouveau ควบคู่ไปกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งสามารถล่องเรือไปยังจุดหมายปลายทางที่น่าอัศจรรย์ใจ และเพลิดเพลินไปกับการบอกเล่าเรื่องราวอันน่าทึ่งของดิสนีย์ในท้องทะเล

 

ไฮไลท์ของเรือ 

เจ้าเรือสำราญลำนี้ มีไฮไลท์ตรงที่ชอบจัดกิจกรรมพิเศษสำหรับเทศกาลต่างๆ อาทิ วันฮาโลวีนหรือ วันหยุดในฤดูหนาวค่ะ แน่นอนว่าเด็กๆต้องกริ๊ดเสียงดังระงมบนเรือลำนี้ นั่นคือการจัดกิจกรรม Meet and Greet รวมไปถึงกิจกรรม และ Star Wars at Seas อีกหนึ่งไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ของ Disney Fantasy คือ เจ้าสไลด์เดอร์ AquaDuck ที่เป็นสไลด์เดอร์น้ำสูง 4 ชั้น ยาว 2.5 เท่าของสนามฟุตบอลเลยค่า

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมีร้านอาหารที่มีความพิเศษคือ Rotational Dining แน่นอนเลยค่ะว่าอันนี้ชอบสุดๆ เราจะได้รับประทานอาหารที่ไม่ซ้ำกัน โดยแขกจะย้ายร้านอาหารทุกวัน เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศการรับประทาน โดยพนักงานคนเดิมจะตามไปคอยให้บริการด้วย แขกจะได้สัมผัสบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภัตตาคาร และรสชาติอาหารที่ไม่ซ้ำใคร 

เจ้าเรือลำนี้มีเกาะส่วนตัวของดิสนีย์ที่ชื่อว่า Castaway Cay ในทะเลบาฮามาส ที่คนที่ล่องเรือสำราญดิสนีย์เท่านั้นที่ไปเที่ยวได้ ลงมาถึงก็แวะถ่ายภาพกับ Mickey Mouse ได้เลย แน่นอนว่าผู้โดยสารของเรือ Disney Fantasy สามารถลงมาเที่ยวได้ฟรี ว่าแล้วเราลองมาดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

 

เส้นทางล่องเรือ Disney Fantasy

- เรือสำราญ Disney Fantasy จะล่องในแถบทะเล แคริบเบียน, บาฮามาส เป็นต้น

- ระยะเวลาการเดินทางโดยส่วนใหญ่ ตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป  

- เรือสำราญ Disney Fantasy ส่วนใหญ่จะออกจากท่าเรือ Port Canaveral ค่ะ

 สำหรับผู้ที่รักการเดินทางล่องเรือสำราญ Disney Fantasy สามารถดูเส้นทางการเดินทางตลอดทั้งปีได้ที่นี่  คลิกดูเส้นทาง Disney Fantasy

 

Disney Fantasy ตัวอย่างเส้นทางแนะนำที่น่าสนใจ

-  เส้นทาง 3 คืน Bahamian Cruise from Port Canaveral (ฟลอริด้า) ช่วงเดือน กรกฎาคม

-  เส้นทาง 7 คืน Eastern Caribbean Cruise from Port Canaveral ช่วงเดือน เมษายน - สิงหาคม และ พฤศจิกายน - ธันวาคม

เส้นทาง 7 คืน Eastern Caribbean Cruise from Port Canaveral with Star Wars Day at Sea ตั้งแต่เดือน มกราคม - เมษายน 

เส้นทาง 7 คืน Halloween on the High Seas Eastern Caribbean Cruise  และ Western Caribbean Cruise from Port Canaveral ช่วงเดือน กันยายน - ตุลาคม

เส้นทาง 7 คืน Very Merrytime Eastern - Western Caribbean Cruise from Port Canaveral ช่วงเดือน พฤศจิกายน และ ธันวาคม

เส้นทาง 7 คืน Western Caribbean Cruise from Port Canaveral with Star Wars Day at Sea ตั้งแต่เดือน มกราคม - เมษายน

 คลิกที่นี่ เส้นทางล่องเรือสำราญ Disney Cruise Line

 

  

 

ไฮไลท์สุดพิเศษ คือเกาะส่วนตัว Disney Castaway Cay

เจ้าเรือลำนี้มีเกาะส่วนตัวของดิสนีย์ที่ชื่อว่า Castaway Cay ในทะเลบาฮามาส คนที่ล่องเรือสำราญดิสนีย์เท่านั้นที่ไปเที่ยวได้ ลงมาถึงก็แวะถ่ายภาพกับ Mickey Mouse ได้เลย แน่นอนว่าผู้โดยสารของเรือ Disney Fantasy สามารถลงมาเที่ยวได้ฟรี ว่าแล้วเราลองมาดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

Castaway Cay ถือเป็นสวรรค์บนเกาะส่วนตัวของ Disney ซึ่งเป็นสถานที่แบบส่วนตัวที่สงวนไว้สำหรับ เรือสำราญ Disney Cruise Line และผู้เข้าพักของ Disney Cruise เท่านั้น ในเกาะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายและอาหารอร่อยๆ อาทิเช่น บุฟเฟต์ อาหารกลางวัน แบบสไตล์บาร์บีคิว ชา กาแฟ ไอศกรีม นอกจากนั้นยังมี ชายหาดริมทะเลสำหรับครอบครัว และสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น เก้าอี้ริมชายหาด ร่ม และเปลญวน ผ้าขนหนูสำหรับใช้บนชายหาด ความบันเทิงต่างๆ บนเกาะ คลับสำหรับเด็ก และวัยรุ่น เส้นทางเดินป่า กีฬาทางน้ำต่างๆ ชั้นเรียนโยคะ โซนอาบน้ำ น้ำตก Pelican Plunge รถราง สำหรับการรับส่ง และอื่นๆ อีกมากมาย ค่ะ ว่าแล้วก็อยากแพ็คกะเป๋าเดินทางและไปกันทั้งครอบครัวใหญ่ ฮูลาฮูเล่ ฮูเลฮูเล ฮูลัลลา เฮเฮ้ทุกเวลา...

