ล่อง 7 เรือสำราญ ทัวร์เอเชียไม่แพง บินใกล้ไม่กี่วัน เที่ยวเซลฟี่ ญี่ปุ่น เกาหลี ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน

ล่อง 7 เรือสำราญ ทัวร์เอเชียไม่แพง บินใกล้ไม่กี่วัน เที่ยวเซลฟี่ ญี่ปุ่น เกาหลี ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน

ล่องเรือสำราญในเอเชีย ท่าเรือเริ่มต้นอยู่ที่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน ดูไบ  แวะเที่ยวญี่ปุ่น เกาหลี ไทย มาเลเซีย กัมพูชา เวียดนาม เที่ยวสนุกได้ตลอดทั้งปี หากใครเป็นนักเดินทางที่ชอบท่องเที่ยวรอบโลก คงทราบกันดีว่า เอเชีย เป็นหนึ่งในทวีปที่ใหญ่ และมีประชากรมากที่สุดในโลก แต่รู้หรือไม่ว่าทำไม เอเชีย ถึงดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวในแถบนี้กันอย่างล้นหลาม สร้างรายได้เข้าประเทศได้อย่างมากมายมหาศาล นั่นเพราะ  "ทวีปเอเชีย" เป็นทวีปที่มีความหลากหลายมากที่สุด ทั้ง เชื้อชาติ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ ประวัติศาสตร์ แน่นอนว่าหลายคนคงอยากทำความรู้จักกับ ทวีปเอเชีย กันให้มากขึ้น โดยเริ่มจากเลือกท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญ และ ศึกษาสถานที่ท่องเที่ยวในแถบเอเชียที่น่าสนใจ ตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในหลายประเทศ เช่น 14 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในโตเกียว ญี่ปุ่น หรือ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในสิงคโปร์ SINGAPORE  10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในเซี่ยงไฮ้ Shanghai จีน  10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในปักกิ่ง Beijing จีน  และ 10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในฮ่องกง HONG KONG  เป็นต้นค่า

 

แผนที่เส้นทางล่องเรือสำราญในแถบเอเชีย

 

มาพร้อมใจกันแพ็คกระเป๋าเดินทาง เลือกเส้นทางล่องเรือสำราญกันค่ะ โดยเราขอเสนอ 7 เรือสำราญที่ใช่ ในเส้นทางที่ชอบมาให้ได้ตัดสินใจกัน ซึ่งได้แก่  Ovation of the Seas และ Quantum of the Seas ของสายเรือ Royal Caribbean International เรือสำราญที่ไฮเทคที่สุดในโลก เหมาะสำหรับนักเดินทางทุกเพศทุกวัย อาจจะเลือกไปกันสองคนแบบเพื่อน หรือคู่รัก ก็ฟินกันไปอีกแบบ  และ Voyager of the Seas เรือแห่งการพักผ่อน เรือครอบครัว อย่าลืมถือโอกาสนี้สร้างสัมพันธ์อันดีกับคนในบ้าน ทริปนี้รับรองว่าจะเป็นความประทับใจแบบไม่รู้ลืมเลยค่า

 

เรือลำใหญ่อย่าง Majestic Princess ก็น่าหลงใหล เป็นเรือลำใหม่ล่าสุดของสายเรือ Princess Cruises เรือลำนี้จะเน้นที่เส้นทางล่องเรือที่น่าสนใจ เช่น ทริป 7 คืน เริ่มจาก Keelung เมืองติดทะเลทางตอนเหนือสุดของไต้หวัน แล่นไปยัง Kochi ตั้งอยู่บนเกาะชิโกกุ ของญี่ปุ่น แล่นต่อไปยังเมืองที่มีเสน่ห์ งดงาม มีทั้ง หุบเขา และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม อย่าง Miyazaki ต่อด้วย Kagoshima และแล่นต่อไปยัง Nagasaki อีกหนึ่งเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวอันหลากหลาย ทั้งศิลปะ และวัฒนธรรม นั่นเองค่ะ

 

สำหรับใครชอบความหรูหราระดับ 6 ดาว ต้องห้ามพลาด Silver Muse และ Silver Shadow ของสายเรือ Silversea Cruises เป็นเรือหรูลำเล็ก สามารถลัดเลาะไปยังสถานที่ที่สวยงามทางธรรมชาติ ที่เรือลำใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้ รวมทั้งการบริการจากพนักงานที่เป็นเลิศ เพียงเลือกจองห้องพักบนเรือ ราคาจะรวมเป็น All-Inclusive ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ค่าภาษี และอื่นๆ ยกเว้นแค่ค่าทัวร์ชายฝั่ง หรูหรา ไฮโซ โบว์ใหญ่มากๆ ค่า 

 

หากใครหลงใหลในรสชาติ "อาหารที่ดีที่สุด" เปรียบเสมือนยกเอาภัตตาคารระดับโลกมาวางไว้บนเรือสำราญ ต้องยกให้กับ Oceania Nautica  ของสายเรือ Oceania Cruises เรือสำราญในคลาสพรีเมี่ยมลำนี้ ระยะเวลาล่องเรือมากกว่า 7 วันขึ้นไปเพื่อให้แขกได้สัมผัสกับบรรยากาศ วัฒนธรรม และธรรมชาติ รวมถึงซึมซับ เอกลักษณ์ และเสน่ห์ ของบ้านเมืองในแถบเอเชียให้ได้มากที่สุดนั่นเองค่า โดยจะออกจากท่าเรือ Hong Kong และท่าเรือที่  Singapore เป็นหลักค่ะ

