ลองนึกภาพถ้าเราได้ไปใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านที่สวยงาม อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ วิวทิวทัศน์ที่แสนวิเศษ แถมบ้านเรือนก็น่ารักราวกับภาพเขียนในนิยาย คงจะฟินน่าดูเลยใช่ไหมคะ >,< แต่ ความคิดนี้ไม่ได้มีอยู่แค่ในจินตนาการเท่านั้นค่า วันนี้หญิงปุ๊กจะพาไปรู้จักกับ 12 สุดยอดหมู่บ้านสวยโรแมนติกจากทั่วโลก รับรองว่าดีงามจนอยากจะเก็บกระเป๋าตามไปดูให้เห็นกับตาตอนนี้เลยค่า ฮิฮิ

 

เที่ยวหมู่บ้านมรดกโลก Shirakawago, ญี่ปุ่น

หมู่บ้านสุดน่ารักราวกับในนิทานนี้มีชื่อว่า ชิราคาวะโกะ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขา อยู่ที่จังหวัดกิฟุค่า และยังได้รับการยกย่องจากยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1995 อีกด้วย วินาทีแรกที่ได้สัมผัสที่นี่ต้องกรี๊ดดดดออกมาเลยค่ะ เพราะหนาวมาก เอ้ยไม่ใช่ เพราะสวยมากต่างหากก ภาพของบ้านทุกหลัง รวมถึงถนนเส้นเล็กๆ ถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนสวยงาม โอบล้อมไว้ด้วยภูเขาและป่าสน เหมือนหลุดเข้าไปในโลกนิยายเลยค่า

หมู่บ้านนี้สร้างมาเป็นร้อยๆ ปีแล้วค่ะ แต่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมและรักษาสภาพของหมู่บ้านไว้เป็นอย่างดี มีบ้านทั้งหมดไม่ถึง 200 หลัง ตัวบ้านเป็นสถาปัตยกรรมแบบกัสโซ (Gassho) แปลว่าพนมมือ จุดเด่นอยู่ที่หลังคาลาดชันทำมุมกัน 60 องศา รูปทรงเหมือนกับคนพนมมือขอพรอยู่จริงๆ ค่ะ โดยทำจากหญ้าฟางและไม่ใช่ตะปูเลยแม้แต่ตัวเดียว แต่ใช้ไม้ขัดกันและใช้เชือกมัดให้แน่นแทน

ภายในหมู่บ้านมีร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ และบ้านพักแบบโฮมเสตย์ด้วยนะคะ มีนักท่องเที่ยวมาเยือนหลายแสนคนต่อปีเลยทีเดียว ถ้าจะมาพักต้องจองกันยาวหน่อยนะจ๊า และอย่าลืมขึ้นไปจุดชมวิวบนเนินเขาซึ่งจะเห็นวิวของหมู่บ้านได้แบบเต็มๆ จุดนี้จะเป็นมุมที่สวยที่สุด ห้ามพลาดเลย

ที่นี่สามารถมาเที่ยวได้ทุกฤดู ไม่ว่าช่วงไหนก็สวย โดยเฉพาะฤดูหนาวจะเป็นช่วงที่งดงาม โรแมนติกและชวนฝันฝุดๆ ไฮไลท์เด็ดคือระหว่างเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ ในช่วงสุดสัปดาห์ จะมีงานแสดงไฟ Shirakawago Light Up บ้านหลังทุกหลังจะส่องประกายท่ามกลางแสงไฟในฤดูหนาวพร้อมหิมะที่โปรยปราย สวยงามมากกกก ต้องมาเห็นกับตาตัวเองสักครั้งจริงๆ ค่า

 

