เรือสำราญ Crystal Symphony สายเรือ Crystal Cruises Ep.1/2

ทำไมต้องเลือก Crystal Symphony? คำตอบก็คือบริการที่ยอดเยี่ยมและความโดดเด่นในเรื่องของอาหารที่จะทำให้ทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์สุดหรูพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครันบนเรือสำราญขนาดใหญ่

ภาพรวมของเรือสำราญ Crystal Symphony

ไม่น่าเชื่อว่าเรือสำราญ Crystal Symphony ได้ให้บริการอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อ 20 ปีมาแล้ว และก็ยังคงความเป็นที่นิยมมาถึงทุกวันนี้ ด้วยบรรยากาศที่เน้นความสดใสผสมผสานกับความร่วมสมัย อีกทั้งยังได้ทำการอัพเกรดและปรับแต่งครั้งใหญ่ เพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

ภาพรวมของการปรับแต่งเรือสำราญ Crystal Symphony ที่สำคัญก็คือ ทางเลือกในการรับประทานอาหารที่มีการเพิ่มเติมบริการอาหารสุขภาพมากมายและมีร้านอาหารทางเลือกที่หลากหลายยกว่าเดิม เช่น  Lido Cafe Staterooms  มีการปรับปรุงเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกในบรรยากาศสไตล์บูติก  การปรับแต่งดาดฟ้าอาบแดดของ Symphony ให้สวยงามและมีพื้นที่กว้างขวางสำหรับการพักผ่อนท่ามกลางอากาศสดใส ทางด้านคอร์สสปาก็มีบริการใหม่ๆอย่างเช่น สปาบำบัด และฝังเข็ม เป็นต้น

สำหรับบริการด้านอาหารอันเป็นจุดเด่นที่มีชื่อเสียงของ Crystal Symphony มาตลอด 20 ปีและถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการล่องเรือสำราญสุดหรูของนักท่องเที่ยวทุกท่าน ก็คือท่านจะได้พบร้านอาหารชื่อดัง เช่น Silk Road ร้านอาหารสไตล์เอเชีย และ Prego ร้านอาหารสไตล์อิตาเลียน พร้อมอาหารเมนูพิเศษมากมาย อาทิ ปลาดิบ เสิร์ฟพร้อมซุปมิโซะและซุปเห็ดในชามขนมปัง อีกทั้งยังมีโปรแกรมท่องเที่ยวพร้อมคอร์สเรียนศิลปะการทำอาหารอีกด้วย

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก และเรือสำราญ Crystal Symphony ก็ยังคงรักษามาตรฐานมาได้ถึงทุกวันนี้ ก็คือการบริการที่ยอดเยี่ยมของลูกเรือตั้งแต่พนักงานดูแลห้องพัก  พนักงานเสิร์ฟ  บริกรและนักบำบัดด้วยสปา  ทุกท่านจะได้รับความสะดวกสบายและอบอุ่นเป็นกันเองเหมือนพักผ่อนอยู่กับบ้านทุกครั้งที่เดินทางกับเรือสำราญแห่งนี้ แล้วก็จะได้รับความประทับใจตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายก็ว่าได้

เรือสำราญ Crystal Symphony สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้สูงสุด 992 คน กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวมีทุกเพศทุกวัยไม่ว่าจะเป็นคู่รัก กลุ่มเพื่อน คนที่มาคนเดียว คนที่กันแบบครอบครัว รวมทั้งผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปหรือกลุ่มนักท่องเที่ยววัยเกษียณนั่นเอง  โปรแกรมเส้นทางการท่องเที่ยว เป็นเส้นทางแบบรอบโลกมีทั้งระยะสั้น 7-10 วันกับเส้นระยะยาวนับเดือน  นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ประกอบด้วย ชาวอเมริกาเหนือ กลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารเช่น สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ตลอดจนแอฟริกาใต้และเอเชียด้วย