  

1. ล่องเรือสำราญ Ovation of the Seas ของสายเรือ Royal Caribbean International

 

เลือก เส้นทางล่องเรือ Ovation of the Seas ล่องในแถบเอเชีย โดยมีเส้นทางแนะนำที่น่าสนใจ ได้แก่

  • ทริป 5 คืน เริ่มจาก Tianjin, Nagasaki, Shimonoseki และสิ้นสุดที่ Tianjin 
  • ทริป 5 คืน เริ่มจาก Tianjin, Hakata/Fukuoka, Nagasaki และสิ้นสุดที่ Tianjin
  • ทริป 6 คืน เริ่มจาก Tianjin, Sasebo, Hakata/Fukuoka, Shimonosek และสิ้นสุดที่ Tianjin

 

จุดเด่น: สุดยอดของความไฮเทค ต้องยกให้กับเรือสำราญ Ovation of the Seas ถือเป็นเรือแห่งการพักผ่อนแบบสบายๆ ที่เยี่ยมยอด ภายในเรือมีกิจกรรมสนุกๆ ให้เล่นมากมาย อาทิ RipCord by iFly เครื่องเล่นดิ่งพสุธาจำลอง ต่อด้วย FlowRider เซิร์ฟจำลองที่เล่นกันได้ทั้งครอบครัว ตามมาติดๆ ด้วย North Star กระเช้าลอยฟ้าสูง 91 เมตร ขึ้นไปชมวิวได้ 360 องศา ต่อด้วยกิจกรรมท้าทายความสูงด้วยการปีนหน้าผาจำลอง และอีกหนึ่งความไฮเทคบนเรือลำนี้ กับ Bionic Bar โรบอทบาร์เทนเดอร์ และปิดท้ายด้วยโชว์การแสดงสุดยิ่งใหญ่อลังการ  และที่สำคัญบรรยากาศภายในเรือสบายๆ ตอบโจทย์นักเดินทางเป็นที่สุดค่า 

ข้อจำกัด: เรือ Ovation of the Seas บนเรือจะมีกิจกรรมความบันเทิงมากมาย หลายอย่างมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม อาจจะทำให้กระเป๋าแฟ้บโดยไม่รู้ตัวค่า บนเรือลำนี้มีจำนวนผู้โดยสารค่อนข้างเยอะ เสียงจะค่อนข้างดัง กิจกรรมหลายๆ อย่างต้องเสียเวลาต่อคิว อีกหนึ่งข้อจำกัด เฉพาะโซนที่วิ่งในแถบจีน เช่น ออกจากท่าเรือฮ่องกง ท่าเรือเซี่ยงไฮ้ ท่าเรือปักกิ่ง จะเสียค่าใช้จ่ายในการใช้เครื่องเล่น North Star ที่ราคา 25 เหรียญ และ RipCord by iFly ที่ราคา 30 เหรียญ ด้วยค่า

 

 

 

 

 

2. ล่องเรือสำราญ Quantum of the Seas ของสายเรือ Royal Caribbean International

 

เลือก เส้นทางล่องเรือ Quantum of the Seas ล่องในแถบเอเชีย โดยมีเส้นทางแนะนำที่น่าสนใจ ได้แก่

  • ทริป 4 คืน เริ่มจาก Tianjin, Hakata/Fukuoka และสิ้นสุดที่  Tianjin 
  • ทริป 5 คืน เริ่มจาก Shanghai, Kagoshima, Hakata/Fukuoka และสิ้นสุดที่ Shanghai
  • ทริป 7 คืน เริ่มจาก Singapore, Melaka, Port Klang, George Town/Penang, Phuket และสิ้นสุดที่ Singapore
  • ทริป 12 คืน เริ่มจาก Tianjin, Hakata/Fukuoka, Keelung, Hong Kong, Chan May, Nha Trang, Phu My และสิ้นสุดที่  Singapore

 

จุดเด่น: เรือ Quantum of the Seas เรือสำราญสุดไฮเทค เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนเป็นครอบครัว ชิวๆ สบายๆ กิจกรรมความบันเทิงบนเรือมีมากมายค่ะ อาทิเช่น RipCord by iFly เครื่องเล่นดิ่งพสุธาจำลอง ต่อด้วย FlowRider เซิร์ฟจำลองที่เล่นกันได้ทั้งครอบครัว และอีกหนึ่งโซนยอดฮิตอย่าง North Star กระเช้าลอยฟ้าสูง 91 เมตร ขึ้นไปชมวิวได้ 360 องศา ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ยังมี กิจกรรมท้าทายความสูงด้วยการปีนหน้าผาจำลอง และ สนุกไปกับกิจกรรมในร่มที่สลับสับเปลี่ยนกันไป เรียกว่า Seaplex ที่เป็นทั้งลานรถบั๊มพ์ ลานโรลเลอร์สเก็ต อีกหนึ่งไฮไลท์สุดไฮเทค นั่นก็คือ Bionic Bar โรบอทบาร์เทนเดอร์ และปิดท้ายด้วยโชว์การแสดงสุดยิ่งใหญ่อลังการ ที่จะไม่ทำให้ทริปการล่องเรือเป็นเรื่องที่น่าเบื่ออีกต่อไปค่า 