 

 

ข้อมูลเทคนิค

 

ไลฟ์สไตล์บนเรือสำราญ Disney Fantasy

เรือสำราญ Disney Fantasy แน่นอนว่าดึงดูดกลุ่มครอบครัวเป็นหลัก โดยเฉพาะเด็กๆ และ กลุ่มวัยรุ่น รวมไปถึง กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายเชื้อชาติ ที่หลงใหลในเรื่อง อาหารน่ารักๆ บนเรือสำราญ และ สนุกไปกับกิจกรรมต่างๆ ในช่วงวันหยุดพักผ่อนสุดสัปดาห์ และ ผู้โดยสารส่วนใหญ่ จะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน และ แคนาดา

 

ห้องพัก

รูปแบบห้องพัก มีอยู่ 4 ประเภทหลัก หลาย 10 ประเภทย่อย แล้วแต่เรือแต่ละลำ

⁃ Inside ไม่มีหน้าต่าง ขนาดห้อง 15.7 - 18.9 ตรม.

⁃ Ocean View มีหน้าต่าง  ขนาดห้อง 18.9 - 22.38 ตรม.

⁃ Verandah มีระเบียงห้อง  ขนาดห้อง 22.85 - 27.77 ตรม.

⁃ Concierge เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุด เหมาะสำหรับ ท่องเที่ยวพร้อมครอบครัว ขนาดห้องเริ่มต้น 28.42 ตรมจนถึง 165.46 ตรม.

 

ห้องพักของเรือสำราญ Disney จะทำให้แขกรู้สึกผ่อนคลาย และการออกแบบที่คลาสสิค ไม่ว่าจะเป็นห้องสวีทที่ได้มาตรฐาน และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น

-  ห้องพักส่วนใหญ่ จะเป็นห้องน้ำแยก และมีม่านปิดกั้น เพื่อให้บรรยากาศของความเป็นส่วนตัวของแขกผู้เข้าพักทุกคน

-  ในห้องพัก Stateroom บวกกับจะมีทั้งผลิตภัณฑ์ยี่ห้อ H20 และฝักบัวสำหรับอาบน้ำ

-  พื้นที่สำหรับเก็บสัมภาระ รวมถึงพื้นที่ใต้เตียงที่สามารถเก็บสัมภาระอื่นๆ ได้อีกด้วย

-  ตู้เย็น

-  เครื่องเป่าผม

-  โทรทัศน์ในห้องพัก

-  บริการทำความสะอาด 2 ครั้ง ต่อวัน

 

ห้องพักแต่ละรูปแบบ

ห้องพักแบบ Inside ไม่มีหน้าต่าง ขนาดห้อง 15.7 - 18.9 ตรม.

 

Ocean View มีหน้าต่าง ขนาดห้อง 18.9 - 22.38 ตรม.

 

Verandah มีระเบียงห้อง ขนาดห้อง 22.85 - 27.77 ตรม.

 

Concierge เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุด เหมาะสำหรับ ท่องเที่ยวพร้อมครอบครัว ขนาดห้องเริ่มต้น 28.42 ตรมจนถึง 165.46 ตรม.

 

กิจกรรมสุดพิเศษ ในเทศกาลต่างๆ

มาเริ่มต้นวันสนุกสุดขีดกันในวันแรกที่เรือเริ่มออกเดินทางกันเลย นั่นก็คือ Sail Away Party บริเวณดาดฟ้าเรือ จะมีตัวการ์ตูนพวก Mickey Mouse พร้อมผองเพื่อนมาแดนซ์กันกระจาย และแจกพู่สีแดง สีน้ำเงินโบกสะบัดกันให้ทั่ว เป็นภาพที่สวยงามอลังการตื่นตาตื่นใจจริงๆ เลยค่ะ 

 

บางเส้นทางจะมี Star Wars Dat At Seas เด็กๆ พบกับเหล่าฮีโร่ได้บนเรือสำราญ Disney Fantasy ชั้น 11 เฉลิมฉลองกับตัวละครที่โด่งดังกับเหล่าวีรบุรุษในตำนาน สำหรับทริป 7 คืน Disney Cruises in the Caribbean เริ่มแล้วในเดือน มกราคม - เมษายน นะคะ ว่าแล้วลองไปชมคลิปวิดีโอกันได้เลยค่ะ 

 

พบกับตัวการ์ตูนดิสนีย์เหล่าขวัญใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้ ที่เรียกว่า Character Greetings มีบนเรือสำราญของ Disney Cruise Line เท่านั้น รับรองได้ว่าหันไปมองทางไหนก็จะเจอแต่เหล่าฮีโร่  เหล่าตัวการ์ตูนดิสนีย์สุดคลาสสิคและผองเพื่อนอยู่ทั่วเรือสำราญ พร้อมแล้วก็อย่าลืมกอดและหยิบกล้องถ่ายรูปมาถ่าย แช๊ะ แช๊ะ กันนะคะ จุดที่น้องๆ นู๋ๆ จะเจอตลอดจะเป็นชั้น 4 ตรงกลางลำเรือ และจุดที่เป็นระเบียง รวมถึงตรงสระ Goofy’s Pool Stage รู้พิกัดแล้วรออะไรคะ ต้องวิ่งออกนอกห้องกันไปเลย อิอิ

 

ต่อกันด้วย Pirate Night ค่ำคืนของโจรสลัด ธีมที่ถูกจัดขึ้นอย่างอลังการงานสร้างดาวแสนล้านๆ ดวง คงต้องยกให้กับปาร์ตี้โจรสลัดในค่ำคืนสุดมหัศจรรย์นี้ เป็นค่ำคืนแห่งการรวมตัวที่ผู้โดยสารทุกท่านจะได้มาสนุกสุดเหวี่ยงกันบนเรือพร้อมชมการแสดงต่างๆ ของเหล่ามิคกี้เมาท์ที่มาจะเลือกเสียงหัวเราะ รวมถึงผองเพื่อน อาทิเช่น Daisy Duck, Minnie Mouse และ Goofy พร้อมชมความตระการตาของพลุไฟที่สวยสดงดงามบนท้องฟ้า จุดกันให้เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วชั้นดาดฟ้า พร้อมกับบรรเลงเพลงคู่ไปกับการเต้นรำให้ครื้นเครงบรรเลงใจ โอ้ยยย ว่าแล้วก็อยากจะเก็บเสื้อผ้าแล้วแพ็คใส่กระเป๋าหนีตามพี่มิคกี้เมาท์ไปปาร์ตี้ ในค่ำคืน Pirate Night ซะแล้วสิ