เที่ยวหมู่บ้านดอกไม้อีวัวร์ (Yvoire), ฝรั่งเศส

อีวัวร์หมู่บ้านดอกไม้อันเก่าแก่ ถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งในประเทศฝรั่งเศสค่า สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคกลาง อายุกว่า 700 ปี แต่ยังคงรักษาสภาพสิ่งก่อสร้างต่างๆ รวมถึงประตูเมืองและกำแพงอันเก่าแก่ไว้ได้อย่างดีเลยค่ะ ส่วนมากทำมาจากหินและไม้ โดยตลอดสองข้างทางถนนที่เราเดินจะเต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสดใสประดับตามอาคารบ้านเรือน เห็นแล้วสดชื่นที่ซู้ดดด จนได้ชื่อว่าหมู่บ้านดอกไม้นั่นเองค่า

ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส ถึงจะเป็นเมืองที่ไม่ใหญ่มาก แต่ขอบอกว่าสวยมากก บรรยากาศเงียบสงบ อากาศดี อยู่ติดทะเลสาบเจนีวาสีฟ้าใส มีทั้งปราสาท โบสถ์ประจำเมือง ป้อมปราการ และสวนดอกไม้ นอกจากนี้ยังมีร้านขายของให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้อ ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ ของเล่นไม้ เครื่องปั้นดินเผา สบู่ เทียนหอม และโปสการ์ด โดยใช้เวลาแค่ครึ่งวันก็เดินทั่วแล้วค่ะ

อ้อ แนะนำให้ลองทานพิซซ่าของที่นี่ดูนะคะ เห็นเขาว่ากันว่าเด็ด! เป็นพิซซ่าสไตล์ฝรั่งเศส แป้งบางกรอบ มีหน้าแปลกๆ ที่เราไม่เคยทานที่ไหนมาก่อน รวมถึงร้านเครปซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของชาวฝรั่งเศสด้วยค่ะ สายกินอย่างเรา แค่นึกก็น้ำลายไหลแว้ววว

 

เที่ยวกอลมาร์ หมู่บ้านเทพนิยาย (Colmar), ฝรั่งเศส

ที่นี่เป็นอีกหมู่บ้านของฝรั่งเศสที่น่ารักและสวยงามไม่แพ้กับหมู่บ้านอีวัวร์ (Yvoire) เลยค่า ตั้งอยู่ในแคว้นอาลซัส (Alsace) ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับประเทศเยอรมัน จึงได้รับอิทธิพลมาเต็มๆ ด้วยตัวอาคารบ้านเรือนเป็นแบบ Timber Frame ซึ่งเป็นบ้านสไตล์เยอรมันแท้ๆ และยังคงรักษาความสวยงามแบบดั้งเดิมไว้ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

จุดเด่นอยู่ตรงที่มีคลองไหลผ่านทั่วเมือง จนได้รับการขนานนามว่า ลิตเติ้ลเวนิสแห่งฝรั่งเศสเป็นเมืองเล็กๆ บรรยากาศสวยงาม อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ล้อมรอบไปด้วยไร่องุ่นจำนวนมาก จึงเป็นแหล่งอุตสาหกรรมการผลิตไวน์ชั้นเยี่ยมของฝรั่งเศสอีกด้วยค่ะ

เราสามารถนั่งเรือชมอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ที่เรียงรายอยู่ริมสองฝั่งคลอง ตามระเบียงจะประดับด้วยดอกไม้หลากสีสัน สีผนังบ้านก็แจ่มแบบไม่มีใครยอมใคร หรือจะเดินเล่นตามซอยต่างๆ ที่มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ซึ่งแต่ละร้านจะออกแบบป้ายได้น่ารักเก๋ไก๋แตกต่างกันไป เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่น่ารักทุกองศาจริงๆ ค่ะ และยังเป็นสถานที่ที่คู่รักจะมาแต่งงาน ฮันนีมูน และให้คำสัญญาในความรักระหว่างกัน >///< รับรองว่าถ้าใครมีโอกาสได้มาเยือนกอลมาร์ จะต้องตกหลุมรักเมืองเล็กๆ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความโรแมนติกนี้อย่างแน่นอนน