รายละเอียดห้องพักของเรือสำราญ Crystal Symphony

การออกแบบห้องพักของเรือสำราญ Crystal Symphony  มีต้นแบบมาจากโรงแรมในเครือโฟร์ซีซั่นส์ ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ เฟอร์นิเจอร์หรูหรา เตียงที่เยี่ยมยอดนอนสบายทั้งเตียงคู่และเตียงเดี่ยว ห้องพักทุกห้องมีชุดโต๊ะเก้าอี้ทานอาหารและโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมเก้าอี้ โทรทัศน์จอแบนพร้อมระบบภาพและเสียงกับเครื่องเล่นดีวีดี (ดีวีดีสามารถยืมได้จากห้องสมุด) ตู้เย็นขนาดเล็กที่มีน้ำอัดลม น้ำดื่มบรรจุขวดเติมให้ฟรีทุกวัน  (เฉพาะห้อง Penthouse suites จะมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฟรีเพิ่มเติมด้วย) มีตู้เซฟ เครื่องเป่าผม พื้นที่เก็บสัมภาระมากมาย ทั้งตู้เสื้อผ้าไปจนถึง โต๊ะข้างเตียงที่มีลิ้นชัก มีบริการ เสื้อคลุมอาบน้ำให้ยืมแขวนอยู่ในตู้เสื้อผ้าด้วย

ห้องน้ำมีพื้นที่กว้างขวางและมีพื้นที่ใช้สอยทั้งส่วนที่เป็นอ่างอาบน้ำและ ฝักบัวอาบน้ำพื้นหินอ่อนพร้อมอุปกรณ์อาบน้ำแบบ Etro (ในภาชนะขนาดใหญ่) รวมถึงอ่างล้างมือแบบคู่ในห้องน้ำของห้องพักทุกประเภท

เรือสำราญ Crystal Symphony มีห้องพักแบบที่เชื่อมต่อกันได้ ทั้งหมด 26 ห้องและมีห้องพักจำนวน 100 ห้องที่สามารถขอที่นอนเสริมสำหรับ 3 คนในห้องนอนได้ โดยรายละเอียดของห้องพักแต่ละประเภทก็มีดังต่อไปนี้

ห้องพักแบบ Oceanviews : เป็นห้องพักแบบมาตรฐานของเรือสำราญ Crystal Symphony มีขนาดของห้อง  202 ตารางฟุตและมีขนาดเล็กที่สุดเมื่อเทียบกับห้องพักประเภทอื่น  ภายในบรรยากาศสว่างสดใสและมีหน้าต่างบานใหญ่แต่ไม่มีระเบียงส่วนตัว

ห้องพักประเภทดีลักซ์แบบมีระเบียงส่วนตัว: ระเบียงของห้องพักแบบดีลักซ์ทั้งหมดจะมีขนาดเท่ากันและออกแบบเป็นห้องพักวิวทะเลพร้อมด้วยระเบียงขนาด 44 ตารางฟุต ตกแต่งด้วยเก้าอี้สองตัวและโต๊ะเล็กๆสำหรับนั่งเล่นชมวิวหรือรับประทานอาหาร

ห้องพักประเภทห้องสวีทและเพนท์เฮาส์สวีท : สำหรับห้องพักแบบ Crystal Penthouse ของ Crystal Symphony จะมี 3 ขนาดคือ เพนท์เฮาส์ขนาด 367 ตารางฟุต  Verandah Penthouse Suite ขนาด 491 ตารางฟุต และ Crystal Penthouse ขนาด 982 ตารางฟุต ทั้งหมดนี้มีเป็นห้องที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายอย่างครบครันและตกแต่งอย่างสง่างามด้วยโทนสีสว่างสดใสรวมถึงระเบียงส่วนตัวที่กว้างขวางด้วย