 

เริ่มต้นเฉลิมฉลอง New Year’s Eve ไปด้วยกันบนเรือสำราญ Disney Fantasy สำหรับผู้โดยสารที่เลือกล่องเรือสำราญที่อยู่ในระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม - 1 มกราคม แน่นอนว่าเราจะเริ่มเคาท์ดาวข้ามปีใหม่ไปพร้อมๆกันค่ะ แสง สี เสียง สุดอลังการตื่นตาตื่นใจ จะเป็นทริปที่ทำให้ประทับใจไปจนจบการเดินทางอย่างแน่นอนค่ะ

 

กิจกรรมนี้เป็นต้องถูกใจสำหรับเด็กๆ น้องๆ นู๋ๆ ในช่วงฤดูหนาว ด้วยเรือสำราญลำนี้ขอมอบของขวัญสุดพิเศษให้กับผู้โดยสารทุกท่านบนเรือสำราญ ที่เดินทางในช่วงคริสต์มาส 24-25 ธันวาคม ที่เรียกว่า Very Merrytime Cruises ทุกท่านจะได้พบกับกิจกรรมสุดพิเศษในคืนวันคริสต์มาสสุดหรรษา แน่นอนว่าจะได้กอดคุณลุง ซานตาคลอส ตัวเป็นๆ พร้อมแสงไฟระยิบระยับ ประสบการณ์นี้จะทำให้หัวใจของเด็กๆ พองโตไปตามๆ กัน ก็แน่นอนแหละค่ะคุณลุงซานตาต้องมีของขวัญมามอบให้น้องๆ นู๋ๆ เขาด้วยนะ

 

เทศกาลเฉลิมฉลองวันฮาโลวีน ในคืนวัน Halloween on the High Seas แน่นอนว่าเหล่าภูตผีจะมากันเยอะแยะมากมาย แต่ละคนคงใช้เทคนิคพิเศษแบบสุดๆในการแต่งหน้ากันเลยทีเดียว ว่าแล้วลองไปชมวิดีโอตัวอย่างเรียกน้ำจิ้มกันหน่อยนะคะ

 

เทศกาล Thanksgiving at Sea หรือเรียกอีกอย่างว่าวันขอบคุณพระเจ้า แขกจะได้รับประทานอาหารที่อร่อย  โดยเรือจะมีบริการอาหารว่างตามเทศกาลประจำปี ที่พลาดไม่ได้นั่นคือ เมนู ไก่งวง แบบเต็มคอร์สค่ะ และการตกแต่งภายในเรือจะถูกเนรมิตให้ออกมาอย่างสวยงาม เพื่อให้ทุกคนได้เกิดความประทับใจในการเฉลิมฉลองวันหยุดสุดพิเศษนี้ เรียกได้ว่าจะเรียกรอยยิ้มได้จากแขกทั้งเด็กและผู้ใหญ่ค่ะ

 

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่สุดบนเรือสำราญลำนี้ นั้นคือ AquaDuck ค่ะ สไลด์เดอร์น้ำสูง 4 ชั้น ยาว 2.5 เท่าของสนามฟุตบอล ที่เวลาเล่นทั้งเสียวและทั้งมันส์สุดขีด เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาลองไปดูคลิปวิดีโอกันเลยค่า 

 

ความสนุกในโซนนี้ยังไม่หมด เด็กๆ ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับ Mickey’s Pool หรือที่เรียกว่า AquaLab  สระที่มีเสน่ห์ และมีความคดเคี้ยวสระน้ำแบบสวนสนุกที่ท้าทายสำหรับเด็กๆ ค่ะ และไปต่อกันด้วยสระที่เรียกว่า Donald’s Pool เป็นสระน้ำจืดที่เหมาะพากันมาเล่นน้ำเป็นแบบครอบครัว เพื่อกระะชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นค่ะ

Mickey’s Pool

Donald’s Pool

 

ทีนี้มากันที่สระผู้ใหญ่กันบ้าง คือโซนที่เรียกว่า Quiet Cove Pool สระว่ายน้ำผู้ใหญ่ อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เป็นสระที่มีความเงียบสงบ ชิวๆ บรรยากาศแบบผ่อนคลายสุดๆ ไปเลย และอีกหนึ่งโซนที่พลาดไม่ได้ เรียกว่า Satellite Falls ให้บรรยากาศที่ผ่อนคลาย สบายๆ และเป็นส่วนตัวแบบสุดๆ ค่ะ

Quiet Cove Pool 

 

 

Satellite Falls 

 

อีกหนึ่งบริเวณที่เป็นที่เล่นน้ำแปลกใหม่ของ น้องๆ นู๋ๆ โซนนี้เรียกว่า Nemo’s Reef สถานที่สำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 8 ปี เพลิดเพลินไปกับมุมปลา Nemo น่ารักๆ พร้อมฟังเสียงหัวเราะทั้งวันของเด็กๆ ให้หัวใจกระชุ่มกระโชยตลอดทั้งวัน

 

หรือจะเป็นพักผ่อนชิวๆ ริมสระน้ำ พร้อมกับคู่รัก หรือพร้อมครอบครัว ก็มาได้ที่โซนริมสระที่เรียกว่า Funnel Puddle ตั้งอยู่บนชั้น 12 ของเรือสำราญ Disney Dream และ Disney Fantasy เท่านั้นค่ะ ไอแดดอุ่นๆ กับเครื่องดื่มเย็นๆ ช่างสบายใจยิ่งนัก ฟินกว่านี้ไม่มีอีกแย้ววววววว อิอิ

 