และนอกจากนี้หมู่บ้านกอลมาร์ยังถูกใช้เป็นต้นแบบในภาพยนตร์ดิสนีย์ เรื่อง Beauty and the Beast และภาพยนตร์แอนิเมชั่นสัญชาติญี่ปุ่นเรื่อง Howl’s Moving Castle อีกด้วยค่า

เครดิตรูปภาพจาก https://readthecloud.co/scene-2/

 

เที่ยวกีธูร์นหมู่บ้านไร้ถนน (Giethoorn), เนเธอร์แลนด์

กีธูร์นเป็นหมู่บ้านแห่งสายน้ำอันแสนเงียบสงบ ตั้งอยู่ระหว่างเมืองซโวลเลอ (Zwolle) และสตีนวิก (Steenwijk) ประเทศเนเธอร์แลนด์ค่ะ ที่นี่ไม่มีถนน ไม่มีเสียงรถ และใช้เรือในการสัญจรไปมา เรียกได้ว่ามีกันทุกบ้านเลยค่า เพราะมีคลองเล็กๆ ลัดเลาะอยู่รอบหมู่บ้าน บรรยากาศดี ไม่มีมลพิษ เต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้บานสะพรั่ง บ้านเรือนก็น่าร้ากก ถูกออกแบบและตกแต่งให้เป็นกระท่อมสไตล์ยุโรปตะวันตกที่แสนน่ารักอบอุ่น มีสะพานไม้เล็กๆ ทรงสวยกว่า 180 สะพาน ไว้เชื่อมระหว่างบ้านเรือนเข้าหากัน

มีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงผลงานโบราณวัตถุมากมาย ซึ่งมีประวัติความเป็นมาไม่ต่ำกว่า 100 ปี เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม และยังมีร้านขายของที่ระลึก อาหารพื้นเมืองอร่อยๆ ร้านกาแฟสุดชิคที่เสิร์ฟกาแฟหอมๆ จิบไปชมวิวไป ได้ใช้ชีวิตสโลวไลฟ์ในวันพักผ่อนกับคนรัก เป็นการเติมพลังได้ดีทีเดียวค่า

 

เที่ยวหมู่บ้านซาลิพาย (Zalipie), โปแลนด์

ใครที่ชื่นชอบในงานศิลปะไม่ควรพลาดเลยจ้าา กับซาลิพายหมู่บ้านแห่งศิลปะที่สวยที่สุดในโปแลนด์! ที่นี่เป็นหมู่บ้านโบราณเล็กๆ ตั้งอยู่ในจังหวัดเลสเซอร์โปแลนด์ (Lesser Poland) ความโดดเด่นอยู่ตรงที่บ้านทุกหลังจะถูกตกแต่งด้วยภาพวาดลายดอกไม้สีสันสวยงาม หรือที่เรียกกันว่า Folk art ซึ่งเป็นศิลปะพื้นบ้านตามแบบฉบับของชาวโปแลนด์ที่มีมาตั้งแต่โบราณค่ะ

โดยก่อนที่จะเป็นภาพวาดตามบ้านแบบนี้ เกิดขึ้นจากในสมัยก่อนใช้เตาถ่านในการทำครัว ทำให้เกิดคราบเขม่าเกาะอยู่ตามฝาผนังและเพดานบ้าน จึงวาดภาพและทาสีปิดรอยเขม่าซะเลยจ้า ไอเดียเก๋กู้ดสุดๆ แถมยังดูสดใสมีชีวิตชีวามากขึ้น และยังเป็นการใช้ศิลปะบำบัดและช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจให้กับชาวโปแลนด์หลังจากเหตุการณ์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วยค่ะ ปัจจุบันไม่ได้วาดแค่ตัวบ้านเท่านั้นนะคะ แต่โบสถ์ สะพาน ถังขยะ บ่อน้ำ หรือบ้านสุนัขก็วาดจ้า สวยละลานตาไปหมด ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้เลยย~ >,<

