ล่องเรือสำราญ Disney Dream สายเรือ Disney Cruise Line

ล่องเรือสำราญ Disney Dream สายเรือ Disney Cruise Line

ภาพรวมของเรือ Disney Dream  

 

เรื่องเล่ามหัศจรรย์ เต็มเปี่ยมไปด้วยโลกแห่งจินตนาการมากมาย ที่เหมือนว่าเราพึ่งนอนหลับฝันไปไม่มีทางที่จะกลายมาเป็นจริงได้ นั่นอาจจะเป็นเพียงโลกตัวการ์ตูนที่มาสร้างสีสัน สนุก ๆ ที่เราเห็นในโรงภาพยนต์ หรือเรื่องเล่าที่เนรมิต สรรค์สร้างให้เป็นเพียงความบันเทิงสั้นๆ ให้เก็บมาเป็นความฝันเท่านั้น แต่ไม่เลยค่ะ วันนี้เรือสำราญที่มีชื่อว่า Disney Dream จะมาทำความฝันให้น้องๆ นู๋ๆ รวมถึงเหล่านักฝันทั้งหลายให้กลายเป็นจริง โดยเจ้าเรือลำที่ว่านี้ได้ยกกองทัพของเหล่าตัวการ์ตูนสุดคลาสสิคของดิสนีย์ เหล่าเจ้าหญิง เจ้าชาย เสียงหัวเราะที่ดังกึกก้อง พลุไฟตระการตาพร้อมความบันเทิงคับคลั่งไปไว้บนเรือสำราญ โดยเจ้าเรือลำนี้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเห็นได้ชัด อาทิเช่น การบริการที่เป็นมิตรของพนักงานต้อนรับภายใน และการได้เห็น เหล่าตัวการ์ตูนดิสนีย์สุดคลาสสิค ภาพวาด ประติมากรรม บรรยากาศที่สดใส สถานที่จัดงาน ที่มีธีมต่างๆ อันน่ามหัศจรรย์ ร้านอาหารที่หลากหลาย รวมไปถึงไนท์คลับค่ะ 

หากพูดถึงเรือสำราญสุดคลาสสิคและมีความหรูหราที่ทันสมัย ต้องยกให้ลำนี้เขาเลยค่ะ Disney Dream เป็นเรือสำราญที่เติมเต็มไปด้วยสีสันของธีมต่างๆ มากมาย  มีการแสดงบอร์ดเวย์ต่างๆ และเป็นเรือที่บอกเล่ารื่องราวตำนานของดิสนีย์ ได้เป็นอย่างดีเยี่ยม และน่าประทับใจ ถือเป็นอีกหนึ่งเรือสำราญที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ นั่นเป็นสิ่งที่สามารถสร้างความน่าจดจำให้กับนักเดินทางค่ะ ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเรือสำราญ Disney Dream ถึงได้ทำความฝันของใครหลายๆคน ให้กลายเป็นจริงได้อย่างง่ายดาย 

 

ไฮไลท์ของเรือ

 

เจ้าเรือสำราญลำนี้ มีไฮไลท์ตรงที่ชอบจัดกิจกรรมพิเศษสำหรับเทศกาลต่างๆ อาทิ วันฮาโลวีนหรือ วันหยุดในฤดูหนาวค่ะ แน่นอนว่าเด็กๆต้องกริ๊ดเสียงดังระงมบนเรือลำนี้ นั่นคือการจัดกิจกรรม Meet and greets รวมไปถึงกิจกรรม Pirate Night และ Beauty and the Beast อีกหนึ่งไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ของ Disney Dream คือ เจ้าสไลด์เดอร์ AquaDuck ที่เป็นสไลด์เดอร์น้ำสูง 4 ชั้น ยาว 2.5 เท่าของสนามฟุตบอลเลยค่า

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมีร้านอาหารที่มีความพิเศษคือ Rotational Dining แน่นอนเลยค่ะว่าอันนี้ชอบสุดๆ เราจะได้รับประทานอาหารที่ไม่ซ้ำกัน โดยแขกจะย้ายร้านอาหารทุกวัน เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศการรับประทาน โดยพนักงานคนเดิมจะตามไปคอยให้บริการด้วย แขกจะได้สัมผัสบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภัตตาคาร 

เจ้าเรือลำนี้มีเกาะส่วนตัวของดิสนีย์ที่ชื่อว่า Castaway Cay ในทะเลบาฮามาส ที่คนที่ล่องเรือสำราญดิสนีย์เท่านั้นที่ไปเที่ยวได้ ลงมาถึงก็แวะถ่ายภาพกับ Mickey Mouse ได้เลย แน่นอนว่าผู้โดยสารของเรือ Disney Dream สามารถลงมาเที่ยวได้ฟรี ว่าแล้วเราลองมาดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

 

Disney Dream ตัวอย่างเส้นทางแนะนำที่น่าสนใจ

- เส้นทาง  คืน Bahamian Cruise from Port Canaveral (ฟลอริด้า) ตั้งแต่เดือน  มกราคม - ธันวาคม

เส้นทาง 3 คืน Halloween on the High Seas Bahamian Cruise ตั้งแต่เดือน กันยายน - ตุลาคม

เส้นทาง 3 คืน  Very Merrytime Bahamian Cruise from Port Canaveral (ฟลอริด้า) ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน - ธันวาคม

- เส้นทาง คืน  Bahamian Cruise from Port Canaveral (ฟลอริด้า) ตั้งแต่เดือน มกราคม - พฤษภาคม และ กรกฎาคม, สิงหาคม, พฤศจิกายน - ธันวาคม 

เส้นทาง 4 คืน Halloween on the High Seas Bahamian Cruise from Port Canaveral ตั้งแต่เดือน กันยายน - ตุลาคม

เส้นทาง 4 คืน Very Merrytime Bahamian Cruise from Port Canaveral ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน - ธันวาคม

-  เส้นทาง 5 คืน Bahamian Cruise from Port Canaveral with 2 stops at Castaway Cay ตั้งแต่เดือน มิถุนายน - กรกฎาคม

 

เส้นทางล่องเรือ Disney Dream

- เรือสำราญ Disney Dream จะล่องในแถบบาฮามาส เป็นต้น

- ระยะเวลาการเดินทางโดยส่วนใหญ่ ตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป 