โซนต่อไปเราจะมาเอาใจน้องๆ นู๋ๆ กันบ้าง โซนนี้เรียกว่า Disney’s Oceaneer Club  คลับสำหรับเด็กอายุ 3-12 ขวบ เด็กๆ สามารถเพลิดเพลินไปกับการแต่งตัวแบบเหล่าการ์ตูนดิสนีย์ หรือ เล่นเกมส์เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการเรียนรู้ พร้อมกับมีสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ คุณนู๋ๆ มีเฮ เพราะเขาเปิดให้บริการทุกวันนั่นเองค่ะ

 

ห้องนี้เรียกว่า EDGE สำหรับเด็กที่มีอายุ 11-14 ปี เป็นสถานที่สุดพิเศษสำหรับการพบปะ พูดคุย ซึ่งในห้องนี้จะมี โทรทัศน์จอแบน คอมพิวเตอร์ วิดีโอเกมส์ และมีกิจกรรมที่น่าสนใจอยู่เพียบ เด็กๆ จะได้พบปะเพื่อนใหม่มากมายที่นี่ค่ะ 

 

ห้องนี้เรียกว่า VIBE เป็นสถานที่ที่สามารถพบปะเพื่อนใหม่ๆ เพลิดเพลินไปกับการดูหนัง ฟังเพลง เต้นรำ และสนุกกับการ เล่นวิดีโอเกมส์ รับรองว่าเด็กๆคงไม่อยากจะไปเที่ยวโซนอื่นเลยแน่นอน อิอิ

 

ส่วนห้องนี้เราเรียกว่า  “IT’S A SMALL WORLD” NURSERY เป็นศูนย์รับเลี้ยงเด็กสุดคลาสสิคบนเรือสำราญสำหรับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 3 ปี ค่ะ คุณพ่อคุณแม่หากต้องการมีเวลาส่วนตัวสามารถนำลูกๆ มาได้ที่ห้องนี้ค่ะ เหมือนเป็นสวรรค์เล็กๆของนู๋น้อยฟันน้ำนม ห้องที่เต็มไปด้วยโลกแห่งการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มีทั้งของเล่นที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการมากมายให้กับเด็ก

 

 

ร้านอาหาร

ร้านอาหารของเรือสำราญลำนี้มีความพิเศษคือ Rotational Dining แน่นอนเลยค่ะว่าอันนี้ชอบสุดๆ เราจะได้รับประทานอาหารที่ไม่ซ้ำกัน โดยแขกจะย้ายร้านอาหารทุกวัน เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศการรับประทาน โดยพนักงานคนเดิมจะตามไปคอยให้บริการด้วย แขกจะได้สัมผัสบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภัตตาคาร ค่ะ 

เริ่มกันที่ Animator’s Palate สำหรับผู้ที่หลงใหลในภาพยนตร์แอนิเมชั่นต้องไม่พลาดค่ะ เพราะทุกท่านจะได้สัมผัสประสบการณ์อันสุดวิเศษนี้ รวมถึงการแสดงสำหรับอาหารค่ำ โดยตัวละครดิสนีย์ พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับ State-of Art Dining การวาดภาพ และ แสดงภาพเคลื่อนไหวของตัวการ์ตูนที่ร่วมกันสรรค์สร้าง หนึ่งในนั้นรวมไปถึง Animation Magic สร้างตัวการ์ตูนด้วยตัวของคุณเอง (สำหรับแขกที่ล่องเรือตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป บนเรือ Disney Cruise Line) พร้อมเพลิดเพลินไปกับการรับประทานอาหารที่ถูกผสมผสานจากแคลิฟอร์เนียและอาหารเอเชียที่สดใหม่นั่นเองค่ะ 

 

 

ห้องอาหารแห่งที่สอง เรียกว่าห้อง Royal Court เป็นหนึ่งในห้องอาหารสุดหรู เสมือนเป็นพระมหากษัตริย์หรือราชินี ร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศสแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ สุดคลาสสิค Disney Princess เนรมิตรให้เป็นแบบงานเลี้ยงของบุคคลชั้นสูงนั่นเองค่ะ

  

ห้องอาหารแห่งที่สามเรียกว่า Enchanted Garden เป็นอีก 1โซนที่ได้รับความนิยม ภัตตาคารอาหารสุดหรูที่ถูกจัดไว้อยู่ในสวนที่รื่นรมย์เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชาติต่างๆ ซึ่งสถานที่แห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก แวร์ซาย (Versailles) นั่นเองจ้า

หมายเหตุ: ร้านอาหาร Animator’s Palate, Royal Palace, Enchanted Garden อยู่ในส่วนของห้องอาหารหลัก ซึ่งในแต่ละคืนแขกจะได้รับประทานอาหารที่หลากหลาย ไม่ซ้ำ สลับหมุนเวียนกันไป ให้แขกได้ลิ้มลอง กับประสบการณ์ใหม่ ซึ่ง 3 ร้านจะมีรสชาติแตกต่างและธีมที่แตกต่างกันไปค่ะ และ สำหรับมื้อค่ำแขกสามารถเลือกเวลาในการเข้ามารับประทานอาหารเย็นได้ (Main Seating เริ่มเปิดให้บริการ ช่วงเย็น เวลา 17.45 .) และ (Second Seating เริ่มเปิดให้บริการช่วงเย็น เวลา  20.15 .) 