ข้อจำกัด: เรือ Quantum of the Seas เรือลำนี้มีจำนวนผู้โดยสารค่อนข้างเยอะ พื้นที่สาธารณะจะค่อนข้างแออัด กิจกรรมหลายอย่างต้องต่อคิวเป็นเวลานานค่ะ บรรยากาศภายในเรือจะค่อนข้างเสียงดัง และบนเรือมักมีการประกาศจากทางสายเรือเรื่อยๆ หลายสิ่งหลายอย่างบนเรือจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ยิบย่อยๆ อาจจะไม่เป็นที่ถูกใจสำหรับบางท่านค่ะ อีกหนึ่งข้อจำกัด เฉพาะโซนที่วิ่งในแถบจีน เช่น ออกจากท่าเรือฮ่องกง ท่าเรือเซี่ยงไฮ้ ท่าเรือปักกิ่ง จะเสียค่าใช้จ่ายในการใช้เครื่องเล่น North Star ที่ราคา 25 เหรียญ และ RipCord by iFly ที่ราคา 30 เหรียญ ด้วยนั่นเองค่า

 

 

 

 

3.  ล่องเรือสำราญ Voyager of the Seas ของสายเรือ Royal Caribbean International

 

เลือก เส้นทางล่องเรือ Voyager of the Seas ล่องในแถบเอเชีย โดยมีเส้นทางแนะนำที่น่าสนใจ ได้แก่

  • ทริป 3 คืน เริ่มจาก Singapore, Port Klang, Melaka และสิ้นสุดที่ Singapore
  • ทริป 5 คืน เริ่มจาก Singapore, George Town/Penang, Langkawi Island, Phuket และสิ้นสุดที่ Singapore 
  • ทริป 7 คืน เริ่มจาก Hong Kong, Halong Bay, Chan May, Nha Trang, Phu My และสิ้นสุดที่ Singapore
  • ทริป 7 คืน เริ่มจาก Hong Kong, Naha/Okinawa, Salomague, Subic Bay และสิ้นสุดที่ Hong Kong

 

จุดเด่น: ห้องพักบนเรือ Voyager of the Seas ราคาถูก คุ้มค่ามาก เรือสำราญมีขนาดใหญ่ เป็นเรือแห่งการพักผ่อนเลยก็ว่าได้ค่ะ เหมาะสำหรับการมาเที่ยวทั้งครอบครัว เรือลำนี้จุผู้โดยสารได้ประมาณ 3,114 ท่าน พนักงานมีการบริการดีเยี่ยม ภายในเรือมีทั้ง ร้านอาหารมากมาย มีโรงภาพยนตร์สูงถึง 3 ชั้น มีย่านที่ได้รับความนิยม เรียกว่า ย่านดาวน์ทาวน์ The Royal Promanade ยังมีคาสิโนสำหรับผุ้ที่รักการเสี่ยงโชค กิจกรรมในโซนกีฬา มีทั้งปีนหน้าผาจำลองเอาใจผู้ที่รักการปีนป่าย รวมถึง เพลิดเพลินกับการตีกอล์ฟ และ เล่นบาสเก็ตบอล บนชั้นดาดฟ้า เรือ Voyager of the Seas ในเส้นเอเชีย ส่วนใหญ่จะเแล่นข้าเทียบท่าที่ ท่าเรือมารีน่าทางใต้ของสิงคโปร์เป็นหลักค่า โดยมีเส้นทางล่องเรือที่น่าสนใจหฃายเช่น เช่น Singapore, George Town/Penang, Langkawi Island, Phuket เป็นต้นค่า

 

ข้อจำกัด: เรือ Voyager of the Seas จัดว่าเป็นเรือสำราญค่อนข้างเก่า จำนวนผู้โดยสารเยอะ บนเรือจะมีเสียงค่อนข้างดัง และพื้นที่สาธารณะค่อนข้างแออัด เช่น สระว่ายน้ำ และฟิตเนส หลายสิ่งหลายอย่างบนเรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งห้องอาหารพิเศษ และย่านดาวน์ทาวน์ The Royal Promanade ที่จะทำให้ต้องควักเงินออกจากกระเป๋าโดยไม่รู้ตัว อาจจะไม่เป็นที่ถูกใจสำหรับบางท่านค่า 

 

  

 

 

4. ล่องเรือสำราญ Majestic Princess ของสายเรือ Princess Cruises

 

เลือก เส้นทางล่องเรือ Majestic Princess ล่องในแถบเอเชีย โดยมีเส้นทางแนะนำที่น่าสนใจ ได้แก่

