ล่องเรือสำราญ Anthem of the Seas ของสายเรือ Royal Caribbean International

ล่องเรือสำราญ Anthem of the Seas ของสายเรือ Royal Caribbean International

 

ภาพรวมเรือสำราญ Anthem of the Seas

 

วันนี้เราลองมาทำความรู้จักกับเรือสำราญที่มีชื่อว่า "Anthem of the Sea" เป็นเรือในตระกูล Quantum Class ของสายเรือ Royal Caribbean International เรือสำราญ "Anthem of the Sea" ได้เปิดตัวเมื่อปี 2015 มีน้ำหนัก 168,666 ตัน และสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 4,905 ท่าน เป็นเรือที่ตอบโจทย์สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปพักผ่อนกันทั้งครอบครัว และกลุ่มที่ยกขบวนไปเป็นก๊วนเพื่อนฝูง โดยภายในเรือจะมีกิจกรรม ความบันเทิง และสิ่งอำนวยความสะดวก เหมือนกันกับเรือพี่สาวที่มีชื่อว่า Quantum of the Seas ค่ะ เช่น มี Bionic Bar หุ่นยนต์บาร์เทนเดอร์ที่คอยชงเครื่องดื่มให้เราได้ดื่มกันทั้งวันทั้งคืน ถือเป็นเทคโนโลยีสุดล้ำบนเรือสำราญก็ว่าได้ค่ะ และยังมีเครื่องเล่น North Star เป็นกระเช้าลอยฟ้าชมวิวได้ 360 องศา ความสูงราว 300 ฟุต หรือ 91 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ต่อด้วย RipCord by iFly เครื่องเล่นดิ่งผสุธาจำลองเอาให้มันส์กันสุดเหวี่ยง บนเรือยังมีโซน Royal Esplanade ถนนสายช็อปปิ้งที่มีถึงสองชั้น (ชั้น 4,5) มีสินค้าปลอดภาษีและสินค้าแบรนด์เนมที่มีให้เลือกหลากหลาย นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารกว่า 18 แห่ง ภายในมีทั้งห้องอาหารหลัก และห้องอาหารพิเศษ รวมถึงห้อง Two70° (Two Seventy) อันโอ่อ่า ผนังเป็นกระจกใสสูงโปร่งตั้งแต่พื้นจรดเพดาน ภายในโซนนี้เต็มไปด้วยเก้าอี้เรียงราย บาร์ เลาจน์ และคาเฟ่ เป็นจุดที่บรรยากาศดีที่สุดพร้อมกับวิวทิวทัศน์พาโนราม่าที่สวยงามจับใจ ในยามค่ำคืนยังมีโชว์การแสดงต่างๆ อาทิเช่น โชว์กายกรรมสุดตื่นเต้นและหวาดเสียว รวมถึงละครเวทีให้แขกผู้เข้าพักได้มีความสุข เรียกรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะกันกระหึ่มไปทั่วทั้งเรือ

 

เรือสำราญ Anthem of the Sea มีห้องพักทั้งหมด 2,090 ห้อง เริ่มตั้งแต่ห้อง Interior Virtual Balcony ห้องไม่มีหน้าต่างที่มาพร้อมกับวิวระเบียงบนจอ LCD สเมือนจริง ไปจนถึงห้องสวีทสุดหรูอย่าง Royal Loft Suite นอกจากนี้รือลำนี้ยังมีเส้นทางล่องเรือที่น่าสนใจในแถบ อเมริกา แคนาดา บาฮามาส และแคริบเบียน เป็นต้นค่ะ 

 

 

เส้นทางล่องเรือ Anthem of the Seas

 

- เรือสำราญ Anthem of the Seas จะล่องในแถบ อเมริกา แคนาดา บาฮามาส แคริบเบียน เป็นต้น

- ระยะเวลาการเดินทางโดยส่วนใหญ่ ตั้งแต่ 5 วันขึ้นไป 

- เรือสำราญ Anthem of the Seas ส่วนใหญ่จะออกจากท่าเรือ Bayonne/Cape Liberty เป็นหลักค่ะ