- เรือสำราญ Disney Dream จะออกจาก ท่าเรือหลัก ๆ ได้แก่ Port Canaveral เป็นต้น 

 สำหรับผู้ที่รักการเดินทางล่องเรือสำราญ Disney Dream สามารถดูเส้นทางการเดินทางตลอดทั้งปีได้ที่นี่ คลิกดูเส้นทาง Disney Dream ได้ที่นี่

 

 

 

ไฮไลท์สุดพิเศษ นั่นก็คือ เกาะส่วนตัว Disney Castaway Cay

เจ้าเรือลำนี้มีเกาะส่วนตัวของดิสนีย์ที่ชื่อว่า Castaway Cay ในทะเลบาฮามาส คนที่ล่องเรือสำราญดิสนีย์เท่านั้นที่ไปเที่ยวได้ ลงมาถึงก็แวะถ่ายภาพกับ Mickey Mouse ได้เลย แน่นอนว่าผู้โดยสารของเรือ Disney Wonder สามารถลงมาเที่ยวได้ฟรี ว่าแล้วเราลองมาดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

Castaway Cay ถือเป็นสวรรค์บนเกาะส่วนตัวของ Disney ซึ่งเป็นสถานที่แบบส่วนตัวที่สงวนไว้สำหรับ เรือสำราญ Disney Cruise Line และผู้เข้าพักของ Disney Cruise เท่านั้น ในเกาะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายและอาหารอร่อยๆ อาทิเช่น บุฟเฟต์ อาหารกลางวัน แบบสไตล์บาร์บีคิว ชา กาแฟ ไอศกรีม นอกจากนั้นยังมี ชายหาดริมทะเลสำหรับครอบครัว และสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น เก้าอี้ริมชายหาด ร่ม และเปลญวน ผ้าขนหนูสำหรับใช้บนชายหาด ความบันเทิงต่างๆ บนเกาะ คลับสำหรับเด็ก และวัยรุ่น เส้นทางเดินป่า กีฬาทางน้ำต่างๆ ชั้นเรียนโยคะ โซนอาบน้ำ น้ำตก Pelican Plunge รถราง สำหรับการรับส่ง และอื่นๆ อีกมากมาย ค่ะ ว่าแล้วก็อยากแพ็คกะเป๋าเดินทางและไปกันทั้งครอบครัวใหญ่ ฮูเล่ ฮูเล่ ฮูเล่ ฮ่าฮ่า กันทุกเวลา .....

 

 

ข้อมูลเทคนิค

 

 

ไลฟ์สไตล์บนเรือสำราญ Disney Dream 

 

เรือสำราญ Disney Dream แน่นอนว่าดึงดูดกลุ่มครอบครัวเป็นหลัก โดยเฉพาะเด็กๆ (โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 8  ปี ) และกลุ่มนักเดินทางที่เป็นวัยรุ่น ค่ะ รวมไปถึง กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายเชื้อชาติ ที่หลงไหลในเรื่องอาหารเลิศรสบนเรือสำราญ, กลุ่มที่ชอบปาร์ตี้ ที่รักความสนุกสนานรื่นเริงในยามค่ำคืน และกลุ่มที่ต้องการเดินทางมาพักผ่อนบนเรือสำราญ ที่ชอบใช้บริการสปาสุดหรู ซึ่งเป็นกิจกรรมที่น่าผ่อนคลายในช่วงวันหยุดพักผ่อนสุดสัปดาห์ ผู้โดยสารส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน และ แคนาดา

 

ห้องพัก

รายละเอียดห้องพัก

รูปแบบห้องพัก มีอยู่ 4 ประเภทหลัก หลาย 10 ประเภทย่อย แล้วแต่เรือแต่ละลำ

⁃ Inside ไม่มีหน้าต่าง ขนาดห้อง 15.7 ตรม. - 18.9 ตรม.

⁃ Ocean View มีหน้าต่าง  ขนาดห้อง 18.9-22.38 ตรม.

⁃ Verandah มีระเบียงห้อง  ขนาดห้อง 22.85 ตรม. - 27.77 ตรม.

⁃ Concierge เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุด เหมาะสำหรับ ท่องเที่ยวพร้อมครอบครัว ขนาดห้องเริ่มต้น 28.42 ตรมจนถึง 165.46 ตรม.

 

ห้องพักของเรือสำราญ Disney จะทำให้แขกรู้สึกผ่อนคลาย และการออกแบบที่หรูหราทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นห้องสวีทที่ได้มาตรฐาน และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น

-  ห้องพักส่วนใหญ่ จะเป็นห้องน้ำแยก และมีม่านปิดกั้น เพื่อให้บรรยากาศของความเป็นส่วนตัวของแขกผู้เข้าพักทุกคน

-  ในห้องพัก Stateroom บวกกับ  จะมีทั้งผลิตภัณฑ์ยี่ห้อ H20 และฝักบัวสำหรับอาบน้ำ

-  พื้นที่สำหรับเก็บสัมภาระ รวมถึงพื้นที่ใต้เตียงที่สามารถเก็บสัมภาระอื่นๆ ได้อีกด้วย

-  ตู้เย็น

-  เครื่องเป่าผม

-  โทรทัศน์ในห้องพัก

-  บริการทำความสะอาด 2 ครั้ง ต่อวัน

 

ห้องพักแต่ละรูปแบบ

ห้องพักแบบ Inside ไม่มีหน้าต่าง   ขนาดห้อง 15.7 ตรม. - 18.9 ตรม.

 

Ocean View มีหน้าต่าง  ขนาดห้อง 18.9 ตรม. - 22.38 ตรม.

 

Verandah มีระเบียงห้อง  ขนาดห้อง 22.85 ตรม. - 27.77 ตรม.

 

Concierge เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุด เหมาะสำหรับ ท่องเที่ยวพร้อมครอบครัว ขนาดห้องเริ่มต้น 28.42 ตรมจนถึง 165.46 ตรม.