เพนท์เฮาส์ที่เล็กที่สุด ขนาด 367 ตารางฟุตมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางพร้อมเก้าอี้โซฟา โต๊ะ เก้าอี้และโต๊ะเครื่องแป้ง เพนท์เฮาส์แต่ละห้องมีตู้เสื้อผ้าแบบวอล์คอิน โคลเซ็ท ห้องน้ำที่ตกแต่งภายในอย่างสวยงาม และมีอ่างน้ำวนแยกเป็นสัดส่วนกับห้องอาบน้ำที่กว้างขวาง มีมุมรับประทานอาหารทั้งข้างในและที่ระเบียง ตกแต่งด้วยเก้าอี้ตาข่ายปรับระดับได้ (มีเบาะรองนั่ง) และโต๊ะเก้าอี้รับประทานอาหารสำหรับสองท่าน

ห้องเพนท์เฮาส์สวีทจะ มีพื้นที่นั่งเล่นและห้องนอนแยกเป็นสัดส่วน ห้องนอนถูกแยกพื้นที่จากห้องนั่งเล่นด้วยผ้าม่าน ห้องนั่งเล่นก็มีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ โซฟาเต็มรูปแบบ (มีเตียงขนาดควีนไซส์แบบพับเก็บได้) โต๊ะดื่มกาแฟ เก้าอี้นวม โทรทัศน์ โต๊ะรับประทานอาหารสำหรับ 2 ท่านและมินิบาร์กับตู้เย็น  มีตู้เสื้อผ้าแบบวอล์คอิน โคลเซ็ทอยู่นอกประตูทางเข้า ห้องน้ำขนาดกว้างขวางมีอ่างอาบน้ำและฝักบัวอาบน้ำแบบแยกต่างหาก  พื้นที่ใช้สอยในห้องนอนมีความสะดวกสบายพร้อมเตียงคุณภาพยอดเยี่ยมตั้งแต่ผ้าปูที่นอน หมอนจนถึงที่นอน มีโทรทัศน์อีกตัวในห้องนอน โต๊ะข้างเตียงและลิ้นชักเก็บของข้างเตียงให้ด้วย

ในส่วนของพื้นที่ระเบียงส่วนตัวห้องเพนท์เฮาส์สวีท ถือว่ามีความยาวเกินมาตรฐานความยาวของห้องชุดซึ่งส่วนใหญ่ ส่วนความกว้างก็ตามมาตรฐานห้องพักประเภทนี้  ส่วนใหญ่ผู้เข้าพักก็มักจะใช้เป็นพื้นที่รับประทานอาหารเช้าในบางเวลาที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

ห้องสวีทแบบ Crystal Penthouse ขนาด 982 ตารางฟุต เป็นห้องที่ได้รับการปรับโฉมอย่างสมบูรณ์แบบตั้งแต่การปรับปรุงใหม่ในปี  2014 เรียกว่าปรับโฉมทุกอย่างตั้งแต่โครงสร้างจนถึงเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น Crystal Penthouse  มีห้องนอน 2 ห้อง และห้องนั่งเล่นแยกเป็นสัดส่วน จุดเด่นของการออกแบบใหม่คือการวางโต๊ะอาหารไว้ในซอกมุมที่ล้อมรอบด้วยผนังหน้าต่างทำให้มีที่โล่งมากขึ้นและ บริเวณที่นั่งเล่นยังมีชั้นวางของไม้สักที่ออกแบบมาอย่างเข้ากัน มีโซฟารูปตัว L โต๊ะเก้าอี้และบาร์ในตัว ตู้เสื้อผ้าแบบวอล์กอิน โคลเซ็ทขนาดใหญ่ อีกทั้งพื้นที่ของโต๊ะเครื่องแป้งและพื้นที่จัดเก็บสิ่งของต่างๆ

ห้องน้ำก็ปรับโฉมใหม่และสวยงามมากจนหลายๆคนอยากจะเข้าไปอยู่ในห้องน้ำบ่อยๆ  อ่างอาบน้ำเป็นของ Philippe Starck ผนังห้องเป็นกระจกที่มองเห็นวิวทะเลได้ชัดเจน และมีทีวีจอแบนแบบติดผนังอยู่ในห้องน้ำ  ในขณะที่อ่างหินแกรนิตก็เป็นกระเบื้องโมเสคที่สวยงามและลงตัวมาก