สำหรับผู้ที่รักการเดินทางล่องเรือสำราญ สามารถดูเส้นทางการเดินทางตลอดทั้งปีได้ที่นี่ เส้นทางล่องเรือ Anthem of the Seas ปี 2019 และ เส้นทางล่องเรือ Anthem of the Seas ปี 2020

  

 

ขอต้อนรับทุกท่านสู่เรือสำราญ Anthem of the Seas

 

 

 

เชิญชมคลิปบรรยากาศในเรือกันค่ะ

 

 

ข้อมูลตัวเลข

 

 

ไลฟ์สไตล์บนเรือ

 

เรือสำราญลำนี้จะดึงดูดกลุ่มนักเดินทางที่หลากหลาย ทั้งกลุ่มที่เดินทางกันเป็นครอบครัว คู่รัก กลุ่มเพื่อนฝูง และดึงดูดได้ทุกเพศทุกวัย ส่วนใหญ่กลุ่มผู้โดยสารของเรือลำนี้จะมาจากโซนทวีปอเมริกาเหนือ และสหราชอาณาจักรเป็นต้นค่า

  

ห้องพักบนเรือสำราญ

ห้องพักบนเรือมี 4 ประเภทหลัก และ 10 ประเภทย่อย ได้แก่ ห้องไม่มีหน้าต่าง ห้องมีหน้าต่าง ห้องมีระเบียง และห้องสวีท มีความกว้างตั้งแต่ 16 ตารางเมตร ไปจนถึง 154 ตารางเมตร มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันค่า ทุกท่านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วิธีเลือกห้องพักสำราญอย่างไรให้ถูกใจ เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจ เรามาเริ่มกันที่ห้องแรกกันก่อนเลยค่า 

 

Interior Virtual Balcony ห้องไม่มีหน้าต่าง มาพร้อมกับวิวระเบียงเสมือนจริง ห้องนี้สามารถพักได้สูงสุด 4 ท่าน ภายในมีความกว้าง 16 ตารางเมตร ค่ะ 

 

Oceanview  ห้องมีหน้าต่าง ห้องนี้พักได้สูงสุด 4 ท่าน ภายในมีความกว้าง 17 ตารางเมตรค่ะ 

 

Balcony ห้องมีระเบียง พักได้สูงสุด 4 ท่าน ภายในห้องมีความกว้าง 19 ตารางเมตร และมีระเบียงที่มีความกว้าง 5 ตารางเมตรค่ะ 

 

Grand Suites ห้องสวีท พักได้สูงสุด 4 ท่าน ภายในห้องมีความกว้าง 33 ตารางเมตร และระเบียงส่วนตัวมีความกว้าง 24 ตารางเมตรค่ะ  

 

Owner's Suite ห้องสวีทพักได้สูงสุด 4 ท่าน ภายในห้องมีความกว้าง 51 ตารางเมตร และมีระเบียงส่วนตัวที่มีความกว้าง 24 ตารางเมตรค่ะ 

 

Sky Loft Suites ห้องสวีทพักได้สูงสุด 4 ท่าน ภายในห้องมีความกว้าง 70 ตารางเมตร และมีระเบียงส่วนตัวมีความกว้าง 17 ตารางเมตรค่ะ 

 

Grand Loft Suites  ห้องสวีทพักได้สูงสุด 4 ท่าน ภายในห้องมีความกว้าง 75 ตารางเมตร และมีระเบียงส่วนตัวมีความกว้าง 20 ตารางเมตรค่ะ 

 

Owner's Loft Suite ห้องสวีทพักได้สูงสุด 4 ท่าน ภายในห้องมีความกว้าง 92 ตารางเมตร และมีระเบียงส่วนตัวมีความกว้าง 47 ตารางเมตรค่ะ 

 

 