 

 

กิจกรรมสุดพิเศษ ในเทศกาลต่าง ๆ 

มาเริ่มต้นวันสนุกสุดขีดกันในวันแรกที่เรือเริ่มออกเดินทางกันเลย นั่นก็คือ Sail Away Party บริเวณดาดฟ้าเรือ จะมีตัวการ์ตูนพวก Mickey Mouse พร้อมผองเพื่อนมาแดนซ์กันกระจาย และแจกพู่สีแดง สีน้ำเงินโบกสะบัดกันให้ทั่ว เป็นภาพที่สวยงามอลังกาลตื่นตาตื่นใจจริงๆเลยค่ะ 

 

สำหรับใครที่เป็นแฟนคลับของ Beauty and the Beast โฉมงามกับจ้าชายอสูร ต้องไม่พลาด เรื่องราวเก่าแก่ที่สุดเป็นผลงานที่โด่งดังที่สุดเท่าที่ดิสนีย์เคยทำมา โชว์การแสดงที่ยกไว้บนเรือสำราญ Disney Dream ลำนี้ จะไม่ทำให้ต้องผิดหวังอย่างแน่นอนค่ะ

 

 

 

พบกับตัวการ์ตูนดิสนีย์เหล่าขวัญใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้ ที่เรียกว่า Character Greetings มีบนเรือสำราญของ Disney Cruise Line เท่านั้น รับรองได้ว่าหันไปมองทางไหนก็จะเจอแต่เหล่าฮีโร่  เหล่าตัวการ์ตูนดิสนีย์สุดคลาสสิคและผองเพื่อนอยู่ทั่วเรือสำราญ พร้อมแล้วก็อย่าลืมกอดและหยิบกล้องถ่ายรูปมาถ่าย แช๊ะ แช๊ะ กันนะคะ จุดที่น้องๆนู๋ๆ จะเจอตลอดจะเป็นชั้น 4 ตรงกลางลำเรือ และจุดที่เป็นระเบียง รวมถึงตรงสระ Goofy’s Pool Stage รู้พิกัดแล้วรออะไรคะ ต้องวิ่งออกนอกห้องกันไปเลย อิอิ

 

ต่อกันด้วย Pirate Night ค่ำคืนของโจรสลัด ธีมที่ถูกจัดขึ้นอย่างอลังกาลงานสร้างดาวแสนล้านๆดวง คงต้องยกให้กับปาร์ตี้โจรสลัดในค่ำคืนสุดมหัศจรรย์นี้ เป็นค่ำคืนแห่งการรวมตัวที่ผู้โดยสารทุกท่านจะได้มาสนุกสุดเหวี่ยงกันบนเรือพร้อมชมการแสดงต่างๆ ของเหล่ามิคกี้เมาท์ที่มาจะเลือกเสียงหัวเราะ รวมถึงผองเพื่อน อาทิเช่น Daisy Duck, Minnie Mouse และ Goofy พร้อมชมความตระกาลตาของพลุไฟที่สวยสดงดงามบนท้องฟ้า จุดกันให้เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วชั้นดาดฟ้า พร้อมกับบรรเลงเพลงคู่ไปกับการเต้นรำให้คลื้นเครงบรรเลงใจ โอ้ยยย ว่าแล้วก็อยากจะเก็บเสื้อผ้าแล้วแพ็คใส่กระเป๋าหนีตามพี่มิคกี้เมาท์ไปปาร์ตี้ ในค่ำคืน Pirate Night สะแล้วสิ

 

เริ่มต้นเฉลิมฉลอง New Year’s Eve ไปด้วยกันบนเรือสำราญ Disney Dream สำหรับผู้โดยสารที่เลือกล่องเรือสำราญที่อยู่ในระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม - 1 มกราคม แน่นอนว่าเราจะเริ่มเคาท์ดาวข้ามปีใหม่ไปพร้อมๆกันค่ะ แสง สี เสียง สุดอลังกาลตื่นตาตื่นใจ จะเป็นทริปที่ทำให้ประทับใจไปจนจบการเดินทางอย่างแน่นอนค่ะ

 

กิจกรรมนี้เป็นต้องถูกใจสำหรับเด็กๆ น้องๆ นู๋ๆ ในช่วงฤดูหนาว ด้วยเรือสำราญลำนี้ขอมอบของขวัญสุดพิเศษให้กับผู้โดยสารทุกท่านบนเรือสำราญ ที่เดินทางในช่วงคริสต์มาส 24-25 ธันวาคม ที่เรียกว่า Very Merrytime Cruises ทุกท่านจะได้พบกับกิจกรรมสุดพิเศษในคืนวันคริสต์มาสสุดหรรษา แน่นอนว่าจะได้กอดคุณลุง ซานตาคลอส ตัวเป็นๆ พร้อมแสงไฟระยิบระยับ ประสบการณ์นี้จะทำให้หัวใจของเด็กๆพองโตไปตามๆ กัน ก็แน่นอนแหละค่ะคุณลุงซานตาต้องมีของขวัญมามอบให้น้องๆนู๋ๆเขาด้วยนะ

 

เทศกาลเฉลิมฉลองวันฮาโลวีน ในคืนวัน Halloween on the high Seas แน่นอนว่าเหล่าภูตผีจะมากันเยอะแยะมากมาย แต่ละคนคงใช้เทคนิคพิเศษแบบสุดๆในการแต่งหน้ากันเลยทีเดียว ว่าแล้วลองไปชมวิดีโอตัวอย่างเรียกน้ำจิ้มกันหน่อยนะคะ

 

เทศกาล Thanksgiving at Sea หรือเรียกอีกอย่างว่าวันขอบคุณพระเจ้า แขกจะได้รับประทานอาหารที่อร่อย  โดยเรือจะมีบริการอาหารว่างตามเทศกาลประจำปี ที่พลาดไม่ได้นั่นคือ เมนู ไก่งวง แบบเต็มคอร์สค่ะ และการตกแต่งภายในเรือจะถูกเนรมิตให้ออกมาอย่างสวยงามเพื่อให้ทุกคนได้เกิดความประทับใจในการเฉลิมฉลองวันหยุดสุดพิเศษนี้ เรียกได้ว่าจะเรียกรอยยิ้มได้จากแขกทั้งเด็กและผู้ใหญ่ค่ะ

 

มาต่อด้วยกิจกรรมความบันเทิงที่ไม่มีวันหมดบนเรือลำราญลำนี้กันต่อเลยค่ะ  ผู้โดยสารสามารถเพลิดเพลินไปกับการแสดงสดบรอดเวย์ ชมภาพยนตร์ของดิสนีย์เรื่องแรกในระบบดิจิตอล 3D ขอบอกเลยว่าเราสามารถใช้เวลาอันคุ้มค่าอยู่ในห้องนี้ได้แบบไม่มีวันเบื่อแน่นอนเพราะเขามีโชว์ต่างๆ อาทิเช่น โชว์บอร์ดเวย์ ต่างๆ 