 

ห้องอาหารสุดพิเศษที่เรียกว่า Palo สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารอิตาเลียนแท้ๆ ต้องมาที่นี่ เป็นอาหารทางภาคเหนือของทางอิตาลีถูที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันค่ะ ส่วนภาพบรรยากาศด้านในถูกตกแต่งสไตล์แบบอิตาเลียน ทันสมัยและหรูหราผสมผสานกับดนตรี และมีทิวทัศน์ที่สวยงามตระการตา สำหรับห้องอาหาร Palo ในมื้อกลางวันและมื้อค่ำจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 30 เหรียญ/ท่าน เราจะต้องพาตัวเองเข้าไป Enjoy Eating ที่ห้องนี้ให้ได้เลยค่ะ

 

ลิ้มลองอาหารอิตาเลียนกับเชฟผู้เชี่ยวชาญ ที่เรียกว่า Palo Be Our Chef ค่ะ

 

ที่สุดของความพิเศษที่บนเรือสำราญได้ยกห้องอาหารสุดหรูมาไว้ อีกหนึ่งห้องอาหารที่เรียกว่า Remy  ห้องอาหารที่หรูหราสไตล์ฝรั่งเศส และให้บริการอาหารฝรั่งเศสเลิศรสสำหรับมื้อเย็น  สำหรับห้องอาหาร Remy สำหรับมื้อค่ำ 95 เหรียญต่อท่าน  และต้องจองที่นั่งล่วงหน้า และมีค่าใช้จ่ายสำหรับมื้ออื่นๆ นะคะ รับรองได้เลยว่าถ้าพาคนพิเศษๆ มาทาน จะเพิ่มความหวาน และความโรแมนติกอันน่าประทับใจที่สุดเลยค่า อ้ออีกเรื่องที่สำคัญนะคะ คือ ลักษณะการแต่งตัวช่วงมื้อค่ำ แขกผู้เข้าพักจะต้องแต่งตัวแบบสุภาพ สำหรับสุภาพบุรุษ ควรสวมสูทหรือเนคไท หรือทักซิโด้ และสำหรับสุภาพสตรีควรสวมชุดค็อกเทล หรือชุดราตรี สั้น/ยาว แบบสุภาพ ค่ะ

 

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารนานาชาติแบบบุฟเฟต์ต้องมาที่ Cabanas เป็นอาหารแบบ บุฟเฟต์ ลิ้มลองอาหารสดและ รสชาติแปลกใหม่ในมื้อเช้า กลางวัน และมื้อค่ำ ที่สุดค่ะเราสามารถเพลิดเพลินไปกับอาหารที่ตัวเองชอบ ลักษณะการบริการจะเป็นการบริการด้วยตัวเองแบบ Safe-Service นั่นเอง อันนี้งานถนัดมากๆจ้า

ในโซนห้องอาหาร Cabanas ผู้โดยสารสามารถเดินเล่นชมบรรยากาศริมทะเลตามทางเดินของเรือสำราญ ในโซนนี้จะมีรายการอาหารสดใหม่ตลอดวัน หรือจะรับประทานอาหารบนโต๊ะอาหารหลังจากพระอาทิตย์ตกดิน ในธีมแบบ Boardwalk-themed ก็ได้เช่นกันนะคะ ไม่ธรรมดาจริงๆ เรือลำนี้

  

สำหรับความบันเทิงในช่วงเย็น ก่อนเข้าไปยังโรงละคร Walt Disney Theatre จะมีบาร์ที่ชื่อว่า Preludes ผู้โดยสารทุกท่านสามารถรับคุกกี้ ค็อกเทล หรือป๊อปคอร์นได้ โดยจะมีพนักงานคอยให้บริการและเสิร์ฟถึงในโรงละครค่ะ

 

สำหรับใครที่มีความหิวระหว่างวัน แนะนำให้มาทานอะไรรองท้องที่นี่ก่อนเลย Flo’s Cafe  เป็นร้านอาหารกลางแจ้ง 3 แห่ง ได้แก่ Luigi's Pizza, Tow Mater's Grill และ Fillmore's  อิ่มอร่อยไปกับเบอร์เกอร์ สลัด ไก้ พิซซ่า และแซนวิส นั่นเองค่ะ 

 

โซนนี้เรียกว่า Frozone Treats หากใครที่กำลังมองหาเครื่องดื่มเย็นๆ ก็สามารถมาได้ที่นี่ ซึ่งจะอยู่ติดกับ Eye Scream Treats ค่ะ ที่มีไอศกรีมทานฟรี กดได้ด้วยตัวเองเลยค่ะ รสชาติคงไม่ต้องพูดถึง เพราะคงหวานอมเปรี้ยว นุ่มลิ้มละลายในปากจนอยากจะหยุดหายใจ อิอิ

 

 

ร้านไอศกรีมสไตล์วินเทจ เป็นที่ถูกอกถูกใจของน้องๆ นู๋ๆ ที่เรียกว่า ร้าน Sweet on You มีไอศครีมที่ถูกใจให้เลือกถึง 32 รสชาติ เจลาโต้ ช๊อกโกแลตนมแสนหอมมันและกลมกล่อม  รวมถึงคุ๊กกี้ และคัพเค้ก ที่มีให้เลือกทานอีกมากมาย ว่าแล้วก็อยากจะตามเด็กๆ ไปนั่งกินให้สบายใจเฉิบ แถมมีเพื่อนใหม่เป็นพี่มิกกี้เมาส์สุดคลาสสิคนั่งอยู่ข้างๆ โต๊ะอีกด้วย

 

Room Services เริ่มต้นวันใหม่ด้วยอาหารเช้า และ เพลิดเพลินไปกับอาหารว่างแสนอร่อยระหว่างมื้ออาหาร หรือเพื่อตอบสนองความต้องการในยามค่ำคืนก่อนนอน อีกทั้งผู้โดยสารสามารถใช้บริการจากห้องพักของคุณด้วยบริการรูมเซอร์วิสตลอด 24 ชั่วโมงได้ด้วยค่ะ แหม๋.. สะดวกสบายจริงๆ เลย 

 

สิ่งอำนวยความสะดวก และ กิจกรรมความบันเทิงต่างๆ 

ผู้โดยสารสามารถเพลิดเพลินไปกับการแสดงสดบรอดเวย์ ชมภาพยนตร์ของดิสนีย์เรื่องแรกในระบบดิจิตอล 3D ขอบอกเลยว่าเราสามารถใช้เวลาอันคุ้มค่าอยู่ในห้องนี้ได้แบบไม่มีวันเบื่อแน่นอน เพราะเขามีโชว์ต่างๆ อาทิเช่น โชว์บอร์ดเวย์ ต่างๆ 