Royal Loft Suite ห้องสวีทพักได้สูงสุด 6 ท่าน ภายในห้องมีความกว้าง 154 ตารางเมตร และมีระเบียงส่วนตัวมีความกว้าง 58 ตารางเมตรค่ะ  

 

กิจกรรมความบันเทิง และสิ่งอำนวยความสะดวกบนเรือ

 

Theater โรงละครบรอดเวย์ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนชั้น 3,4 และ 5 ค่ะ การแสดงที่น่าสนุกสนานเต็มอิ่มไปกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะคับคั่งสนั่นโรง ตัวอย่างโชว์สนุกๆ อาทิเช่น "We Will Rock You" โชว์การแสดงละครเวทีในยามเย็นที่เล่นสดยาวถึง 2 ชั่วโมง และโชว์ที่ยกขบวนกันมาสร้างสีสัน ทั้งตลกคอมเมดี้ มายากล รวมถึงการแสดงสุดตระการตาอื่นๆ อีกมากมาย ที่แขกทุกท่านไม่ควรพลาดค่า

 

SeaPlex ตั้งอยู่บนชั้น 15, 16 บนเรือ ที่นี่เปรียบเสมือนลานกีฬาในร่ม เหมาะสำหรับทำกิจกรรมสนุกๆ ไปพร้อมๆ กันทั้งครอบครัว ลานนี้สามารถเล่นได้ทั้งบาสเก็ตบอล ฟุตบอล ปิงปอง หรือเปลี่ยนเป็นลานสเก็ตก็สนุกไม่แพ้กัน รวมถึงกิจกรรมยอดนิยมอย่าง รถบั๊ม ที่มีรถทั้งหมด 18 คัน เรียกเสียงกรี๊ดกันแบบรัวๆ ลานแห่งนี้ยังสามารถเปลี่ยนเป็นฟลอร์เต้นรำในยามค่ำคืนได้อีกด้วยค่า

 

RipCord by iFly เครื่องเล่นดิ่งผสุธาจำลองเอาให้มันส์กันสุดเหวี่ยง ตั้งอยู่บนชั้น 15 อีกหนึ่งกิจกรรมที่ควรค่าแก่การมาลองเล่นค่า บอกได้คำเดียวว่าสนุกสุดๆ ไปเล๊ยยย อิอิ

 

FlowRider surf simulator เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการเล่นเซิร์ฟบอร์ดโต้คลื่นมันส์ๆ อีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลท์ที่ใครได้ขึ้นเรือสำราญของสายเรือ Royal Caribbean ต้องห้ามพลาด พิกัดมากันได้ที่ชั้น 16 บนเรือสำราญได้เลยค่า

 

North Star กระเช้าลอยฟ้าชมวิวได้ 360 องศา ความสูงก็ราวๆ 300 ฟุต หรือ 91 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลนั่นเองค่า จุดนี้เป็นจุดไฮไลท์ที่ใครๆ ก็อยากขึ้นมาชมวิวมุมสูง เพื่อชมความงดงามของน่านน้ำมหาสมุทรสุดกว้างใหญ่ มองเพลินไปไกลจนสุดลูกหูลูกตา แนะนำว่ารีบทำการจองล่วงหน้านะคะเพราะจะมีคนต่อคิวกันเยอะทีเดียวในจุดนี้ พิกัดตั้งอยู่บนชั้น 15 ค่า

 

Casino Royale สำหรับผู้ที่รักการเสี่ยงโชคบนเรือยังมีคาสิโนที่ตั้งอยู่บนชั้น 3 ของเรือ มีทั้งเครื่อง สล็อต แบล็กแจ๊ค รูเล็ต และเกมส์การเสี่ยงโชคอื่นๆ อีกมากมายค่า

 