และในปี ค.ศ.1948 ได้มีการจัดการแข่งขันวาดภาพบนฝาผนัง ที่เรียกกันว่า Malowana Chata เพื่อหาว่าใครจะสามารถวาดภาพและลงสีลวดลายได้สวยที่สุด จนกลายเป็นงานประจำปีของหมู่บ้านแห่งนี้มาถึงปัจจุบัน และกลายเป็นหมู่บ้านศิลปะที่ดึงดูดใจเหล่านักท่องเที่ยวให้มาเที่ยว ถ่ายรูปกันอย่างไม่ขาดสายเลยค่า

 

เที่ยวฮัวคาชิน่า หมู่บ้านกลางทะเลทราย (Huacachina), เปรู

ฮั่นแน่ สงสัยกันใช่ไหมคะว่า กลางทะเลทรายอันแห้งแล้งจะมีหมู่บ้านอยู่ได้ยังไง จะบอกว่ามีจริงๆ ค่าา ที่นี่คือฮัวคาชิน่าเมืองโอเอซิสกลางทะเลทราย อยู่ในภูมิภาคไอคา (Ica) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเปรูค่ะ ถูกสร้างขึ้นรอบทะเลสาบธรรมชาติชื่อ Oasis of America โดยคนท้องถิ่นเชื่อกันว่า ถ้าได้ลงไปแช่และอาบน้ำในบ่อนี้จะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง มีคุณสมบัติในการบำบัดโรคได้เป็นอย่างดี และยังช่วยให้ชีวิตเจริญก้าวหน้าอีกด้วยค่ะ

ปัจจุบันหมู่บ้านฮัวคาชิน่าเป็นเหมือนสวรรค์กลางทะเลทรายของนักท่องเที่ยวและเหล่าเศรษฐีทั้งหลายที่นิยมมาพักผ่อนกัน กิจกรรมยอดนิยมก็คือ สกีทราย (Sandboarding) เป็นการสไลด์บอร์ดลงเนินทรายด้วยความสูงหลายร้อยฟุต, Buggying ขับรถบนเนินทราย ซึ่งรับรองว่าเสียวไปยันไส้แน่นอนจ้า รวมไปถึงล่องเรือชิลๆ ในทะเลสาบ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีโรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร และบาร์ต่างๆ ไว้ให้บริการ แนะนำให้มาช่วงฤดูหนาวนะคะ คือเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม จะเป็นช่วงฤดูการท่องเที่ยวหรือ High Season ในตอนกลางคืนจะสว่างไสวไปด้วยแสงไฟท่ามกลางความหนาว สวยงามโรแมนติกมากกก จนได้รับการประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติโดยสถาบันวัฒนธรรมแห่งชาติด้วยค่ะ

 

เที่ยวหมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนิน (Lauterbrunnen), สวิตเซอร์แลนด์

เลาเทอร์บรุนเนินหมู่บ้านในเทพนิยาย อยู่ในรัฐเบิร์น (Bern) ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ค่า เป็นเมืองเล็กๆ ในเขตหุบเขาจุงเฟรา (Jungfrau) ใช้เป็นทางผ่านไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆ ในแถบเทือกเขาแอลป์ และยังเป็นหนึ่งในพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิสเซอร์แลนด์อีกด้วยค่ะ

ที่นี่มีทัศนียภาพงดงามมากกก ใกล้ชิดธรรมชาติแบบสุดๆ เป็นวิวภูเขาสลับกับทุ่งหญ้าอัลไพน์ หลังบ้านชนภูเขา เด็ดสุดคือมีน้ำตกอยู่กลางหมู่บ้านกันเลยค่า โดยชื่อ Lauterbrunnen นี้แปลว่า Many fountains แค่ชื่อก็บอกแล้วว่ามีน้ำตกเยอะมากจริงๆ เพราะมีถึง 72 แห่งด้วยกัน และมีน้ำตกที่สูงที่สุดในยุโรปอยู่ด้วย คือน้ำตกชเตาบ์บาค (Staubbach Falls) ที่พุ่งดิ่งลงมาจากหน้าผาเกือบ 300 เมตร! แบบม้วนเดียวจบ เป็นภาพที่งดงามมากๆ จนได้ถูกพิมพ์ลงในแสตมป์ของสวิตเซอร์แลนด์ในช่วงทศวรรษที่ 1930 อีกด้วยค่า