ห้องเพนเฮาส์ทั้งสามประเภทมีบริการพ่อบ้านส่วนตัวหรือบัทเลอร์ ที่จะนำคานาเป้ไปเสิร์ฟตอนบ่ายของทุกวัน รวมถึงหน้าที่อื่นๆตามความต้องการของผู้เข้าพัก เช่น จางร้านอาหารและจองสปา คอยเติมเครื่องดื่มที่บาร์และตู้เย็น ตลอดจนการบริการอาหารในห้องพัก นอกจากนี้ยังมีตู้เสื้อผ้าแบบวอล์กอิน โคลเซ็ททุกห้อง

ความพิเศษอื่นๆ : ผู้เข้าพักห้องพักประเภทเพนท์เฮาส์สวีท จะมีไวน์ให้ดื่มฟรีรวมทั้งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ (ขวดขนาดใหญ่หนึ่งขวดต่อคน) ตู้เย็นขนาดเล็ก ก็มีทั้งเบียร์และโซดาอย่างต่อเนื่อง หากท่านชื่นชอบการสั่งอาหารมารับประทานในห้องแบบรูมเซอร์วิสเพื่อความเป็นส่วนตัว สามารถแจ้งกับบัทเลอร์ได้ตลอดเวลา ซึ่งอาหารที่สามารถสั่งมาในรูปแบบรูมเซอร์วิสได้ ก็เป็นอาหารจากห้องอาหารหลัก ร้านอาหาร Silk Road และร้านอาหาร Prego ในช่วงเวลาทำการโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม  อีกทั้งยังสั่งอาหารจากหลายๆร้านในเมนูที่แตกต่างได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งจากร้าน Silk Road ร้านPrego และห้องอาหารหลัก

ห้องอาหารบนเรือสำราญ Crystal Symphony

การรับประทานอาหารบนเรือสำราญ Crystal Symphony  ทุกมื้อเรียกได้ว่าคือประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมทั้งในด้านคุณภาพของอาหาร รสชาติและความใส่ใจในการบริการ อีกทั้งยังได้ให้ความสำคัญในการเสนอทางเลือกเมนูอาหารสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักและเมนูสุขภาพเพื่อเป็นตัวเลือกที่เพิ่มความหลากหลายมากขึ้น รวมถึงความน่าสนใจของร้านอาหารทางเลือกที่นอกเหนือจากห้องอาหารหลัก นั่นก็คือ ร้านอาหารสไตล์เอเชีย Silk Road กับร้านอาหารสไตล์อิตาเลียน Prego ซึ่งกำลังได้รับความนิยมไม่น้อยเลยทีเดียว

Crystal Dining Room (ดาดฟ้าชั้น 5):  เป็นห้องอาหารหลักของเรือสำราญที่ให้บริการอาหารเช้ากลางวันและมื้อค่ำทุกวัน สำหรับการทานมื้อเช้าและกลางวันโต๊ะนั่งทานอาหารของที่นี่จะต้องนั่งตามที่ที่กำหนดไว้ ส่วนมื้อเย็นสามารถเลือกที่นั่งได้อย่างอิสระเพื่อความยืดหยุ่น หรือจะเลือกจองที่นั่งล่วงหน้าในแบบที่เรียกว่า Dining by Reservation ก็จะได้นั่งโต๊ะที่จองไว้เมื่อถึงเวลาอาหารอย่างสะดวกสบาย