Music Hall ตั้งอยู่บนชั้น 3 และ 4 เป็นสถานท่ีจัดแสดงดนตรีสดที่มีถึง 2 ชั้น ท่านสามารถไปกับเสียงดนตรีเพราะๆ หรือจะเลือกเต้นรำเบาๆ ในยามค่ำคืน หรือจะเลือกเป็นร้องคาราโอเกะก็ทำได้เช่นกันค่า นอกจากนี้ยังสามารถสั่งเครื่องดื่มค็อกเทลเย็นๆ มาจิบและแดนซ์กันไปตามจังหวะ ทั้งบทเพลงยุคเก่าและยุคใหม่เล่นสลับสับเปลี่ยนกันไปตลอดทั้งคืนค่า

 

Two70 ชั้น 5 และ 6 ภายในห้องโอ่อ่า กว้างขวาง ผนังเป็นกระจกใสสูงโปร่งตั้งแต่พื้นจรดเพดาน ภายในโซนนี้เต็มไปด้วยเก้าอี้เรียงราย บาร์ เลาจน์ และคาเฟ่ เป็นจุดที่บรรยากาศดีที่สุดพร้อมกับวิวทิวทัศน์พาโนราม่า 270 องศาที่สวยงามจับใจ ในยามค่ำคืนยังมีโชว์การแสดงต่างๆ อาทิเช่น โชว์กายกรรมสุดตื่นเต้นและหวาดเสียว การแสดงละครเวที รวมถึงการแสดงดนตรีสดต่างๆ ให้แขกผู้เข้าพักได้มีความสุข เรียกรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะกันกระหึ่มไปทั่วทั้งเรือค่า ที่สำคัญในช่วงยามเย็นที่นี่เปรียบเสมือนไนท์คลับของผู้ใหญ่ที่มีทั้งฟลอร์เต้นรำสุดอลังการพร้อมเครื่องดื่ม และความบันเทิงมากมายสุดคับคั่งตระการตา นัดผองเพื่อนมารวมตัวกันได้เลยค่า

 

Bionic Bar หุ่นยนต์บาร์เทนเดอร์ที่คอยชงเครื่องดื่มให้เราได้ดื่มกันทั้งวันทั้งคืน ถือเป็นเทคโนโลยีสุดล้ำบนเรือสำราญ ตั้งอยู่บนชั้น 5 นะคะ 

  

Vintages Wine Bar ตั้งอยู่บนชั้น 5 เอาใจคอไวน์โดยเฉพาะ หากใครชอบดื่มไวน์แนะนำให้ชวนเพื่อนๆ มานั่งกันได้ที่ Vintages Wine Bar นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารจานเล็กสไตล์ทาปาส ถึง 9 อย่าง เลือกทานจับคู่กับไวน์รสชาติเยี่ยมเข้ากันเป็นที่ซู๊ดดดค่า 

 

Esplanade ตั้งอยู่บนชั้น 4 และ 5 ค่ะ เอาใจขานักช็อปด้วยการเนรมิตถนนสายช็อปปิ้งถึงสองชั้น มีสินค้าปลอดภาษีและสินค้าแบรนด์เนมที่มีให้เลือกหลากหลาย หากใครที่กำลังมองหาน้ำหอม เครื่องประดับ แว่นตา นาฬิกา กระเป๋า รองเท้า ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม และของที่ระลึกต่างๆ มากันได้ที่ Royal Esplanade ได้เลยจ้า

 

Pools อีกหนึ่งโซนที่เป็นไฮไลท์ นั่นก็คือ สระว่ายน้ำนั่นเองค่า ตั้งอยู่บนชั้น 14 พื้นที่สาธารณะที่สามารถรองรับแขกได้แบบไม่แออัด เนื่องจากมีเก้าอี้นอนอาบแดดเรียงรายอยู่รอบๆ บริเวณค่ะ พื้นที่สาธารณะแห่งนี้มีสระว่ายน้ำหลักเป็นสระขนาดใหญ่ กระโดดให้ตัวเปียกปอนชื่นฉ่ำคลายร้อนได้ในระหว่างวัน ยังไม่หมดเพียงเท่านี้มาเอาใจเด็กๆ น้องๆ หนูๆ กันด้วย H2O Zone สระสำหรับน้องๆ หนูๆ ให้ได้สนุกและเพลิดเพลิน เรียกเสียงหัวเราะไปกับการเล่นน้ำคลายร้อนในระหว่างวันแบบไม่มีวันเบื่อเลยทีเดียว ยังมีโซน Solarium เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ได้ไปแช่ตัวในสระบำบัดที่อยู่ในร่ม รับรองว่าผิวไม่มีแทนอย่างแน่นอน อิอิ