โชว์การแสดงที่น่าตื่นเต้นและประทับใจพร้อมมิวสิค เพลงประกอบสุดอลัง มาได้เลยที่ Walt Disney Theatre ที่จะพบกับการแสดงที่ไม่ธรรมดา แถมยิ่งใหญ่อลังการสุดๆ บางวันก็จะมีนักมายากลที่สุดยอดมาแสดง หรือบางวันก็มีแสดงตลก และการแสดงของซินเดอร์เรล่า ค่ะ 

หรือถ้าต้องการชมภาพยนตร์สุดคลาสสิคของดิสนีย์ที่แรกก่อนใคร First-Run Movies  ไปได้ที่โรงภาพยนต์นี้เลยค่ะ Buena Vista Theatre เป็นโรงภาพยนตร์สุดทันสมัยเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ชมกันให้ตาฉ่ำหวานกันไปเล๊ยยย

 

 

อย่างที่บอกว่าเรือสำราญลำนี้มีโชว์มากมาย ถ้าใครได้หลงเข้าไปเป็นต้องมนต์สะกด จนไม่อยากออกมาทำกิจกรรมอย่างอื่นเลยขอบอก อิอิ หนึ่งในนั้นยังมีโชว์ที่เรียกว่า Disney Believe เพลิดเพลินไปกับดนตรี และบทเพลงของดิสนีย์ และการแสดงต่างๆ ของเหล่าตัวละครของดิสนีย์สุดคลาสสิค อาทิเช่น AladdinDisney's Aladdin - A Musical Spectacular และอีกโชว์ที่จะต้อง ร้องเล่น เต้นตามนั่นก็คือ Disney Wishes เป็นต้นค่ะ โชว์การแสดงละลานตาแบบนี้รับรองว่าไม่เบื่อแน่นอนค่ะ

 

สำหรับน้องๆ นู๋ๆ ที่อยากจะแปลงโฉมเป็นเจ้าหญิงแสนสวย หรือเจ้าชายสุดเนียบ สามารถเข้ามาได้ที่ร้านเสริมสวยสุดพิเศษ ที่เรียกว่า Bibbidi Bobbidi Boutique อย่างที่เรารู้กันว่าเจ้าเรือสำราญลำนี้มีธีมมากมายในแต่ละคืน เช่น ปาร์ตี้โจรสลัด หรือจะเป็นธีม Stay Wall at Seas หรือธีมเจ้าหญิงดิสนีย์ผู้ที่อยู่ในราชวังอันแสนงดงาม และยิ่งใหญ่อลังการ จินตราการของเด็กๆ เหล่านี้สามารถเนรมิตให้เป็นจริงได้อย่างง่ายดายเลยค่ะ รับลองว่าถูกใจน้องๆ นู๋ๆ เป็นที่สุด

 

หลังจากนู๋น้อยได้ไปแปลงโฉมที่ห้อง Bibbidi Bobbidi Boutique เพื่อจะมางานเลี้ยงน้ำชาของเหล่าบรรดาเจ้าหญิงและเจ้าชายองค์น้อย ได้เริ่มขึ้นแล้ว ณ ห้อง Royal Court Royal Tea ขอต้อนรับเด็กๆที่มีอายุ 3-12 ขวบให้มาลองเปิดประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ พร้อมพบกับเหล่าตัวการ์ตูนในฝันของดิสนีย์ที่จะมาปรากฎตัวให้เห็นแบบเต็มๆ ตัวเป็นๆ ให้เด็กๆได้กริ๊ดกันเสียงหลงที่นี่ค่ะ ทั้งนี้เด็กๆสามารถสั่งอาหารพิเศษมารับประทานได้ แต่ห้องนี้ต้องทำการจองล่วงหน้านะคะ เพราะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับเด็กอยู่ที่ประมาณ 210 เหรียญ ผู้ใหญ่ประมาณ 69 เหรียญค่ะ 

 

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการร้องเพลงคาราโอเกะ เต้นรำ เล่นเกมส์ เปิดประตูและเข้ามาสนุกพลิดเพลินกับความบันเทิงเป็นครอบครัวกันได้ที่ห้องนี้กันเลยค่ะ เรียกว่า D-Lounge ภายในเลานจ์มีที่นั่งที่สะดวกสบาย กว้างขวาง ผสมผสานกับการตกแต่งที่สวยงามถือเป็นสถานที่รวมตัวกันอันยอดเยี่ยมเลยก็ว่าได้ หากใครชอบมานั่งที่นี่ก็สามารถสั่งเครื่องดื่มเย็นๆ เช่น ค็อกเทลสมูทตี้ หรือ มาร์ตินี่ นั่งชิวๆ ยาวไปค่ะ 

 

 

บรรยากาศสุดแสนจะบรรยาย ที่สามารถเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของสระ Quiet Cove Pool ที่นี่เป็นเลานจ์สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้นค่ะ เรียกว่าห้อง Cove Cafe ผู้โดยสารที่ชื่นชอบการจิบกาแฟรสเลิศ พร้อมทานขนมอบกรอบแสนอร่อย หรือจะเพลิดเพลินไปกับการดูโทรทัศน์ และท่องอินเตอร์เน็ตสามารถมารวมตัวกันได้ที่นี่ รับรองไม่มีเบื่อแน่นอนค่ะ

  

สถานที่แห่งนี้สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้นนะคะ เป็นบาร์แบบเปิดโล่ง เรียกว่า Currents ค่ะ ตั้งอยู่บนชั้น 13 เหมาะแก่การมานั่งจิบค็อกเทล พร้อมชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของท้องทะเล และชมพระอาทิตย์ตกดินได้ที่นี่เลยค่ะ ชิวที่สุด หากมาเป็นคู่ก็จะโรแมนติกไม่แพ้โซนอื่นๆ เลย

 

โซนนี้เรียกว่า Skyline  ตั้งอยู่บรเวณ ชั้น 4 ของเรือสำราญ บรรยากาศภายในสวยงาม หรูหรา พร้อมได้บรรยากาศการจิบเครื่องดื่มเบาๆ ด้วยการตกแต่งที่สุดเก๋ มีที่นั่งที่สบายๆ พร้อมชมวิวและทัศนียภาพภายนอกที่สวยงาม ถือเป็นอีกหนึ่งโซนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก บอกได้คำเดียวว่า ไม่มาไม่ได้แล้ว โอ๊ยเลิศศศศศศศ 