ไฮไลท์ของที่นี่ก็คืออาหารมื้อค่ำหลากหลายเมนู อย่างที่ทราบกันดีว่าอาหารค่ำจะแบ่งเป็น 2 รอบ คือเริ่มเร็วกับเริ่มช้า ซึ่งแต่ละรอบในแต่ละค่ำคืนก็มีการเปลี่ยนแปลงรายการอาหารทุกวัน มีเมนู "สมัยใหม่" กับการนำเสนออาหารเมนูใหม่ๆที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นและเมนู "คลาสสิก" ที่เน้นสูตรอาหารแบบดั้งเดิมนั่นเอง  ทุกท่านสามารถเลือกรับประทานอาหารได้ทั้งสอง รูปแบบจากเมนูอาหารมื้อค่ำ  สำหรับเมนูแบบ "สมัยใหม่" ก็ประกอบไปด้วยเนื้อวัวที่มีอิมัลชัน ปลาแอนโชวี่ ปลากะพงชิลีเนื้อน้ำ มีชีสเป็นองค์ประกอบที่สำคัญและเมนูของหวานจะเป็นไอศกรีมเชอร์เบต  ถ้าเป็น เมนูแบบ "คลาสสิก"  ในค่ำคืนเดียวกัน ก็จะให้ความสำคัญกับอาหารเรียกน้ำย่อย เช่นซุปและสลัด อาหารจานหลักจะเป็นพาสต้า  เมนูที่ทำจากปู ขาหมู เนื้อวัวเวลลิงตัน ปลาแซลมอน และ ริซอตโต้ รวมถึงอาหารมังสวิรัติกับเมนูสุขภาพที่มีโซเดียมต่ำคอเลสเตอรอลต่ำและคาร์โบไฮเดรตต่ำ สำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหรือควบคุมอาหารเพื่อสุขภาพส่วนขนมหวานก็จะเป็น เค้ก พาย และขนมที่ทำจากเนย ที่สำคัญคือเมนูทุกรูปแบบจะมีไวน์ชั้นเลิศและเบียร์มีบริการฟรี ในแต่ละมื้อ ไวน์มีให้เลือกเป็นไวน์แดงกับไวน์ แต่ถ้าต้องการอย่างอื่นก็สามารถสอบถามจากพนักงานได้เลย

พิเศษสำหรับกลุ่มเด็กเล็ก นั่นคือบริการสำหรับผู้เดินทางที่อายุน้อยที่สุด เช่น อาหารเรียกน้ำย่อย ประเภทเนย ถั่วลิสงและแซนด์วิชกับมันฝรั่งทอดหรือมักกะโรนีและชีส ซึ่งเป็นเมนูที่เด็กๆชอบกันมาก

ในส่วนของการรับประทานอาหารมื้อเช้าที่ห้องอาหารหลักก็บริการอาหารที่หลากหลาย เช่น กราโนลาและผลไม้สดไปจนถึงไข่เบเนดิกต์และหมูย่าง ภายใต้คอนเซปที่เรียกว่า  All-in-One ซึ่งประกอบด้วยคอมโบอาหารเช้าที่ง่ายต่อการสั่งและรวดเร็วในการเลือกรับประทานเช่น The Continental (ขนมอบและผลไม้), Excursion (ไข่กับมันฝรั่งและขนมปังปิ้ง) และ The Healthy (muesli ไร้ไขมันและไข่ขาว) เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชีย ก็จะมีอาหารจีน (แกงจืด) และญี่ปุ่น (ซุปมิโซกับข้าวปลาแซลมอนย่าง)

ในช่วงกลางวันเมนูมีหลากหลายเมนูให้เลือก เช่น อาหารเรียกน้ำย่อยอย่าง สลัด พาสต้า แซนวิชและไลน์อาหารบุฟเฟ่ต์ซึ่งประกอบไปด้วยอาหารคาวและหวานมากมายในแต่ละวัน เช่น  brochette ที่มีทั้งเนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อหมูและเนื้อแกะบนกพร้อมกับขนมปังไส้ต่างๆ  มีไก่ทอดราดซอสมะเขือเทศชีส รวมถึงเมนูท้องถิ่นเมื่อเดินทางผ่านเมืองนั้นๆ  ส่วนของหวานก็ ได้แก่ ไอศกรีม พาย ชีสเค้ก นอกจากนี้ก็ยังมีรายการอาหารมังสวิรัติและอาหารควบคุมน้ำหนักด้วย

ห้องอาหารหลักของเรือสำราญ ( Crystal Dining) เปิดให้บริการอาหารเช้าตั้งแต่เวลา 7.30 ถึง 9.00 น. อาหารกลางวันตั้งแต่ 12.00-13.30 น. และอาหารเย็นตั้งแต่ 18.00-22.00 น. มี 2 รอบคือรอบแรก 6  โมงเย็น และ รอบที่ 2 ตั้งแต่ 20.30 น.