 

โชว์การแสดงที่น่าตื่นเต้นและประทับใจพร้อมมิวสิค เพลงประกอบสุดอลัง มาได้เลยที่ Walt Disney Theatra ที่จะพบกับการแสดงที่ไม่ธรรมดา แถมยิ่งใหญ่อลังการสุดๆ บางวันก็จะมีนักมายากลที่สุดยอดมาแสดง หรือบางวันก็มีแสดงตลก และการแสดงของซินเดอร์เรล่า ค่ะ 

หรือถ้าต้องการชมภาพยนตร์สุดคลาสสิคของดิสนีย์ที่แรกก่อนใคร First-run movies  ไปได้ที่โรงภาพยนต์นี้เลยค่ะ Buena Vista Theatre เป็นโรงภาพยนตร์สุดทันสมัยเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ชมกันให้ตาฉ่ำหวานกันไปเล๊ยยย

 

 

อย่างที่บอกว่าเรือสำราญลำนี้มีโชว์มากมาย ถ้าใครได้หลงเข้าไปเป็นต้องมนต์สะกด จนไม่อยากออกมาทำกิจกรรมอย่างอื่นเลยขอบอก อิอิ หนึ่งในนั้นยังมีโชว์ที่เรียกว่า Disney Believe เพลิดเพลินไปกับดนตรี และบทเพลงของดิสนีย์ และการแสดงต่างๆ ของเหล่าตัวละครของดิสนีย์สุดคลาสสิค อาทิเช่น Aladdin, Cinderella ,Peter Pan, Mary Poppins, Beauty and The Beast, The Lion King, The Princess and the Frog เป็นต้นค่ะ 

 

อลหม่านไปกับโชว์การแสดงสุดคับคลั่ง อีกหนึ่งโชว์ที่ได้รับความนิยมก็คือ The Golden Mickey ค่ะ 

 

สำหรับน้อง ๆ นู๋ ๆ ที่อยากจะแปลงโฉมเป็นเจ้าหญิงแสนสวย หรือเจ้าชายสุดเนียบ สามารถเข้ามาได้ที่ร้านเสริมสวยสุดพิเศษ ที่เรียกว่า Bibbidi Bobbidi Boutique อย่างที่เรารู้กันว่าเจ้าเรือสำราญลำนี้มีธีมมากมายในแต่ละคืน เช่น ปาร์ตี้โจรสลัด หรือจะเป็นธีม Stay Wall at Seas หรือธีมเจ้าหญิงดิสนีย์ผู้ที่อยู่ในราชวังอันแสนงดงาม และยิ่งใหญ่อลังการ จินตราการของเด็กๆเหล่านี้สามารถเนรมิตให้เป็นจริงได้อย่างง่ายดายเลยค่ะ รับลองว่าถูกใจน้องๆนู๋ๆเป็นที่สุด

 

หลังจากนู๋น้อยได้ไปแปลงโฉมที่ห้อง Bibbidi Bobbidi Boutique เพื่อจะมางานเลี้ยงน้ำชาของเหล่าบรรดาเจ้าหญิงและเจ้าชายองค์น้อย ได้เริ่มขึ้นแล้ว ณ ห้อง Royal Court Royal Tea ขอต้อนรับเด็กๆที่มีอายุ 3-12 ขวบให้มาลองเปิดประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ พร้อมพบกับเหล่าตัวการ์ตูนในฝันของดิสนีย์ที่จะมาปรากฎตัวให้เห็นแบบเต็มๆ ตัวเป็นๆ ให้เด็กๆได้กริ๊ดกันเสียงหลงที่นี่ค่ะ ทั้งนี้เด็กๆสามารถสั่งอาหารพิเศษมารับประทานได้ แต่ห้องนี้ต้องทำการจองล่วงหน้านะคะ เพราะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับเด็กอยู่ที่ประมาณ 210 เหรียญ ผู้ใหญ่ประมาณ 69 เหรียญค่ะ 

 

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่สุดบนเรือสำราญลำนี้ นั้นคือ AquaDuck ค่ะ สไลด์เดอร์น้ำสูง 4 ชั้น ยาว 2.5 เท่าของสนามฟุตบอล ที่เวลาเล่นทั้งเสียวและทั้งมันส์สุดขีด เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาลองไปดูคลิปวิดีโอกันเลยค่า 

 

ความสนุกในโซนนี้ยังไม่หมด เด็กๆยังสามารถเพลิดเพลินไปกับ Mickey’s Pool หรือที่เรียกว่า AquaLab  สระที่มีเสน่ห์ และมีความคดเคี้ยวสระน้ำแบบสวนสนุกที่ท้าทายสำหรับเด็กๆ ค่ะ และไปต่อกันด้วยสระที่เรียกว่า Donald’s Pool เป็นสระน้ำจืดที่เหมาะพากันมาเล่นน้ำเป็นแบบครอบครัว เพื่อกระะชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นค่ะ

ทีนี้มากันที่สระผู้ใหญ่กันบ้าง คือโซนที่เรียกว่า  Quiet Cove Pool สระว่ายน้ำผู้ใหญ่ อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เป็นสระที่มีความเงียบสงบ ชิวๆ บรรยากาศแบบผ่อนคลายสุดๆ ไปเลย และอีกหนึ่งโซนที่พลาดไม่ได้ เรียกว่า Satellite Falls ให้บรรยากาศที่ผ่อนคลาย สบายๆ และเป็นส่วนตัวแบบสุดๆค่ะ

 

Mickey’s Pool

Donald’s Pool

Quiet Cove Pool 

 

Satellite Falls 

 

อีกหนึ่งบริเวณที่เป็นที่เล่นน้ำแปลกใหม่ของ น้องๆ นู๋ๆ โซนนี้เรียกว่า Nemo’s Reef สถานที่สำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 8 ปี เพลิดเพลินไปกับมุมปลา Nemo น่ารักๆ พร้อมฟังเสียงหัวเราะทั้งวันของเด็กๆ ให้หัวใจกระชุ่มกระโชยตลอดทั้งวัน

 

หรือจะเป็นพักผ่อนชิวๆริมสระน้ำ พร้อมกับคู่รัก หรือพร้อมครอบครัว ก็มาได้ที่โซนริมสระที่เรียกว่า Funnel Puddle ตั้งอยู่บนชั้น 12 ของเรือสำราญ Disney Dream และ Disney Fantasy เท่านั้นค่ะ ไอแดดอุ่นๆ กับเครื่องดื่มเย็นๆ ช่างสบายใจยิ่งนัก ฟินกว่านี้ไม่มีอีกแย้ววววววว อิอิ