 

วันแรกของวันเดินทางล่องเรือหากใครต้องการใช้เวลาในการพักผ่อนแนะนำให้มาที่ห้องสปาแห่งนี้ เรียกว่า The Vitality Spa พิกัดตั้งอยู่ชั้น 15 ภายในมีห้องทรีทเม้นท์ถึง 19 ห้อง รวมถึงสปาห้องคู่ เหมาะสำหรับมากันเป็นคู่รัก บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบและมีสไตล์การตกแต่งที่เน้นโทนสีธรรมชาติให้อารมณ์ผ่อนคลายและอบอุ่น ภายในยังมีห้องอบไอน้ำและห้องซาวน่า นอกจากนี้ยังมีร้านเสริมสวยดูแลตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าที่สปาแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 8 โมงเช้า ไปจนถึง 4 ทุ่มค่า 

 

สำหรับใครที่รักการออกกำลังกายบนเรือลำนี้ยังมี Fitness ตั้งอยู่บนชั้น 16 บนเรือค่า ภายในมีอุปกรณ์การออกกำลังกายที่ครบครัน ทั้งลู่วิ่ง เครื่องยกน้ำหนัก เครื่องปั่นจักรยาน ห้องแอโรบิก และหากใครต้องการใช้เทรนเนอร์ส่วนตัวก็ทำได้เช่นกันค่า อาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนั่นเองจ้า

 

 

กิจกรรมสำหรับเด็ก

Adventure Ocean โซนสำหรับน้องๆ หนูๆ ตั้งอยู่บนชั้น 14-15 ค่า ซึ่งพื้นที่ภายในจะถูกแบ่งเป็นตามโซนเหมาะแก่เด็กที่มีพัฒนาการไปตามวัย ตั้งแต่ห้อง Aquanauts (อายุ 3-5 ปี) ห้อง Explorers (อายุ 6-8 ปี) และห้อง Voyagers (อายุ 9 -11 ปี) เป็นต้นค่า กิจกรรมมีทั้งเกมส์สนุกๆ ฝึกวาดภาพ ระบายสี ฝึกทำผลงานศิลปะต่างๆ ด้วยตนเอง และกิจกรรมพัฒนาทักษะอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมสำหรับเด็กทารกเบบี๋ที่เรียกว่า Royal Babies สำหรับทารกอายุต่ำกว่า 6-18 เดือนอีกด้วย นอกจากนี้ภายในยังมีสถานรับเลี้ยงเด็กบนเรือ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนั่นเองค่า ติดตามได้เพิ่มเติมจาก สายเรือสำราญ Royal Caribbean ที่เด็กๆ รักมากที่สุด สนุกจนไม่อยากกลับบ้าน

  

 

ห้องอาหารหลัก และ ห้องอาหารพิเศษ 

ห้องอาหารหลัก Main Dinning Room หรือเรียกว่าห้อง The Grand ช่วงเวลาอาหารเย็นสำหรับห้องนี้จะแบ่งเป็น 2 รอบ รอบแรกเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00 น. และรอบที่สอง 20.30 น. ภายในโอ่อ่า สวยงาม กว้างขวาง และหรูหรา ตกแต่งด้วยการใช้โทนสีทองเพิ่มความอบอุ่นและคลาสสิค อีกทั้งยังมีเมนูอาหารที่หลากหลาย พิกัดมากันได้ที่ชั้น 3 บนเรือค่า ห้องนี้จะเป็นห้องอาหารที่เป็นทางการที่สุดค่า