 

ไนท์คลับสไตล์อังกฤษ และมีบาร์ที่จำลองบรรยากาศแบบรถไฟใต้ดินที่ลอนดอน ต้องมาที่ห้องนี้ เรียกว่า The Tube นั่นเองค่ะ เพลิดเพลินไปกับความบันเทิง และเสียงหัวเราะที่สนุกสนานกับการได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนๆ เต้นรำสุดเหวี่ยง แดนซ์กันกระจาย พร้อมจิบเครื่องดื่มเย็นๆ เช่น ค็อกเทล เบียร์ บรรยากาศภายในไม่ต้องพูดถึง ด้วยการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ที่ทันสมัย เข้ากับฟลอร์เต้นรำที่สวยงาม เข้ากับธงชาติอังกฤษบนเวที รวมถึงหลอดไฟหลากหลายดวงประดับประดา ทำให้สร้างความหน้าตื่นตาตื่นใจในปาร์ตี้ค่ำคืนสุดพิเศษ เลิศศศศศศศ ค่ะ

 

อีกหนึ่งคลับที่น่าสนใจ เรียกว่า O’Gills Pub ผับสไตล์ชาวไอริส การตกแต่งที่สวยงาม มีเก้าอี้ที่น่านั่ง ๆ พร้อมกับหน้าจอโทรทัศน์ไว้สำหรับดูเกมส์กีฬาที่ถ่ายทอดสดแบบเรียลไทม์ เรียกเสียงสนุก เฮฮากับเพื่อนฝูง พร้อมสั่งเครื่องดื่มที่ชื่นชอบได้เลยค่ะ บอกได้คำเดียวว่า ไม่ไปไม่ได้แล้ว 

 

หรือจะมาผ่อนคลายที่บาร์แชมเปญสุดแสนจะโรแมนติกด้วยการตกแต่งที่หรูหรา เป็นเสน่ห์อันน่าหลงใหลและน่าตื่นเต้น จนอดใจไม่ไหว แนะนำให้มาที่นี่เลย เรียกว่า Ooh La La นั่นเองค่ะ

 

 

ที่แห่งนี้ เรียกว่า Vista Café หากใครที่ชื่นชอมการจิบกาแฟ พร้อมกับบรรยากาศและวิวสวยๆ อีกทั้งมีอินเตอร์เน็ตไร้สายให้เชื่อมต่อ ต้องมาที่ Vista Café ค่ะ นอกจากนี้ยังมีเครื่องดืมพวกค็อกเทล ให้จิบก่อน และหลังรับประทานอาหารค่ำอีกด้วยจ้า ถือเป็นอีกหนึ่งวันแห่งการล่องเรือที่ผ่อนคลายแบบสุดๆ ไปเลย

 

บาร์สำหรับผู้ใหญ่ เรียกว่า La Piazza การตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์สไตล์ อิตาลี ที่คงความชัดเจน และงดงาม คนมีคู่ไม่รู้หรอก อิอิ บาร์แห่งนี้เหมาะแก่การมาดื่มเป็นคู่รัก ก็จะได้บรรยากาศไปอีกแบบ เหมือนนั่งอยู่ที่บาร์ในประเทศอิตาลีอย่างไงอย่างงั้นค่ะ หรือจะมากับเพื่อนฝูงก็เฮฮา ผ่อนคลายไปอีกแบบ มีบริการเครื่องดื่มเย็นๆ พร้อมกับดนตรีสดฟังเพราะๆ ได้ตลอดทั้งคืนค่ะ 

 

 

เลานจ์ขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงกลางระหว่างห้องอาหาร Palo และ Remy เรียกว่า Meridian ค่ะ สำหรับใครที่เสร็จจากการรับประทานอาหารในห้องอาหารพิเศษ และกำลังมองหาเครื่องดื่มเย็นๆ ก่อน-หลัง อาหารมื้อค่ำ เช่น เหล้า เบียร์ ค็อกเทล ไวน์ เพื่อจิบ รวมไปถึง ชา กาแฟ เชิญมาได้ที่ห้องนี้ อาจมีเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมนะคะ แต่ด้วยบรรยากาศภายในที่มีการตกแต่งที่เรียบหรู ด้วยเก้าอี้หุ้มหนัง มองเห็นวิวที่สวยงามท้ายเรือ ได้บรรยากาศสุดๆ ไปเล๊ยยยยย

 

บาร์ที่มีการตกแต่งสไตล์ Art Deco ทันสมัยที่ตั้งอยู่ในโซน Grand Atrium บาร์แห่งนี้เรียกว่า Bon Voyage เป็นสถานที่เหมาะแก่การพบปะเพื่อนใหม่ผู้ร่วมเดินทางในทริปเดียวกัน สามารถมาผ่อนคลาย พูดคุย ในนี้มีบริการเครื่องดื่มค็อกเทล น้ำผลไม้ กาแฟ และเครื่องดื่มอื่นๆ อีกมากมายค่ะ รับรองได้ว่าจะต้องถูกอกถูกใจกับบาร์แห่งนี้เป็นแน่นอน

 

และสุดท้ายนี้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ Beverage Tastings  ที่เป็นนักดื่มตัวโยงทั้งหลายต้องห้ามพลาดมาลิ้มลอง และเทสรสชาติของเครื่องดื่มไม่ว่าจะเป็นไวน์ หรือวิสกี้ และอื่นๆ อีกมากมาย รับรองว่าไม่เดินเซกลับไปที่ห้องนอนแน่นอนคร๊า สติ สติ คริคริ

 