ร้านอาหาร Silk Road (ดาดฟ้าชั้น  6): ภายใต้การดูแลของเชฟโนบุ  มัตสึฮิตะ( Nobu Matsuhisa) หนึ่งในเชฟชื่อดังที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในโลก สิ่งแรกที่ควรทราบคือ บาร์ซูชิแบบสแตนด์อะโลนของร้านอาหารซึ่งให้บริการทั้งแบบดั้งเดิมและแบบสายพาน ที่สร้างขึ้นเพื่อความต้องการของนักท่องเที่ยวทุกท่านโดยเฉพาะชาวเอเชีย มีตัวเลือกเมนูซูชิแบบทั่วไป ที่เป็นจุดเด่นของทางร้าน ตั้งแต่ ซูชิปลาแซลมอนกับปลาคาเวียร์ หรือจะเป็นเมนูฟิวส์ชั่นแบบสมัยใหม่ก็มีเช่นกัน  รวมถึงเมนูโปรดยอดนิยมของที่นี่อาทิ แคลิฟอร์เนียมากิแบบดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่น ทุกคนสามารถรับประทานอาหารที่ซูชิบาร์ตามลำดับก่อนหลัง ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่แนะนำว่าควรมีทิปให้พนักงานประมาณ 7 เหรียญสหรัฐฯต่อคน

การตกแต่งในห้องอาหาร ใช้โทนสีน้ำทะเลที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเน้นด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ เริ่มต้นจะได้รับบริการ 2 เมนู สำหรับซูชิและอื่น ๆ รวมทั้งอาหารเรียกน้ำย่อย แบบNobu สไตล์ ปิดท้ายด้วยของหวาน เช่น เมนูเรียกน้ำย่อยซุปครีมปูทะเลและกุ้งลอบสเตอร์ นอกจากนี้ยังมีซุปและสลัด Entrees กับกุ้งล็อบสเตอร์แบบ Nobu สไตล์ พร้อมซอสทรัฟเฟิร์ลและเมนูซิกเนเจอร์คือมิโซะซุป  สเต็กเนื้อซี่โครงหมูย่าง แกงกะหรี่เนื้อวัว  สำหรับเมนูของหวานก็จะเป็นขนมสูตรเฉพาะของร้านเช่น  เค้กช็อคโกแลตกับไอศครีมงาและ creme brulee

Silk Road เป็นร้านอาหารยอดนิยมบนเรือสำราญแห่งนี้ ดังนั้นให้จองล่วงหน้า โดยสามารถสำรองที่นั่งออนไลน์ได้ด้วยตัวเองได้เลย  Silk Road เปิดให้บริการเฉพาะอาหารค่ำตั้งแต่18.00 น.-22.00 น.

ร้านอาหาร Prego (ดาดฟ้าขั้น 6): Prego เป็นร้านอาหารอิตาเลียนของเรือสำราญที่มีชื่อเสียงของสายเรือ Crystal มายาวนาน  โดย Piero Selvaggio เจ้าของ Valentino ใน Santa Monica ที่สร้างบริการ ร้านอาหารบนเรือสำราญในบรรยากาศแบบชาวเวนิส ด้วยรูปแบบที่การตกแต่งที่หรูหรามี บริเวณแผนกต้อนรับส่วนหน้าและพื้นที่รับประทานอาหารด้านในที่ตกแต่งแบบเน้นความผ่อนคลายโดยใช้โทนสีเบจเป็นส่วนใหญ่