 

ห้องอาหารแห่งนี้ เรียกว่า Chic  การตกแต่งของห้องอาหารนี้หรูหราด้วยโทนสีทองและเงินตัดกับแสงสีขาว โต๊ะอาหารเป็นโต๊ะกลมขนาดใหญ่พร้อมมีที่นั่งให้เลือกนั่งมากมาย เมนูอาหารเป็นแบบสไตล์ร่วมสมัยอร่อยเลิศเป็นที่สุด บรรยากาศการแต่งกายจะเน้นเป็นทางการค่า ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 3 ของเรือตรงข้ามกับห้องอาหาร The Grand นั่นเองค่ะ

   

American Icon Grill ห้องอาหารสไตล์อเมริกัน ตั้งอยู่บนชั้น 4 บนเรือสำราญค่า ห้องอาหารนี้เปิดให้บริการในช่วงเช้าตั้งแต่ 7.00-9.00 น. และช่วงเย็นตั้งแต่ 17.15 น. - 21.30 น. และต้องทำการจองที่นั่งล่วงหน้า มีเมนูอาหารให้เลือกมากมาย อาทิเช่น กุ้งล็อบสเตอร์รสชาติเยี่ยม แซลมอน สำหรับคนรักอาหารประเภทย่างมีทั้ง อกไก่ เนื้อแกะ และเนื้อวัวย่างอย่างดี รวมไปถึงลาซานญ่า สลัด และอื่นๆ อีกมากมาย ตบท้ายกันด้วยเมนูของหวานกอย่างช็อคโกแลตเค้ก บอกได้คำเดียวว่า ฟินที่ซู๊ดดดดด! 

 

Silk ห้องอาหารที่ได้รับการตกแต่งสไตล์เอเชีย ตั้งอยู่บนชั้น 4 ค่า เปิดให้บริการสำหรับมื้อเย็น โดยแบ่งออกเป็น 2 รอบ รอบแรกเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00 น. และรอบที่สอง 20.30 น. ค่ะ เมนูอาหารมีมากมายและหลากหลายให้เลือกค่า ได้แก่ Vietnamese Tacos and Crispy Vegetable Spring Rolls ส่วนอาหารจานหลักแนะนำ ได้แก่ Hibachi Steak and Asian Style Duck เป็นต้นค่า

 

ห้องอาหาร Windjammer Marketplace ตั้งอยู่บนชั้น 14 ค่า เป็นห้องอาหารสไตล์บุฟเฟ่ต์ สำหรับมื้อเช้า กลางวัน และมื้อค่ำ มีอาหารให้เลือกทานมากมายและหลากหลาย สำหรับมื้อเช้าเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 6.30 - 11.00 น. มื้อกลางวันเปิดให้บริการ 11.30 น.-15.30 น. และมื้อเย็นเปิดให้บริการเวลา 16.00 - 21.00 น. ค่า  

 

 

Izumi Hibachi & Sushi เอาใจคนที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น ห้องอาหารแห่งนี้เปิดเฉพาะมื้อกลางวันและมื้อเย็นเท่านั้น เป็นห้องอาหารพิเศษที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เมนูยอดนิยมคงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นั่นก็คือ ซูชิ ราเมน ซูชิโรล สลัด และอื่นๆ อีกมากมาย ท่านสามารถสั่งเบียร์เย็นๆ มาจิบคู่กับอาหารสุดพิเศษได้อย่างสบายใจ พิกัดมากันได้ที่ชั้น 5 บนเรือค่า เวลาเปิดให้บริการในช่วงกลางวันตั้งแต่ 12.00-13.30 น. และช่วงมื้อเย็นตั้งแต่ 18.00น. - 21.00 น. ค่ะ

 