  • ทริป 4 คืน เริ่มจาก Keelung, Naha/Okinawa, Ishigaki และสิ้นสุดที่ Keelung 
  • ทริป 4 คืน เริ่มจาก Shanghai, Nagasaki และสิ้นสุดที่ Shanghai
  • ทริป 7 คืน เริ่มจาก Keelung, Kochi, Miyazaki, Kagoshima, Nagasaki  และสิ้นสุดที่ Keelung
  • ทริป 22 คืน เริ่มจาก Shanghai, Busan, Hong Kong, Nha Trang, Phu My, Singapore, Darwin, Brisbane และสิ้นสุดที่ Sydney/Australia

 

จุดเด่น: เรือ Majestic Princess เรือสำราญลำใหม่ล่าสุดของสายเรือ Princess Cruises จัดว่าเป็นเรือลำใหญ่ จุผู้โดยสารได้ถึง 3,560 คน มีทั้งหมด 19 ชั้น และมีห้องอาหารทั้งหมด 13 ห้อง ภายในยังมีโรงละครที่มีโชว์การแสดงต่างๆ สามารถจุคนดูได้ 900 คนเลยทีเดียวค่า นอกจากนี้ ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห้องพักที่กว้างขวาง สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ลานกีฬา บาร์ เลานจ์ โรงภาพยนตร์กลางแจ้ง พร้อมกับการบริการที่เป็นเลิศจากพนักงานบนเรือ  จุดเด่นที่เห็นได้ชัดของเรือลำนี้คือ มีเส้นทางล่องเรือที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ เช่น ทริป 7 คืน เริ่มจาก Keelung เมืองติดทะเลทางตอนเหนือสุดของไต้หวัน แล่นไปยัง Kochi ตั้งอยู่บนเกาะชิโกกุ ของญี่ปุ่น แล่นต่อไปยังเมืองที่มีเสน่ห์ งดงาม มีทั้ง หุบเขา และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม อย่าง Miyazaki ต่อด้วย Kagoshima และแล่นต่อไปยัง Nagasaki อีกหนึ่งเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวอันหลากหลาย ทั้งศิลปะ และวัฒนธรรมต้องห้ามพลาดค่า 

ข้อจำกัด: เรือ Majestic Princess เป็นเรือขนาดใหญ่ จึงมีจำนวนผู้โดยสารเยอะ เสียงค่อนข้างดัง บรรยากาศค่อนข้างแออัดโดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่สาธารณะ เช่น สระว่ายน้ำ และหลายๆ อย่างมีการต่อคิวกันยาว เช่น ที่ห้องอาหารบุฟเฟต์ และการลงไปเที่ยวทัวร์ชายฝั่ง เป็นต้น

 

 

 

 

5. ล่องเรือสำราญ Silver Muse ของสายเรือ Silversea Cruises

 

เลือก เส้นทางล่องเรือ Silver Muse ล่องในแถบเอเชีย โดยมีเส้นทางแนะนำที่น่าสนใจ ได้แก่

  • ทริป 9 คืน เริ่มจาก Phuket, Rangoon, Langkawi Island และสิ้นสุดที่ Singapore
  • ทริป 10 คืน เริ่มจาก Singapore, Ho Chi Minh City, Chan May, Halong Bay และสิ้นสุดที่ Hong Kong
  • ทริป 12 คืน เริ่มจาก Hong Kong, Manila, Romblon Islands, Coron, Puerto Princesa, Kota Kinabalu, Muara, Kuching และสิ้นสุดที่ Singapore

 

จุดเด่น: เรือสำราญ Silver Muse เป็นเรือสำราญสุดหรูหรา ระดับ 6 ดาว ภายในมีห้องพักกว้างขวาง และเป็นห้องสวีททั้งหมด ผลิตภัณฑ์ภายในห้องพักเป็นผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์ทั้งหมด พร้อมมีบัทเลอร์คอยให้บริการแบบส่วนตัว รวมถึงการบริการอันยอดเยี่ยมจากพนักงานบนเรือ ราคาห้องพักบนเรือจะรวมทุกอย่างไว้หมดแล้วเป็น All-Inclusive ทั้งค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่มประเภทเหล้า ไวน์ ค่าทิป ค่าภาษีต่างๆ ค่า และมีเส้นทางการล่องเรือที่หลากหลาย ในเอเชีย หลักๆ จะออกจากท่าเรือ Singapore, Hong Kong และ Phuket เป็นต้นค่า 

ข้อจำกัด: เส้นทางการเดินทางค่อนข้างยาว กิจกรรมความบันเทิงมีไม่มากนัก ไม่ค่อยมีกิจกรรมสำหรับเด็กเท่าไหร่ค่า บรรยากาศบนเรือมีความเป็นส่วนตัวสูง อาจเงียบสงบจนเกินไป อาจไม่เป็นที่ถูกใจสำหรับบางท่านค่า 

 

 

 

6. ล่องเรือสำราญ Silver Shadow ของสายเรือ Silversea 

 

เลือก เส้นทางล่องเรือ Silver Shadow ล่องในแถบเอเชีย โดยมีเส้นทางแนะนำที่น่าสนใจ ได้แก่

  • ทริป 6 คืน เริ่มจาก Singapore, Sandakan, Puerto Princesa, Coron และสิ้นสุดที่  Manila
  • ทริป 7 คืน เริ่มจาก Hong Kong, Halong Bay, Chan May, Sanya และสิ้นสุดที่ Hong Kong
  • ทริป 8 คืน เริ่มจาก Ho Chi Minh City, Chan May, Halong Bay และสิ้นสุดที่ Hong Kong
  • ทริป 11 คืน เริ่มจาก Singapore, Sandakan, Puerto Princesa, Coron, Manila และสิ้นสุดที่ Ho Chi Minh City