 

โซนต่อไปเราจะมาเอาใจน้องๆ นู๋ๆ กันบ้าง โซนนี้เรียกว่า Disney’s Oceaneer Club  คลับสำหรับเด็กอายุ 3-12 ขวบ เด็กๆ สามารถเพลิดเพลินไปกับการแต่งตัวแบบเหล่าการ์ตูนดิสนีย์ หรือ เล่นเกมส์เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการเรียนรู้ พร้อมกับมีสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ คุณนู๋ๆมีเฮ เพราะเขาเปิดให้บริการทุกวันนั่นเองค่ะ

 

ห้องนี้เรียกว่า EDGE สำหรับเด็กที่มีอายุ 11-14 ปี เป็นสถานที่สุดพิเศษสำหรับการพบปะ พูดคุย ซึ่งในห้องนี้จะมี โทรทัศน์จอแบน คอมพิวเตอร์ วิดีโอเกมส์ และมีกิจกรรมที่น่าสนใจอยู่เพียบ เด็กๆจะได้พบปะเพื่อนใหม่มากมายที่นี่ค่ะ 

 

ห้องนี้เรียกว่า VIBE เป็นสถานที่ที่สามารถพบปะเพื่อนใหม่ๆ เพลิดเพลินไปกับการดูหนัง ฟังเพลง เต้นรำ และสนุกกับการ เล่นวิดีโอเกมส์ รับรองว่าเด็กๆคงไม่อยากจะไปเที่ยวโซนอื่นเลยแน่นอน อิอิ

 

ส่วนห้องนี้เราเรียกว่า  “IT’S A SMALL WORLD” NURSERY เป็นศูนย์รับเลี้ยงเด็กสุดคลาสสิคบนเรือสำราญสำหรับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 3 ปี ค่ะ คุณพ่อคุณแม่หากต้องการมีเวลาส่วนตัวสามารถนำลูกๆมาได้ที่ห้องนี้ค่ะ เหมือนเป็นสวรรค์เล็กๆของนู๋น้อยฟันน้ำนม ห้องที่เต็มไปด้วยโลกแห่งการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มีทั้งของเล่นที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการมากมายให้กับเด็ก

 

 

 

ร้านอาหาร

ร้านอาหารของเรือสำราญลำนี้มีความพิเศษคือ Rotational Dining แน่นอนเลยค่ะว่าอันนี้ชอบสุดๆ เราจะได้รับประทานอาหารที่ไม่ซ้ำกัน โดยแขกจะย้ายร้านอาหารทุกวัน เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศการรับประทาน โดยพนักงานคนเดิมจะตามไปคอยให้บริการด้วย แขกจะได้สัมผัสบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภัตตาคาร ค่ะ 

 

เริ่มกันที่ Animator’s Palate สำหรับผู้ที่หลงไหลในภาพยนตร์แอนิเมชั่นต้องไม่พลาดค่ะ เพราะทุกท่านจะได้สัมผัสประสบการณ์อันสุดวิเศษนี้ รวมถึงการแสดงสำหรับอาหารค่ำ โดยตัวละครดิสนีย์ พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับ State-of Art Dining การวาดภาพ และ แสดงภาพเคลื่อนไหวของตัวการ์ตูนที่ร่วมกันสรรค์สร้าง หนึ่งในนั้นรวมไปถึง Animation Magic สร้างตัวการ์ตูนด้วยตัวของคุณเอง ( สำหรับแขกที่ล่องเรือตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป บนเรือ Disney Cruise Line) พร้อมเพลิดเพลินไปกับการรับประทานอาหารที่ถูกผสมผสานจากแคลิฟอร์เนียและอาหารเอเชียที่สดใหม่นั่นเองค่ะ

 

 

ห้องอาหารแห่งที่สอง หากใครอยากมาสัมผัสกับรสชาติอาหารฝรั่งเศษแท้ๆ ต้องมาที่ห้องอาหาร Royal Palace ถือเป็นร้านอาหารที่มีเสน่ห์แห่งหนึ่งบนเรือสำราญลำนี้ การตกแต่งภายในได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์สุดคลาสสิค Disney Princess นั่นเองค่ะ

 

ห้องอาหารแห่งที่สามเรียกว่า Enchanted Garden  เป็นอีก 1 โซนที่ได้รับความนิยม ภัตตาคารอาหารสุดหรูที่ถูกจัดไว้อยู่ในสวนที่รื่นรมย์เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้นาๆ ชาติต่างๆ ซึ่งสถานที่แห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก แวร์ซาย (Versailles) นั่นเองจ้า

หมายเหตุ: ร้านอาหาร Animator’s Palate, Royal Palace, Enchanted Garden อยู่ในส่วนของห้องอาหารหลัก ซึ่งในแต่ละคืนแขกจะได้รับประทานอาหารที่หลากหลาย ไม่ซ้ำ สลับหมุนเวียนกันไป ให้แขกได้ลิ้มลอง กับประสบการณ์ใหม่ ซึ่ง 3 ร้านจะมีรสชาติแตกต่างและธีมที่แตกต่างกันไปค่ะ และ สำหรับมื้อค่ำแขกสามารถเลือกเวลาในการเข้ามารับประทานอาหารเย็นได้ (Main Seating เริ่มเปิดให้บริการ ช่วงเย็น เวลา 17.45 . ) และ ( Second Seating เริ่มเปิดให้บริการช่วงเย็น เวลา  20.15 .) 