 

เที่ยวหมู่บ้านอัลพ์บัช (Alpbach)

หมู่บ้านสวยๆ ไม่ได้มีอยู่แค่ในโปสการ์ดนะจ๊าาา แต่อยู่ที่หมู่บ้านอัลพ์บัชณ รัฐทิโรล (Tirol) ตั้งอยู่บนที่ราบสูง เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตร ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่สวยที่สุดในออสเตรีย และเป็นหมู่บ้านแห่งดอกไม้ที่สวยที่สุดในยุโรปอีกด้วยค่า

เมื่อมาถึงจะต้องตื่นตาตื่นใจไปกับความงามของธรรมชาติ บ้านเรือนน่ารักๆ ท่ามกลางหุบเขา ทุ่งหญ้าเขียวชอุ่มไกลสุดลูกหูลูกตา และดอกไม้สีสันสดใสมากมาย อากาศก็ดี๊ดี อยากจะเก็บใส่ถุงกลับมาสูดต่อที่บ้านจังเลยย การได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติขนาดนี้มันรู้สึกสดชื่นสุดๆ เลยค่า >3< เหมาะแก่การมาเที่ยวเล่นพักผ่อนในวันหยุด มีกิจกรรมให้ทำมากมาย ทั้งปั่นจักรยาน เดินป่า เดินเขา จิบไวน์ ชมวิว หรือจะมาฮันนีมูนก็โรแมนติกฟินๆ ไม่น้อย อิอิ

หรือถ้ามาในช่วงฤดูหนาว ในหมู่บ้านยังมีวินเทอร์ วิลเลจ (Winter Village) ไว้สำหรับเล่นสกีและกิจกรรมฤดูหนาวอื่นๆ อีกด้วยค่า

 

เที่ยวหมู่บ้านชนบทคอทส์โวลส์ (The Cotswolds), อังกฤษ

คอทส์โวลส์เมืองวินเทจสุดน่ารักตะมุตะมิ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของทัศนียภาพ และบรรยากาศอบอุ่นสบายๆ หันไปก็เจอเนินเขา ทุ่งหญ้า ต้นไม้ ดอกไม้ แม่น้ำสายเล็กๆ และสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของที่นี่อย่าง หมู่บ้านหินสีน้ำผึ้ง ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 17 และยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้ได้ดีเยี่ยม รวมถึงอาคารบ้านเรือนต่างๆ ร้านขายของวินเทจทั้งหลาย ร้านอาหารที่ตกแต่งสไตล์ชนบท และผู้คนที่ใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย ให้ความรู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปอยู่ในยุคเก่าของอังกฤษเมื่อหลายร้อยปีก่อนเลยค่า

นอกจากนี้ยังมีสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจอย่าง หมู่บ้านไบเบอร์รี่ (Bibury Village)หมู่บ้านชนบทที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดในอังกฤษ เหมาะแก่การมาพักผ่อนชิลๆ ชมความงดงามของธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันดูแลโดยกองทุนอนุรักษ์สถาปัตยกรรมแห่งชาติค่ะ กิจกรรมก็มีมากมาย ทั้งดูกระท่อมหินสีเหลืองทอง เยี่ยมฝูงสัตว์ในฟาร์มพร้อมยิ้มหวานให้แบบนางงาม ถ่ายรูปมุมนั้นมุมนี้ ช้อปปิ้งร้านขายสินค้าวินเทจ ปั่นจักรยานเล่นรอบๆ หรือจ้างรถคลาสสิกพาชมรอบๆ ก็ได้นะค้าา เพลินลื้มมม >3<

 

 