เมนูอาหารซิกเนเจอร์ของที่นี่  ได้แก่ สลัดเนื้อกุยชู ซุปเห็ดเสิร์ฟในถ้วยขนมปัง ลาซานญ่าอัลลาคามิลายา butternut squash ravioli เมนูเหล่านี้ล้วนเป็นสูตรต้นตำหรับที่ยังคงความคลาสสิกอยู่เสมอ  ส่วนอาหารเมนคอร์สอื่นๆ ได้แก่ ขาแกะอบ เป็ดอบลาเวนเดอร์ ออสโซบูโก ปลากะพงลาย ของหวานเป็นสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ พร้อมด้วยเครื่องดื่ม ได้แก่ Affogato (เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และเครื่องเทศ), มูสเชอร์รี่ที่มีส่วนผสมของเชอร์รี่ที่มีส่วนผสมของบรั่นดีหมักช็อกโกแลต  อัลมอนด์ฟอง semifreddo และคัสตาร์ด Piedmontese

ร้านอาหาร Prego เปิดให้บริการเฉพาะมื้อค่ำเท่านั้นตั้งแต่ 18.00- 22.00น. เช่นเดียวกับ Silk Road

ร้านอาหาร The Bistro (ดาดฟ้าชั้น 6): The Bistro ถือเป็นบาร์ที่ดีสำหรับอาหารเช้าที่มีคุณค่าและเน้นไขมันต่ำแต่ให้พลังงานสูง เช่น ผลไม้ โยเกิร์ต ขนมปังและเบเกิล ในช่วงกลางวันจะเปลี่ยนไปเป็นอาหารหลักเมนูเบาๆ เช่นสลัด สเต็กส์ปลาแซลมอนกับไวน์สักแก้วสำหรับคนที่ชอบ รวมทั้งของหวานและชีส The Bistro  เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 9.00- 11.30 น. สำหรับอาหารเช้าและขนมหวาน ส่วน มื้อกลางวันถึงมื้อเย็นอยู่ในช่วงระหว่าง 11.30-20.00 น.

ร้านอาหาร The Lido Cafe (ดาดฟ้าชั้น  11): สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศมารับประทานอาหารแบบสบาย ๆ Crystal Lighthouse ของ Crystal Symphony เป็นร้านอาหารบุฟเฟต์สำหรับบริการในมื้อเช้าและมื้อกลางวัน การออกแบบภายในของที่นี่ให้ความรู้สึกสดใสแบบฤดูร้อนที่มีความสง่างาม มีพื้นที่รับประทานอาหารทั้งแบบอินดอร์และเอาท์ดอร์ ซึ่งส่วนที่เป็นเอาท์ดอร์จะอยู่ทางท้ายเรือที่มองเห็นวิวทะเลได้อย่างชัดเจน สำหรับเมนูอาหารนอกจากไลน์บุฟเฟต์แล้วก็ยังมีอาหารเพื่อสุขภาพและอาหารมังสวิรัติด้วย

Lido Cafe เปิดให้บริการสำหรับอาหารเช้าตั้งแต่เวลา 05.30-06.30 น.  สำหรับกาแฟจะเริ่มให้บริการตั้งแต่ 06.30- 07:00 น. หลังจากมื้อเช้าจะเป็นอาหารแบบบุฟเฟต์เต็มรูปแบบรวมทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ตั้งแต่ 07.00-22.00 น.ซึ่งนอกจากเมนูอาหารบุฟเฟต์แล้วก็จะมีผลไม้สด ข้าวโอ๊ต ไอศกรีม ชีสและวาฟเฟิล แพนเค้กหลากหลายรูปแบบและจุดปรุงออมเล็ตแบบสดๆ นอกจากนี้ยังมีอาหารสำหรับนักท่องเที่ยวชาวเอเชียโดยเฉพาะ เช่น ซุปมิโซะ ข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยว และอาหารจีน เครื่องดื่มก็มีให้เลือกมากมายเช่นน้ำส้มที่เติมได้ไม่อั้น

สำหรับเมนูอาหารกลางวันใน Lido  Café ตั้งแต่เที่ยงวันถึงบ่ายโมงครึ่ง โดยทั่วไปมีอาหารจานเดียวที่นำเสนอในรูปแบบเดียวกันกับห้องอาหารหลัก อีกทั้งยังมีเมนูอื่นๆพิ่มเติมเช่น เมนูจากเนื้อวัวและไก่ย่าง