โซนที่ได้รับความนิยมไม่แพ้โซนไหนๆ เห็นจะเป็นที่นี่เลยค่ะ เรียกว่า Senses Spa & Salon  สำหรับหนุ่มสาวผู้ที่รักสวยรักงานสามารถมาสัมผัสสประสบการณ์ร้านเสริมสวยและสปาระดับไฮเอนด์ และทรีทเมนท์ที่จะทำให้ผ่อนคลายไปตลอดวัน ภายในมีทั้งห้องอบไอน้ำ อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอโลม่า พร้อมห้องอบเซาน่าและห้องน้ำสุดหรูหราภายในตัว บริการของ Senses Spa & Salon มีทั้งนวดตัว บริการตัดผม ทำเล็บ ดูแลผิว ทุกอย่างตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สาวๆ ไม่ควรพลาดนะคะ

 

สำหรับผู้ที่หลงรักการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจ ต้องร้องโอ้ว๊าวววกับความครบครันของอุปกรณ์การออกกำลังกายบนเรือสำราญลำนี้ ห้องนี้เรียกว่าห้อง Fitness Centers มีทั้งลู่วิ่ง อุปกรณ์เครื่องยกน้ำหนักสำหรับท่านสุภาพบุรุษหุ่นล้ำบึก ส่วนสำหรับสุภาพสตรีก็มีกิจกรรมภายในที่สามารถเข้ามาเรียนได้ อาทิเช่น พิลาทิส โยคะ หรือสนุกไปกับการเต้นแอโรบิค ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกภายในมีทั้ง ห้องอาบน้ำ ตู้เก็บของ ผ้าขนหนูฟรี และห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า น้ำดื่มฟรีด้วยค่ะ เลิศ

รวมถึงโซนที่เรียกว่า Goofy's Sports Deck เป็นศูนย์กิจกรรมกลางแจ้ง ที่มีกอล์ฟจำลองขนาดมินิ 9 หลุม และสนามบาสเกตบอล ให้ได้เล่นกันทั้งวันไม่มีเบื่อค่ะ

 

 

สำหรับกิจกรรมนี้ ใครได้ไปลองเล่นช่วยบอกต่อทีนะคะ เขาเรียกว่า Midship Detective Agency อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของเจ้าเรือลำนี้ คือกิจกรรมและเกมส์สนุกๆ เพื่อให้เด็กๆได้ไขปัญหา เสมือนเป็นนักสืบตัวน้อยๆ ในการตามหาภาพปริศนาจำนวน 22 ชิ้น "Enchanted Art" ที่กระจัดกระจายอยู่ท่ามกลางงานศิลปะ ในขณะที่งานนักสืบกำลังดำเนินไป นักสืบตัวน้อยสามารถเปิดใช้งานพิเศษบนหน้าจอ LCD ภาพในแต่ละภาพจะถูกนำเสนองานศิลปะอย่างน่ามหัศจรรย์ เด็กๆ อาจเห็นภาพเคลื่อนไหวที่ต่างกันทุกครั้ง ถือเป็นหนึ่งจุดเด่นที่บอกเล่าเรืองราวความเป็นดิสนีย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยทีเดียวค่ะ

 

สำหรับใครที่เป็นแฟนตัวยงของดิสนีย์สามารถเข้ามาช้อปปิ้งได้ที่นี่ค่ะ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นแบรนด์ของทางดิสนีย์ทั้งนั้น ขาช้อปต้องห้ามพลาดที่จะมาที่ Sea Treasures  ถ้ามากันทั้งครอบครัวก็จะต้องจัดให้ครบเซ็ตเลยก็ว่าได้ค่ะ อิอิ และข้างๆ กันก็เป็นร้านที่เรียกว่า Mickey’s Mainsail สามารถเข้ามาเลือกช้อปของที่ถูกใจก่อนจะพร้อมไปปาร์ตี้บนเรือสำราญ ในยามค่ำคืนอันสุดวิเศษกันเล๊ยยย

ถ้ายังช้อปไม่หนำใจก็มาต่อกันที่ White Caps ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับร้าน Mickey’s Mainsail ค่ะ ร้าน White Caps มีสินค้านำเข้าปลอดภาษีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เครื่องประดับ น้ำหอม เครื่องดื่มหรือซิการ์ ไวน์ เบียร์ เป็นสินค้าที่ปลอดภาษีทั้งสิ้นค่ะ อิอิ กระเป๋าแฟ๊บก็คราวนี้แหละค่า

 

 

 

หากใครยังช้อปได้อีก บริเวณชั้น 4 โซนช้อปปิ้งก็จะมีชอป ที่เรียกว่า Vista Gallery สามารถซื้อรูปภาพของเหล่าตัวการ์ตูนของดิสนีย์เก็บไว้เป็นของฝาก หรือของที่ระลึกได้ค่ะ รับรองว่ามีตัวละครหลายแบบที่ชื่นชอบให้เลือกหา สำหรับนักสะสมภาพวาดก็ต้องห้ามพลาดที่จะมาที่นี่แน่นอน

 

หากใครที่รักการถ่ายภาพ สามารถมีอัลบั้มส่วนตัวได้ ในบนเรือสำราญจะมีช็อปที่เรียกว่า Shutters: The Onboard Photography Shop ซึ่งเป็นร้านถ่ายรูปบนเรือ ที่มีอุปกรณ์ครบครันค่ะ หากใครที่อยากได้อุปกรณ์ถ่ายภาพก็มาหาดู หาซื้อได้ที่นี่ หรือใครที่มาเที่ยวเป็นทริปฮันนีมูน อยากได้รูปสวยๆ กลับไปเป็นที่ระลึก หรือต้องการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งก็จะมีแพคเกจให้เลือกเช่นกันค่ะ

 

สำหรับใครที่ต้องการเลือกซื้อของขวัญพิเศษๆ ให้กับคนพิเศษสามารถเดินเข้ามาที่ช็อปนี้ได้เลยค่ะ เรียกว่า Tiffany & Co. ไม่ว่าจะเป็น แหวนแต่งงาน หรือแครื่องประดับสุดหรู เพรชน้ำงามที่หายาก รับรองเลยค่ะว่ามาที่นี้จะได้ของที่ถูกใจคู่รักอย่างแน่นอน ชอปแห่งนี้มีอยู่บนเรือ Disney Fantasy เท่านั้นค่ะ

 

 บริษัท ทูมอร์โรว์ เอกซ์พลอเรอร์

นึกถึงเรือสำราญ นึกถึงเรา