 

ห้องอาหารสุดพิเศษที่เรียกว่า Palo สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารอิตาเลียนแท้ๆต้องมาที่นี่ เป็นอาหารทางภาคเหนือของทางอิตาลีถูที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันค่ะ ส่วนภาพบรรยากาศด้านในถูกตกแต่งสไตล์แบบอิตาเลียน ทันสมัยและหรูหราผสมผสานกับดนตรี และมีทิวทัศน์ที่สวยงามตระการตา สำหรับห้องอาหาร Palo ในมื้อกลางวันและมื้อค่ำจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 30 เหรียญ/ท่าน เราจะต้องพาตัวเองเข้าไป Enjoy eating ที่ห้องนี้ให้ได้เลยค่ะ

 

ที่สุดของความพิเศษที่บนเรือสำราญได้ยกห้องอาหารสุดหรูมาไว้ อีกหนึ่งห้องอาหารที่เรียกว่า Remy  ห้องอาหารที่หรูหราสไตล์ฝรั่งเศส และให้บริการอาหารฝรั่งเศสเลิศรสสำหรับมื้อเย็น  สำหรับห้องอาหาร Remy สำหรับมื้อค่ำ 95 เหรียญต่อท่าน  และต้องจองที่นั่งล่วงหน้า และมีค่าใช้จ่ายสำหรับมื้ออื่นๆ นะคะ รับรองได้เลยว่าถ้าพาคนพิเศษๆมาทาน จะเพิ่มความหวานและความโรแมนติกอันน่าประทับใจที่สุดเลยค่า อ้ออีกเรื่องที่สำคัญนะคะ คือ ลักษณะการแต่งตัวช่วงมื้อค่ำ แขกผู้เข้าพักจะต้องแต่งตัวแบบสุภาพ สำหรับสุภาพบุรุษ ควรสวมสูทหรือเนคไท หรือทักซิโด้ และสำหรับสุภาพสตรีควรสวมชุดค็อกเทล หรือชุดราตรี สั้น/ยาว แบบสุภาพ ค่ะ

 

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารนานาชาติแบบบุฟเฟต์ต้องมาที่ Cabanas เป็นอาหารแบบ บุฟเฟต์ ลิ้มลองอาหารสดและ รสชาติแปลกใหม่ในมื้อเช้า กลางวัน และมื้อค่ำ ที่สุดค่ะเราสามารถเพลิดเพลินไปกับอาหารที่ตัวเองชอบ ลักษณะการบริการจะเป็นการบริการด้วยตัวเองแบบ Safe-Service นั่นเอง อันนี้งานถนัดมากๆจ้า

ในโซนห้องอาหาร Cabanas ผู้โดยสารสามารถเดินเล่นชมบรรยากาศริมทะเลตามทางเดินของเรือสำราญ ในโซนนี้จะมีรายการอาหารสดใหม่ตลอดวัน หรือจะรับประทานอาหารบนโต๊ะอาหารหลังจากพระอาทิตย์ตกดิน ในธีมแบบ boardwalk-themed ก็ได้เช่นกันนะคะ ไม่ธรรมดาจริงๆเรือลำนี้

 

โซนนี้เรียกว่า Senses Juice Bar ให้ห้บริการเครื่องดื่มผสมที่มีผลไม้และผักสดมีวิตามินบีและโปรตีนให้พลังงานกลับมาเป็นปกติ หลังจากนวดผ่อนคลายหรือหลังจากเสียเหงื่อจากการออกกำลังกายเสร็จใหม่ๆ ค่ะ บาร์นี้จะอยู่ใกล้กันกับ Senses Spa & Salon ค่ะ

 

สำหรับความบันเทิงในช่วงเย็น ก่อนเข้าไปยังโรงละคร Walt Disney Theater จะมีบาร์ที่ชื่อว่า Preludes ผู้โดยสารทุกท่านสามารถรับคุกกี้ ค็อกเทล หรือป๊อปคอร์นได้ โดยจะมีพนักงานคอยให้บริการและเสิร์ฟถึงในโรงละครค่ะ

 

สำหรับใครที่มีความหิวระหว่างวัน แนะนำให้มาทานอะไรรองท้องที่นี่ก่อนเลย Flo’s Cafe  เป็นร้านอาหารกลางแจ้ง 3 แห่ง ได้แก่ Luigi's Pizza, Tow Mater's Grill และ Fillmore's  อิ่มอร่อยไปกับเบอร์เกอร์ สลัด ไก้ พิซซ่า และแซนวิส นั่นเองค่ะ 

 

โซนนี้เรียกว่า Frozone Treats หากใครที่กำลังมองหาเครื่องดื่มเย็นๆ ก็สามารถมาได้ที่นี่ ซึ่งจะอยู่ติดกับ Eye Scream Treats ค่ะ ที่มีไอศกรีมทานฟรี กดได้ด้วยตัวเองเลยค่ะ รสชาติคงไม่ต้องพูดถึงเพราะคงหวานอมเปรี้ยว นุ่มลิ้มละลายในปากจนอยากจะหยุดหายใจ อิอิ

 

 

Vanellope’s Sweets & Treats ร้านขนมหวานที่เย้ายวนให้น้องๆ นู๋ๆ ต้องเดินเข้ามาเพื่อลิ้มลองขนมหวานสุดโปรด ที่แสนจะโดนใจ ที่แห่งนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเกมส์สุดคลาสสิคอย่าง Disney’s Wreck-It Ralph นั่นเองค่ะ พูดเลยว่า ใครอดใจไม่ให้เข้ามาที่ร้านนี้ละก็แย่แล้ววววววว เพราะมีทั้งวาฟเฟิล ขนมหวานอบกรอบ และไอศกรีมสุดแสนจะอร่อย 

 

 

Room Service เริ่มต้นวันใหม่ด้วยอาหารเช้า และ เพลิดเพลินไปกับอาหารว่างแสนอร่อยระหว่างมื้ออาหาร หรือเพื่อตอบสนองความต้องการในยามค่ำคืนก่อนนอน อีกทั้งผู้โดยสารสามารถใช้บริการจากห้องพักของคุณด้วยบริการรูมเซอร์วิสตลอด 24 ชั่วโมงได้ด้วยค่ะ แหม๋สะดวกสบายจริงๆเลย 

 

สิ่งอำนวยความสะดวก และ กิจกรรมความบันเทิงต่างๆ 

 

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการร้องเพลงคาราโอเกะ เต้นรำ เล่นเกมส์ เปิดประตูและเข้ามาสนุกพลิดเพลินกับความบันเทิงเป็นครอบครัวกันได้ที่ห้องนี้กันเลยค่ะ เรียกว่า D-Lounge ภายในเลานจ์มีที่นั่งที่สะดวกสบาย กว้างขวาง ผสมผสานกับการตกแต่งที่สวยงามถือเป็นสถานที่รวมตัวกันอันยอดเยี่ยมเลยก็ว่าได้ หากใครชอบมานั่งที่นี่ก็สามารถสั่งเครื่องดื่มเย็นๆ เช่น ค็อกเทลสมูทตี้ หรือ มาร์ตินี่ นั่งชิวๆยาวไปค่ะ 