ร้านอาหาร Trident Bar & Grill (ดาดฟ้าชั้น  11): Trident Bar and Grill เป็นร้านที่ให้บริการอาหารจานด่วนตามสั่งเช่น Reubens, เบอร์เกอร์ (ไก่ เนื้อและผัก), wraps, hot dogs  ไก่ย่าง ไชนีสชิคเก้นสลัดแสนอร่อย นอกจากนี้ยังมีบริการอาหารเช้าตรงที่เคยเป็นสระว่ายน้ำมาก่อนซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นพื้นที่ทานอาหารของร้านแบบถาวร บริเวณพื้นที่ตรงนี้ประกอบด้วยดาดฟ้า ที่มีไม้สักแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา มีเฟอร์นิเจอร์หวายสีขาวสำหรับนั่งทานอาหารรอบๆโต๊ะหินแกรนิต พร้อมด้วยร่มสีเขียวขนาดใหญ่สำหรับกันแดด อีกทั้งยังให้ความ รู้สึกเหมือนทานอาหารในเรือนกระจกเมื่อหลังคาแบบเลื่อนได้ปิดลงในวันฝนตก ในขณะที่เมื่อมีแสงแดดส่องสว่างสดใสก็ได้บรรยากาศแบบงานปาร์ตี้ในสวนสบายๆ ร้านอาหารแห่งนี้ เปิดทำการตั้งแต่เวลา 11.30 น. ถึง 18.00 น. ทุกวัน เวลาอาหารเช้าคือ 10.00-11.00 น.

Palm Court Tea (ดาดฟ้าชั้น 11): สถานที่ดื่มน้ำชายามบ่ายอย่างเป็นทางการของเรือสำราญซึ่งเป็นที่ชื่นชอบและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก  น้ำชายามบ่ายและอาหารว่างของที่นี่ ก็มีทั้งชาคุณภาพและขนมร่อยๆหลากหลายรูปแบบ แม้กระทั่งชาช็อคโกแลตกับชาโมสาร์ท ส่วนขนมก็ ได้แก่ ครัวซองต์และแซนด์วิช ขนมปังแผ่นสีขาว เค้ก Black Forest  เค้กเวียนนา ทาร์ตราสพ์เบอร์รี่ ช็อกโกแลตร้อน "Amadeus" (เหล้ารัม, วิปปิ้งครีมและช็อกโกแลต) เหล่านี้เป็นต้น บริการน้ำชายามบ่ายเริ่มตั้งแต่ 16.00-17.00 น.

Ice Cream Bar (Deck 11): ร้านไอศกรีมของเรือสำราญ Crystal Symphony เป็นที่ชื่นชอบของทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีไอศกรีมของ Ben และ Jerry กับรสชาติให้เลือกหลากหลายรวมทั้ง ไอศกรีมที่ปราศจากน้ำตาลและโยเกิร์ตแช่แข็ง มีเมนู ท็อปปิ้งเป็นซอสราดบนไอศกรีม เช่นช็อกโกแลต สตรอเบอร์รี่และมะม่วงที่อร่อยมากพร้อมกับถั่วโรยหน้าและช็อกโกแลตชิป Ice Cream Bar เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.30 น.-18.00 น.

บริการรูมเซอร์วิส: มีบริการรูมเซอร์วิสตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงเมนูเรียกน้ำย่อยเช่น ซุป สลัด แซนด์วิชและขนมหวานพร้อมกับรายการอาหารจานร้อนแบบตามสั่งอย่างเมนูสเต็กส์เนื้อสันนอกและเบอร์เกอร์ พิเศษสำหรับผู้ที่พักในห้องแบบ Penthouse สามารถสั่งอาหารได้จากร้านอาหารอื่นๆนอกจากห้องอาหารหลักได้ด้วย นั่นก็คือ Prego และ Silk Road ซึ่งบัทเลอร์ของท่านจะอำนวยความสะดวกให้ทุกอย่าง