Chops Grille เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งห้องอาหารยอดนิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทานสเต็กต้องมาที่นี่ค่ะ โดยจะมีค่าใช้จ่าย 35 เหรียญต่อท่าน เมนูมีมากมายหลากหลายเริ่มจากอาหารเรียกน้ำย่อยอย่าง ซุปเห็ดร้อนๆ ตามมาด้วยสลัดไปจนถึงเมนูอาหารจานหลักอย่าง สเต็กเนื้อวัวอย่างดี เมนูซีฟู้ด กุ้งล็อบสเตอร์ หอยเชลล์ย่าง ทูน่าย่างหอมกรุ่น และที่สุดของความอร่อยคงต้องยกนิ้วโป้งให้กับซี่โครงย่าง อร่อยอย่าบอกใครเลยหละค่า พิกัดมากันได้ที่ชั้น 5 บรรยากาศรื่นรมย์ เงียบสงบ รับประทานอาหารไปพร้อมกับฟังเสียงดนตรีสดๆ มีความสุขที่สุดไปเลยค่า เปิดบริการช่วงมื้อเย็นตั้งแต่ เวลา 18.00 น. - 21.00 น. ค่ะ

  

Johnny Rockets ตั้งอยู่บนชั้น 14 เมนูมีทั้ง เบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟราย ขนมปังปิ้ง พร้อมเครื่องดื่มเย็นๆ มานั่งทานกันได้ด้วยบรรยากาศเพลินๆ สบายๆ เต็มไปด้วยผู้คนที่มีชีวิตชีวาบนถนนสาย Boardwalk ทั้งช่วงเช้าสายๆ กลางวัน และช่วงเย็นๆ ถือเป็นอีกหนึ่งร้านที่ได้รับความนิยมจากเหล่านักเดินทางเลยก็ว่าได้ค่ะ เปิดให้บริการตั้งแต่ 11.30 น. - 19.00 น. ค่า

 

Solarium Bistro  เปิดให้บริการสำหรับมื้อเช้า มื้อกลางวัน สำหรับมื้อค่ำที่นี่จะกลายเป็นร้านอาหารและจะมีค่าใช้จ่าย 20 เหรียญต่อท่านค่ะ (เฉพาะมื้อค่ำ) เมนูมีทั้ง ไส้กรอก เบคอน ไก่งวง สลัดบาร์ ปลากระพงนึ่ง ปลาแซลมอน ทูน่า และอื่นๆ อีกมายมาย พิกัดมากันได้ที่ชั้น 14 บนเรือสำราญค่า 

 

สำหรับใครที่ชอบทานขนมปังฮอทดอกต้องขอบอกเลยว่าหิวเมื่อไหร่ก็แวะมาที่ SeaPlex Dog House เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11.30 น. ถึง 19.00 น. ค่า ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย ยกเว้นพวกน้ำดื่มที่ต้องเสียเพิ่มเติมค่า

 

Sorrento's ตั้งอยู่บนชั้น 4 บนเรือค่ะ ตั้งอยู่ในโซน Royal Esplanade มองเห็นได้ง่ายและสะดุดตาจากสีสันของร้านและป้ายขนาดใหญ่ เป็นร้านอาหารพิซซ่าที่มีให้เลือกหลากหลาย รสชาติอร่อยเนื้อแป้งนุ่มๆ เอาใจคนรักพิซซ่าโดยเฉพาะค่า ที่สำคัญบรรยากาศเหมาะแก่การมานั่งทางพร้อมเพื่อนๆ เป็นที่ซู๊ดดดด Sorrento เปิดให้บริการเวลาตั้งแต่ 11:30 น. ถึงเวลา ตี 3 ค่า

 

Michael's Genuine Pub ตั้งอยู่บนชั้น 4 ค่า สำหรับใครที่ชื่นชอบการดื่มเบียร์แนะนำให้มาที่นี่เลย ภายในมีเบียร์หลากหลายรสชาติและมีเมนูอาหารที่อร่อย มีทั้งเบอร์เกอร์ ไส้กรอก เมนูปลา หรือเนื้อสัตว์ รวมถึงเฟรนช์ฟราย หรือหากใครชอบดูเกมส์การแข่งขันกีฬาแนะนำให้ชวนเพื่อนๆ มาสนุกกันได้ที่ผับ Michael's Genuine Pub กันได้เล๊ยยย เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11:30 น. ถึง ตึ 1:00 ค่า 