 

จุดเด่น: เรือ Silver Shadow เป็นเรือสำราญสุดหรู ระดับ 6 ดาว พนักงานบนเรือมีความเป็นมืออาชีพ และให้บริการที่เป็นเลิศค่า มีบริการ Room Service ตลอด 24 ชั่วโมง และมีบัทเลอร์ส่วนตัว และราคาห้องพัก จะรวมทุกอย่างไว้หมดแล้วเป็น All-Inclusive ทั้งค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่มประเภทเหล้า ไวน์ ค่าทิป ค่าภาษี ต่างๆ ไม่ต้องมาคิดเรื่องค่าใช้จ่ายยิบย่อยอื่นๆ ให้เวียนหัวค่า อิอิ เส้นทางการล่องเรือในแถบเอเชีย หลักๆ จะออกจากท่าเรือที่ มารีนา Singapore ท่าเรือ Hong Kong ท่าเรือ Ho Chi Minh City เป็นต้นค่า 

ข้อจำกัด: เรือ  Silver Shadow จัดว่าเป็นเรือในเกรดสุดหรู ราคาอาจสูงเกินไปสำหรับบางท่านค่า กิจกรรมความบันเทิงมีไม่มากนัก ไม่ค่อยมีกิจกรรมสำหรับเด็ก บรรยากาศบนเรือมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก อาจจะเงียบเหงาเกินไปสำหรับบางท่านค่า 

 

 

 

 

7. ล่องเรือสำราญ Oceania Nautica ของสายเรือ Oceania Cruises

 

เลือก เส้นทางล่องเรือ Oceania Nautica ล่องในแถบเอเชีย โดยมีเส้นทางแนะนำที่น่าสนใจ ได้แก่

  • ทริป 15 คืน เริ่มจาก Hong Kong, Formosa Strait, Keelung, Naha/Okinawa, Cruise East China Sea, Kobe, Hiroshima, Busan, Cruise Yellow Sea, Incheon, Dalian, Tianjin, Cruise East China Sea และสิ้นสุดที่ Shanghai
  • ทริป 18 คืน เริ่มจาก Singapore, Port Klang, George Town/Penang, Phuket, Cruising the Andaman Sea, Rangoon, Cruising the Bay of Bengal, Cruising the Laccadive Sea, Cochin, Mangalore, Mormugao, Mumbai, Cruising the Arabian Sea, Al Fujayrah และสิ้นสุดที่  Dubai
  • ทริป 33 คืน เริ่มจาก Hong Kong, Formosa Strait, Keelung, Naha/Okinawa, Cruise East China Sea, Kobe, Hiroshima, Busan, Cruise Yellow Sea, Incheon, Dalian, Tianjin, Cruise East China Sea, Shanghai, Cruise East China Sea, Naha/Okinawa, Cruise East China Sea, Kaohsiung, Hong Kong, Cruise South China Sea, Chan May, Cruise South China Sea, Ho Chi Minh City, Cruise Gulf of Thailand, Bangkok, Amphoe Ko Samui, Cruise Gulf of Thailand และสิ้นสุดที่  Singapore

 

จุดเด่น: เรือ Oceania Nautica เป็นเรือสำราญที่ถูกจัดอยู่ในคลาส "พรีเมี่ยม" พนักงานบนเรือมีความเป็นมืออาชีพ ให้การต้อนรับผู้โดยสารอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองค่า จุดเด่นของเรือลำนี้ จะเน้นที่ “อาหารที่ดีที่สุด” รังสรรค์โดยเชฟสุดยอดฝีมืออย่าง Jacques Pépin เปรียบเสมือนยกเอาภัตตาคารอาหารระดับโลกมาไว้บนเรือลำนี้นั่นเองค่า และที่สำคัญมีเส้นทางการล่องเรือที่หลากหลาย และน่าสนใจ เส้นเอเชีย จะเป็นทริประยะยาว 15 วันขึ้นไป เพื่อให้แขกได้สัมผัสกับบรรยากาศ วัฒนธรรม และธรรมชาติ รวมถึงซีมซับ เอกลักษณ์ และเสน่ห์ ของบ้านเมืองในแถบเอเชียให้ได้มากที่สุดนั่นเองค่า โดยจะออกจากท่าเรือ Hong Kong และท่าเรือที่  Singapore เป็นหลักค่ะ ส่วนมากจะเป็นลูกค้าขาประจำ ที่สนิทคุ้นเคยกับพนักงานบนเรือเป็นอย่างดี

ข้อจำกัด: เรือ Oceania Nautica เป็นเรือระดับพรีเมียม สไตล์ Country Club ระยะเวลาล่องเรือนานมาก 15 วันขึ้นไป อาจจะนานเกินไปสำหรับบางท่าน กิจกรรมความบันเทิง รวมถึงสถานที่ช้อปปิ้งบนเรือมีไม่มากนัก สิ่งอำนวยความสะดวกบนเรืออยู่ในระดับกลาง กิจกรรมยามค่ำคืนมีไม่มากค่ะ