 

 

บรรยากาศสุดแสนจะบรรยาย ที่สามารถเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของสระ Quiet Cove Pool ที่นี่เป็นเลานจ์สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้นค่ะ เรียกว่าห้อง Cove Cafe ผู้โดยสารที่ชื่นชอบการจิบกาแฟรสเลิศ พร้อมทานขนมอบกรอบแสนอร่อย หรือจะเพลิดเพลินไปกับการดูโทรทัศน์และท่องอินเตอร์เน็ตสามารถมารวมตัวกันได้ที่นี่ รับรองไม่มีเบื่อแน่นอนค่ะ

  

สถานที่แห่งนี้สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้นนะคะ เป็นบาร์แบบเปิดโล่ง เรียกว่า Currents ค่ะ ตั้งอยู่บนชั้น 13 เหมาะแก่การมานั่งจิบค็อกเทล พร้อมชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของท้องทะเล และชมพระอาทิตย์ตกดินได้ที่นี่เลยค่ะ ชิวที่สุด หากมาเป็นคู่ก็จะโรแมนติกไม่แพ้โซนอื่นๆ เลย

 

โซนนี้เรียกว่า Skyline  ตั้งอยู่บรเวณ ชั้น 4 ขอเรือสำราญ บรรยากาศภายในสวยงาม หรูหรา พร้อมได้บรรยากาศการจิบเครื่องดื่มเบาๆ ด้วยการตกแต่งที่สุดเก๋ มีที่นั่งที่สบายๆ พร้อมชมวิวและทัศนียภาพภายนอกที่สวยงาม ถือเป็นอีกหนึ่งโซนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก บอกได้คำเดียวว่า ไม่มาไม่ได้แล้ว โอ๊ยเลิศศศศศศศ 

 

เป็นเลานจ์ ที่เหมาะแก่การมารวมตัวกันอย่างยิ่ง ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลด์สถานที่ ที่มากด้วยความบันเทิงอีกหนึ่งแห่ง เรียกว่า District Lounge มีการแสดงดนตรีสดทุกคืน ภายในมีเวที ไมโครโฟน อุปกรณ์เครื่องเสียงครบครัน รวมไปถึงบาร์เปียโน เป็นศูนย์กลางของความบันเทิงเฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้นนะคะ การตกแต่งภายในหรูหรา แสงไฟระยิบระยับ เก้าอี้ที่นั่งสบายๆ พร้อมกับการเลือกจิบเครื่องดื่มที่ชื่นชอบ เช่น ค็อกเทล เย็นๆ เป็นต้น

 

บรรยากาศดี ฟังเพลงเพาะๆ ที่นี่เลยค่ะ Pink ไวน์และแชมเปญบาร์สำหรับคอนักดื่มไวน์ และแชมเปญ ต้องไม่พลาด ที่นั่งแต่ละมุมสุดแสนจะสบายและบรรยากาศสุดโรแมนติก เหมาะแก่การมาเป็นคู่ที่ซู๊ดดดดดด 

 

ที่แห่งนี้ เรียกว่า Vista Café หากใครที่ชื่นชอมการจิบกาแฟ พร้อมกับบรรยากาศและวิวสวยๆ อีกทั้งมีอินเตอร์เน็ตไร้สายให้เชื่อมต่อ ต้องมาที่ Vista Café ค่ะ นอกจากนี้ยังมีเครื่องดืมพวกค็อกเทล ให้จิบก่อน และหลังรับประทานอาหารค่ำอีกด้วยจ้า ถือเป็นอีกหนึ่งวันแห่งการล่องเรือที่ผ่อนคลายแบบสุดๆ ไปเลย

 

คนไหนที่ชอบการปาร์ตี้ต้องมาที่นี่ Evolution ไนท์คลับ ที่จะทำให้คุณสนุกสุดเหวี่ยง ภายในมีไนท์คลับอื่นๆ อีกมากมาย อาทิเช่น Pub 687, District Lounge, Evolution, Pink: Wine and Champagne Bar, Skyline ค่ะ รับรองได้ว่าหากใครได้มาที่ห้องนี้แล้วจะปลดล็อคตัวเองออกจากความเครียดทั้งปวงอย่างแน่นอน 

 

นักดื่มตัวยงต้องมาเจอกันที่ Pub 687  จัดให้สำหรับนักดื่มโดยเฉพาะและผู้ที่เป็นแฟนกีฬา ต้องมาที่เลาจ์นแห่งนี้ 687 ผับ ภายในมีการติดตั้ง ทีวี LCD จอแบนขนาดใหญ่เพื่อให้นักดื่มได้ชมการถ่ายทอดสดผ่านระบบดาวเทียมค่ะ และที่สำคัญหากใครที่เบื่อๆ ต้องการมาผ่อนคลายด้วยบรรยากาศสบายๆ ก็มาสนุกกันได้ที่นี่ได้เลย

 

เลานจ์ขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงกลางระหว่างห้องอาหาร Palo และ Remy เรียกว่า Meridian ค่ะ สำหรับใครที่เสร็จจากการรับประทานอาหารในห้องอาหารพิเศษ และกำลังมองหาเครื่องดื่มเย็นๆ ก่อน-หลัง อาหารมื้อค่ำ เช่น เหล้า เบียร์ ค็อกเทล ไวน์ เพื่อจิบ รวมไปถึง ชา กาแฟ เชิญมาได้ที่ห้องนี้ อาจมีเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมนะคะ แต่ด้วยบรรยากาศภายในที่มีการตกแต่งที่เรียบหรู ด้วยเก้าอี้หุ้มหนัง มองเห็นวิวที่สวยงามท้ายเรือ ได้บรรยากาศสุดๆไปเล๊ยยยยย

 

บาร์ที่มีการตกแต่งสไตล์ Art Deco ทันสมัยที่ตั้งอยู่ในโซน Grand atrium บาร์แห่งนี้เรียกว่า Bon Voyage เป็นสถานที่เหมาะแก่การพบปะเพื่อนใหม่ผู้ร่วมเดินทางในทริปเดียวกัน สามารถมาผ่อนคลาย พูดคุย ในนี้มีบริการเครื่องดื่มค็อกเทล น้ำผลไม้ กาแฟ และเครื่องดื่มอื่นๆอีกมากมายค่ะ รับรองได้ว่าจะต้องถูกอกถูกใจกับบาร์แห่งนี้เป็นแน่นอน