 

อีกหนึ่งร้านอาหารยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดนั่นก็คือ Jamie's Italian อาหารสไตล์อิตาเลี่ยนโดยได้ฝีมือจากเชฟชื่อดังอย่าง Jamie Oliver เป็นผู้รังสรรค์เมนูสุดอร่อยเลิศด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นที่สดใหม่ ทั้งเนื้อสัตว์ พาสต้า ชีส รวมถึงเมนูอาหารทะเลซีฟู้ดสไตล์การตกแต่งร้านแบบอิตาลีผสมผสานกับความทันสมัยที่ลงตัว เมนูยอดฮิตเช่น ลาซานญ่าสุดแสนอร่อย ที่นี่เปิดให้บริการในช่วงกลางวันตั้งแต่ 12.00 น. - 13.30 น. และสำหรับมื้อเย็นตั้งแต่เวลา 18.00 น. - 21:30 น. พิกัดมากันได้ที่ชั้น 5 บนเรือค่า (มื้อกลางวันจะมีค่าใช้จ่าย 20 เหรียญ และมื้อค่ำ 30 เหรียญ)

 

Wonderland Imaginative Cuisine ร้านอาหารที่มีเสน่ห์แห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้น 5 บนเรือสำราญค่า สำหรับห้องนี้จะมีค่าใช้จ่าย 45 เหรียญต่อท่าน ท่านจะได้เห็นสไตล์การตกแต่งอาหารที่สวยงามอย่างเหลือเชื่อ เมื่อเข้าไปถึงพนักงานนำเมนูเปล่าในกรอบรูปสีทองมาให้พร้อมพู่กันหนึ่งด้าม แล้วก็ให้เราใช้พู่กันจุ่มน้ำวิเศษ Magic Water มาระบายลงบนกระดาษเปล่า จากนั้นตัวอักษรจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นมา นั่นคือ รายการเมนูอาหารนี่เองค๊าาา รูปแบบอาหารจะถูกจัดมาในธีม Sun Ice Fire Sea Earth and Dreams ถือได้ว่าเป็นห้องอาหารที่สร้างจินตนาการ สร้างสีสัน และความสนุกสนานให้กับเหล่าแขกทุกท่านเป็นที่สุดค่า

 

 

The Cafe @ Two70 ที่ห้องน้ีเปิดให้บริการอาหารว่างแบบตลอดทั้งวันค่า มื้อเช้ามีทั้ง แซนวิช อาหารตามสั่ง สลัด รวมไปถึงเมนูขนมหวานต่างๆ มากมาย จิบคู่กับชา หรือกาแฟรสชาติเยี่ยม สำหรับ The Cafe @ Two70 จะเปิดให้บริการอาหารเช้าแบบคอนติเนนตัล ตั้งแต่เวลา 7.30 น. - 10.30 น. และสำหรับมื้อกลางวัน / มื้อค่ำเวลา 11.30 น. -19.30 น. ค่ะ

 

Cafe Promenade ตั้งอยู่บนชั้น 4 ใกล้กับ Sorrento เป็นสถานที่สุดชิลเอาใจคอกาแฟ ยังมีขนมปังแซนวิชที่สดใหม่ ที่นี่ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายค่า ที่สำคัญที่นี่เขามีคุกกี้ช็อคโกแลตชิพอร่อยอย่าบอกใครไปเล๊ยยย เปิดให้บริการเวลา 06.00 น. เช้าไปจนถึง ตึ 3 ค่า

 

บริษัท ทูมอร์โรว์ เอกซ์พลอเรอร์

นึกถึงเรือสำราญ นึกถึงเรา