 

 

 

 

สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในเอเชีย ฉบับย่อ 

 

ล่องเรือสำราญ เที่ยวญี่ปุ่น

 

1. โตเกียวดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland) เที่ยวสวนสนุกโตเกียวดิสนีย์แลนด์ ดินแดนแห่งความฝัน ดุจดังหลุดออกมาจากในเทพนิยาย สวนสนุกแห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดชิบะ (Chiba Ken)  ถือเป็นสวนสนุกที่ดึงดูดจำนวนนักท่องเที่ยวให้มาที่แห่งนี้มากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกในปี 2016 ค่ะ ภายในสวนสนุกมีทั้ง ฉากจำลองของภาพยนตร์เรื่องดัง เครื่องเล่นสุดมันส์ และขบวนพาเหรดสุดอลังการ ธีมสีสันสุดตระการตา ละลานตาไปกับเหล่าตัวการ์ตูนสุดน่ารักจากดิสนีย์ ที่ออกมาทักทาย และเต้นไปตามเสียงเพลง ทำให้เรียกรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความสุขให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้ไม่น้อยเลยค่า  นอกจากนี้ยังมีธีมปาร์คใหม่ชื่อว่า โตเกียวดิสนีย์ซี (Tokyo DisneySea) โดยแบ่งเป็นโซนต่างๆ เช่น ท่าเรือเกาะเมดิเตอร์เรเนียน, เกาะลึกลับ, ทะเลสาบนางเงือก, อเมริกันวอเทอร์ฟร้อนท์ เป็นการเน้นกิจกรรมผจญภัยทางน้ำ ที่เรียกว่าตำนานแห่งท้องทะเล  วันนี้เราได้รวบรวม 14 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในโตเกียว ญี่ปุ่น ไว้ให้ลองดูเล่นๆ กันค่า ว่ามีที่ไหนบ้างที่น่าสนใจ

 

 

 

2. สวนอุเอโนะ (Ueno Park) สถานที่ยอดฮิตแห่งกรุงโตเกียว สวนสาธารณะที่เหมาะสำหรับการมาปิคนิค หรือมานอนพักผ่อนหย่อนใจ บรรยากาศแสนร่มรื่น และสดชื่น สามารถเดินเล่นได้เพลินๆ แบบไม่มีเบื่อเลยทีเดียวค่า ที่สวนอุเอโนะแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ชมดอกซากุระยอดฮิตอีกด้วย โดยในช่วงเทศกาลชมดอกซากุระประมาณปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน โดยจะมีการจัดงานประจำปีให้ชมดอกซากุระบานของที่นี่ เช่น งาน Ueno Sakura Matsuri-Cherry Blossom Festival แน่นอนว่าทางเดินทั้งสองข้างจะเต็มไปด้วยต้นซากุระมากกว่า 1,000 ต้น และในตอนกลางคืนจะมีการประดับไฟสว่างไสวไปทั่วสวน สวยงามโรแมนติกสุดๆ หากมากันเป็นคู่รักก็จะฟินสุดๆ ไปเลย ให้มันเป็นสีชมพู อิอิ ลองดู 14 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในโตเกียว ญี่ปุ่น ได้เลยค่า

 

 

 

3. เที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง (Osaka Aquarium Kaiyukan)  พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลกกก ตั้งอยู่ที่เท็มโปซังฮาเบอวิลเลจ (Tempozan Harbor Village) บริเวณริมอ่าวโอซาก้า  บนเพดานเต็มไปด้วยไฟประดับสีฟ้าหลายร้อยดวง เหมือนมีแสงสว่างจากเหล่าแพลงก์ตอนส่องแสงให้เห็นความสวยงามตลอดทาง ทำให้รู้สึกว่ากำลังอยู่ในท้องทะเลอันกว้างใหญ่จริงๆ ที่นี่มีทั้งหมด 8 ชั้น เราจะได้พบกับปลาแปลกๆ มากมาย และสัตว์ต่างๆ ที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน โดยตู้ที่ใหญ่ที่สุดก็คือ Central Tank ที่มีความลึกถึง 9 เมตร จุน้ำมากกว่า 5 พันตัน เป็นการจำลองชีวิตในมหาสมุทรแปซิฟิคที่มีทั้งปลากระเบน ปลาช่อนยักษ์อเมซอน ปลาปักเป้าฟันสองซี่ รวมถึงฉลามวาฬซึ่งเป็นปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในยังมีการจำลองวงแหวนไฟ (Ring of Fire) ที่อยู่รอบมหาสมุทรแปซิฟิค บรรยากาศและสภาพอากาศ เหมือนได้ยกมหาสมุทรแปซิฟิคมาไว้ที่โอซาก้าเลยก็ว่าได้ ที่นี่มีตัวอย่างสัตว์ให้ชมถึง 620 ชนิด ในจำนวนกว่า 30,000 ตัว! ทั้งสัตว์บกน้ำ สัตว์น้ำและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เช่น นากทะเล สิงโตทะเลแคลิฟอร์เนีย แมวน้ำลายจุด โลมาขาวแปซิฟิค ปลาพิรารูคูที่เป็นปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก อิกัวน่า กบ และเพนกวินราชา เป็นต้นค่า ติดตามที่เที่ยวสุดฟินต่อได้ที่ 8 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในโอซาก้า ญี่ปุ่น