 

และสุดท้ายนี้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ Beverage Tastings  ที่เป็นนักดื่มตัวโยงทั้งหลายต้องห้ามพลาดมาลิ้มลองและเทสรสชาติของเครื่องดื่มไม่ว่าจะเป็นไวน์ หรือวิสกี้ และอื่นๆอีกมากมาย รับรองว่าไม่เดินเซกลับไปที่ห้องนอนแน่นอนคร๊า สติ สติ คริคริ

 

โซนที่ได้รับความนิยมไม่แพ้โซนไหนๆ เห็นจะเป็นที่นี่เลยค่ะ เรียกว่า Senses Spa & Salon  สำหรับหนุ่มสาวผู้ที่รักสวยรักงานสามารถมาสัมผัสสประสบการณ์ร้านเสริมสวยและสปาระดับไฮเอนด์ และทรีทเมนท์ที่จะทำให้ผ่อนคลายไปตลอดวัน ภายในมีทั้งห้องอบไอน้ำ อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอโลม่า พร้อมห้องอบเซาน่าและห้องน้ำสุดหรูหราภายในตัว บริการของ Senses Spa & Salon มีทั้งนวดตัว บริการตัดผม ทำเล็บ ดูแลผิว ทุกอย่างตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สาวๆ ไม่ควรพลาดนะคะ

 

สำหรับผู้ที่หลงรักการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจ ต้องร้องโอ้ว๊าวววกับความครบครันของอุปกรณ์การออกกำลังกายบนเรือสำราญลำนี้ ห้องนี้เรียกว่าห้อง Fitness Centers มีทั้งลู่วิ่ง อุปกรณ์เครื่องยกน้ำหนักสำหรับท่านสุภาพบุรุษหุ่นล้ำบึก ส่วนสำหรับสุภาพสตรีก็มีกิจกรรมภายในที่สามารถเข้ามาเรียนได้ อาทิเช่น พิลาทิส โยคะ หรือสนุกไปกับการเต้นแอโรบิค ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกภายในมีทั้ง ห้องอาบน้ำ ตู้เก็บของ ผ้าขนหนูฟรี และห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า น้ำดื่มฟรีด้วยค่ะ เลิศ

รวมถึงโซนที่เรียกว่า Goofy's Sports Deck เป็นศูนย์กิจกรรมกลางแจ้ง ที่มีกอล์ฟจำลองขนาดมินิ 9 หลุม และสนามบาสเกตบอล ให้ได้เล่นกันทั้งวันไม่มีเบื่อค่ะ

 

 

สำหรับกิจกรรมนี้ ใครได้ไปลองเล่นช่วยบอกต่อทีนะคะ เขาเรียกว่า Midship Detective Agency อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของเจ้าเรือลำนี้ คือกิจกรรมและเกมส์สนุกๆ เพื่อให้เด็กๆได้ไขปัญหา สเมือนเป็นนักสืบตัวน้อยๆ ในการตามหาภาพปริศนาจำนวน 22 ชิ้น "Enchanted Art" ที่กระจัดกระจายอยู่ท่ามกลางงานศิลปะ ในขณะที่งานนักสืบกำลังดำเนินไป นักสืบตัวน้อยสามารถเปิดใช้งานพิเศษบนหน้าจอ LCD ภาพในแต่ละภาพจะถูกนำเสนองานศิลปะอย่างน่ามหัศจรรย์ เด็กๆ อาจเห็นภาพเคลื่อนไหวที่ต่างกันทุกครั้ง ถือเป็นหนึ่งจุดเด่นที่บอกเล่าเรืองราวความเป็นดิสนีย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยทีเดียวค่ะ

 

สำหรับใครที่เป็นแฟนตัวยงของดิสนีย์สามารถเข้ามาช้อปปิ้งได้ที่นี่ค่ะ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นแบรนด์ของทางดิสนีย์ทั้งนั้น ขาช้อปต้องห้ามพลาดที่จะมาที่ Sea Treasures  ถ้ามากันทั้งครอบครัวก็จะต้องจัดให้ครบเซ็ตเลยก็ว่าได้ค่ะ อิอิ และข้างๆกันก็เป็นชอปที่เรียกว่า Mickey’s Mainsail สามารถเข้ามาเลือกช้อปของที่ถูกใจก่อนจะพร้อมไปปาร์ตี้บนเรือสำราญในยามค่ำคืนอันสุดวิเศษกันเล๊ยยย

ถ้ายังช้อปไม่หนำใจก็มาต่อกันที่ White Caps ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับร้าน Mickey’s Mainsail ค่ะ ร้าน White Caps มีสินค้านำเข้าปลอดภาษีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เครื่องประดับ น้ำหอม เครื่องดื่ม หรือซิการ์ ไวน์ เบียร์ เป็นสินค้าที่ปลอดภาษีทั้งสิ้นค่ะ อิอิกระเป๋าแฟ๊บก็คราวนี้แหละค่า

 

 

 

หากใครยังช้อปได้อีก บริเวณชั้น 4 โซนช๊อปปิ้งก็จะมีชอป ที่เรียกว่า Vista Gallery สามารถซื้อรูปภาพของเหล่าตัวการ์ตูนของดิสนีย์เก็บไว้เป็นของฝาก หรือของที่ระลึกได้ค่ะ รับรองว่ามีตัวละครหลายแบบที่ชื่นชอบให้เลือกหา สำหรับนักสะสมภาพวาดก็ต้องห้ามพลาดที่จะมาที่นี่แน่นอน

 

หากใครที่รักการถ่ายภาพ สามารถมีอัลบั้มส่วนตัวได้ ในบนเรือสำราญจะมีชอปที่เรียกว่า Shutters: The Onboard Photography Shop ซึ่งเป็นร้านถ่ายรูปบนเรือ ที่มีอุปกรณ์ครบครันค่ะ หากใครที่อยากได้อุปกรณ์ถ่ายภาพก็มาหาดู หาซื้อได้ที่นี่ หรือใครที่มาเที่ยวเป็นทริปฮันนีมูนอยากได้รูปสวยๆกลับไปเป็นที่ระลึก หรือต้องการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งก็จะมีแพคเกจให้เลือกเช่นกันค่ะ

 

บริษัท ทูมอร์โรว์ เอกซ์พลอเรอร์

นึกถึงเรือสำราญ นึกถึงเรา