 

 

 

4. เที่ยวเทศกาลหิมะซัปโปโร Sapporo Snow Festival  เที่ยวเทศกาลหิมะซัปโปโร ที่สวนสาธารณะโอโดริ ( Odori Park ) ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่สวนแห่งนี้จะถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน นักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกต่างหลั่งไหลกันมาที่นี่ เพื่อมาชมรูปปั้นแกะสลักหิมะ จากฝีมือของนักปั้นและนักแกะสลักจากทั่วโลกที่มาประชันฝีมือประกวดผลงานสุดยิ่งใหญ่อลังการนี้เป็นร้อยๆ ชิ้น นั่นเองค่า นอกจากนี้ ในงานยังมีสไลด์เดอร์ขนาดยักษ์ เขาวงกตที่ทำจากหิมะ คอนเสิร์ต และกิจกรรมอีกมากมาย แน่นอนค่ะว่าเทศกาลสุดฮิตประจำฤดูหนาวของญี่ปุ่นนี้ได้เราความนิยมเป็นอย่างมาก เขาจะจัดเพียงปีละครั้ง ทุกต้นเดือนกุมภาพันธ์ค่า ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ 9 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในซัปโปโร Sapporo ญี่ปุ่น

 

shutterstock_176066504

 

 

5. วัดไดโกจิ (Daigoji Temple) จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามที่สุด หากใครที่ต้องการจะมาที่นี่แนะนำให้มาในช่วง กลางพ.ย. - ต้น ธ.ค. จะสวยมากๆ ค่า วัดไดโกจิแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่เกียวโต ถือเป็นวัดที่มีความสำคัญของศาสนาพุทธในญี่ปุ่น มีอายุกว่า 1,200 ปี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก พื้นที่ภายในวัดแห่งนี้กว้างขวาง มีอาคารเก่าแก่ และมีสิ่งที่น่าสนใจอยู่มากมาย นอกจากนี้ ยังมีบริเวณที่เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีก็คือ อาคารเบนเทนโดะ (Bentendo Hall) ศาลาสีแดงซึ่งตั้งอยู่กลางน้ำ ห้อมล้อมด้วยต้นเมเปิ้ลและแปะก๊วยที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงและเหลือง มองไปทางไหนก็สวยงามละลานตาไปหมดค่า รับลองว่าใครได้มาที่นี่จะต้องหลงเสน่ห์ ต้องมนต์ในความงดงาม จนลืมทางกลับบ้านไปเลยค่า อิอิ  พบกับสถานที่ท่องเที่ยวแบบเต็มอิ่มต่อได้ที่ เที่ยวญี่ปุ่นแบบคัลเลอร์ฟูล กินปูยักษ์ ดูพลุอลัง ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

 

 

 

6. เทศกาลปูติดป้าย หากใครรักการกินปู เป็นชีวิตจิตใจ แนะนำว่าห้ามพลาดกับเทศกลาลปูติดป้าย รับรองได้เลยว่าจะได้ลิ้มลองรสชาติของปูที่สดใหม่ อร่อยไฉไลแน่นอนค่า ทำไมถึงเรื่องว่าปูติดป้าย ความจริงแล้วเหมือนเป็นการแสดงสัญลักษณ์ว่าเป็นปูเกรดเยี่ยมนั่นเองค่า การคัดเกรดปูจะเข้มงวดมาก และป้ายที่ติดจะมีสีป้ายที่ต่างกันตามแหล่งที่จับมา ปูที่ถูกติดป้ายแสดงว่าได้ผ่านการรับรองและตรวจสอบมาเป็นอย่างดี ทั้งรูปลักษณื น้ำหนัก ความสวยงาม และขนาดที่สมบูรณ์นั่นเองจ้า ส่วนรสชาตินั้นคงไม่ต้องพูดถึง อิอิ 

ปูของที่นี่มีหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ปูอลาสก้า ตัวใหญ่ เนื้อแน่น หวาน อร่อย ที่สำคัญปูอลาสก้าที่นิยมทานกันคือ สายพันธุ์แดง (Red King Crab) ที่ตัวจะมีหนามเล็กๆ นอกจากนี้ยังมี ปูเคะกะนิ (Kegani) หรือปูขน ตัวของมันก็เต็มไปด้วยขน เนื้อขาวๆ ส่วนที่อร่อยที่สุดก็คือตรงมันปูนั่นเองค่ะ และอีกหนึ่งปูที่ใครหลายๆคนมา ต้องจัดหนัก นั่นก็คือ ปูซุวะอิ (Zuwaigani) หรือปูหิมะ เนื้อของมันจะแน่นๆ ที่ขา แถมรสชาติหวานอร่อย ถือเป็นปูที่มีราคาแพงที่สุดในปู 3 ชนิดเลยค่ะ ตามต่อได้ที่ เที่ยวญี่ปุ่นแบบคัลเลอร์ฟูล กินปูยักษ์ ดูพลุอลัง ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

 

 

 

 

7.  Rusutsu Ski Resort เล่นสกีในฤดูหนาว อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว หากใครที่ชื่นชอบและรักการเล่นสกีเป็นชีวิตจิตใจ แนะนำให้มาพักที่ Rusutsu Ski Resort ถือเป็นอาณาจักรแห่งความสนุกแห่งเกาะฮอกไกโด นี่นี่เขามีลานสกีแบบครบวงจร ขนาดกว้างขวาง ใช้พื้นที่ภูเขาถึง 3 ลูก ไฮไลท์เด็ดก็คือความนุ่ม และเบาของหิมะที่เรียกว่า Powder Snow นอกจากนี้ยังมีมีพื้นที่ฝึกสอนสำหรับมือใหม่ พร้อมมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น สวนสนุก Crayon Shinchan Kids’ Park รถสุนัขลากเลื่อนหิมะ Lift Pass สำหรับนั่งขึ้นไปเล่นสกีบนภูเขา ที่พักสุดหรู บ่อออนเซ็น สระว่ายน้ำ ร้านค้าและร้านอาหาร ที่นี่เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 9.00 – 24.00 น. ถ้าจะมาเล่นสกีควรมาในช่วง เดือนธันวาคม - เดือนเมษายน อิอิ ลองติดตามสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจ เที่ยวญี่ปุ่น สัมผัสหิมะโปรยปราย ชมประดับไฟละลานตา แช่ออนเซ็นฟินๆ ในฤดูหนาว

 

 

 

8. Shiga Kogen สถานที่แช่น้ำแร่ออนเซนแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ราบสูงชิงะ จังหวัดนากาโนะ เป็นลานสกีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ขนาบข้างด้วยเทือกเขาสูง ที่นี่มีทั้งลานสกีทั้งบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่อยู่ภายในสวน Jigokudani Yaen-Koen สิ่งที่เราจะได้เห็น ก็คือ ฝูงลิงกังญี่ปุ่นแก้มแดง (Snow Monkey) ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ออกมาแช่น้ำพุร้อนกันอย่างสบายใจในช่วงฤดูหนาว ถือเป็นไฮไลท์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาดูความน่ารักของเจ้าลิง ต้องมาที่นี่กันให้ได้นะคะ  สถานที่ท่องเที่ยวยังมีอีกมากมายดูได้จาก เที่ยวญี่ปุ่น สัมผัสหิมะโปรยปราย ชมประดับไฟละลานตา แช่ออนเซ็นฟินๆ ในฤดูหนาว

 

  

 

9. สวนอาชิคางะ (Ashikaga Flower Park)  สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ที่จังหวัดโทจิกิ (Tochigi) ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ที่นี่ได้รวบรวมดอกไม้ไว้หลากหลายชนิด และแบ่งเป็นโซนต่างๆ เช่น โดมดอกไม้ น้ำตกจำลอง โซนร้านอาหาร และโซนขายของที่ระลึก แนะนำให้ลองชิมไอศครีมโคนที่ผลิตมาจากดอกไม้ รสชาติหอมหวาน ละมุนลิ้นมาก และไฮไลท์ของสวนแห่งนี้ เป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจาก อุโมงค์ดอกวิสทีเรีย (Wisteria) หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกกันว่าดอกฟูจิ ซึ่งเป็นดอกไม้อีกชนิดหนึ่งที่ชาวญี่ปุ่นชื่นชอบและให้ความสำคัญมากไม่แพ้ดอกซากุระเลยค่า หากใครที่ชื่นชอบการมาเที่ยวผ่อนคลายหรือเดินเล่นที่สวน แนะนำให้ติดตามสถานที่ เที่ยวญี่ปุ่นฤดูใบไม้ผลิ ชมซากุระบานสะพรั่ง แชะดอกไม้นานาพันธุ์แสนงาม ชิมสตรอเบอร์รีหวานฉ่ำ และ เที่ยวญี่ปุ่นฤดูร้อน ชมทุ่งลาเวนเดอร์ ปีนฟูจิ ช้อปปิ้ง ไหว้พระ หม่ำของอร่อย เที่ยวสวนสนุกสุดมันส์ ได้เลยค่า

 

   

 

 

สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวประเทศอื่นๆ ในโซนเอเชีย

 

ล่องเรือสำราญ เที่ยวจีน

10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในเซี่ยงไฮ้ Shanghai จีน

10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในปักกิ่ง Beijing จีน

 

ล่องเรือสำราญ เที่ยวฮ่องกง

10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในฮ่องกง HONG KONG

 

 

 

ล่องเรือสำราญ เที่ยวเกาหลี

15 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในเกาหลี Korea

5 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในเกาะเชจู Jeju Island เกาหลี

 

 

 

ล่องเรือสำราญ เที่ยวเวียดนาม

15 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในเวียดนาม Vietnam

 

 

 

ล่องเรือสำราญ เที่ยวไต้หวัน

12 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในไต้หวัน Taiwan

 

 

 

 

 

 

ล่องเรือสำราญ เที่ยวสิงคโปร์ 

10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในสิงคโปร์ SINGAPORE

 

  

บริษัท ทูมอร์โรว์ เอกซ์พลอเรอร์

นึกถึงเรือสำราญ นึกถึงเรา