เที่ยวชิงเคว เทเร หมู่บ้านริมผาทั้ง 5 (Cinque Terre), อิตาลี

หมู่บ้านริมผาทั้ง 5เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงเหนือทะเล ในแคว้นลิกูเรีย (Liguria) ก่อตั้งมานานกว่า 1,300 ปี มีความอุดมสมบูรณ์มากไม่ว่าจะเป็น ทะเล หาดทราย ภูเขา เนื่องจากเป็นเขตที่ถูกอนุรักษ์เอาไว้ อีกทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกขององค์กรยูเนสโก้อีกด้วยค่า

Cinque Terre แปลว่า 5 แผ่นดินหรือแผ่นดินทั้ง 5 โดยประกอบด้วยเมืองยิบย่อย 5 เมือง ได้แก่ เมืองมอนเตเรสโซ อัล มาเร (Monterosso al Mare), เมืองเวอร์นัสซา (Vernazza) , เมืองคอร์นิเลีย (Corniglia), เมืองมานาโรลา (Manarola) และเมืองริโอมัจจอร์เร (Riomaggiore) ซึ่งกว่าจะสร้างทั้งหมดนี้ขึ้นมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะคะ ผู้คนพยายามสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากเป็นเวลาหลายร้อยปี เพราะต้องคอยระวังหน้าผาที่ทั้งขรุขระและสูงชัน แต่ในปัจจุบันสามารถเดินทางได้ง่ายและสะดวกมากค่ะ โดยมีทางเดินเท้า ทางรถไฟและเรือที่เชื่อมกันไปมาระหว่างหมู่บ้าน

เอกลักษณ์ของที่นี่ก็คือ ตึกรามบ้านช่องสีสันสดใสอยู่บนหน้าผาริมทะเล เป็นภาพที่สวยงามมากกก มีร้านค้า ร้านอาหารให้นั่งชมวิวริมทะเลเพลินๆ รวมถึงไร่องุ่น โรงผลิตไวน์ และหมู่บ้านทำขนมปัง ส่วนใครที่ชอบถ่ายรูปก็ไม่มีผิดหวังจ้า มีมุมสวยๆ และวิวแจ่มๆ ให้ได้ภาพกลับไปเพียบแน่นอนน

 

เที่ยวกอร์ด หมู่บ้านสวยในเขตโพรวองซ์ (Gordes), ฝรั่งเศส

เมืองกอร์ด (Gordes)ตั้งอยู่บนยอดเขาในแถบเทือกเขาลูเบอรอง (Luberon) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโพรวองซ์ค่า โดยมีพื้นที่ประมาณ 600 ตารางกิโลเมตร มีเมืองเล็กเมืองน้อยตั้งอยู่บนหน้าผาและสร้างลดหลั่นเรียงตัวกันตามแนวเขา บ้านเรือนมีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม เป็นสไตล์หินๆ แปลกตาดีค่ะ เมื่อมองลงไปจะเห็นวิวของทุ่งหญ้าเขียวๆ ทุ่งลาเวนเดอร์ และพื้นที่ทางเกษตรกรรมกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ในตัวเมืองมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกให้เลือกซื้อกันมากมาย ร้านขายยาก็มีนะคะ นอกจากได้เดินชมอาคารบ้านเรือนแล้ว ยังมีปราสาทหินโบราณ (château de Gordes) ซึ่งสร้างขึ้นในแบบสไตล์เรเนสซองให้ได้ชมความอลังการกันอีกด้วยค่ะ

บริเวณใกล้ๆ มีหมู่บ้านหินโบราณ Le village des bories Gordesที่มีอายุถึง 6,000 ปี บ้านแต่ละหลังจะถูกสร้างขึ้นด้วยการหินมาวางซ้อนกัน โดยไม่ได้ใช้อะไรเชื่อมเลย *0* สุดยอดด คนโบราณนี่เก่งเนอะ หมู่บ้านไม่ได้ใหญ่มาก เดินเที่ยวแป๊บเดียวก็ทั่วแล้วค่า

 

เที่ยวหมู่บ้านเอซ (Eze Village), ฝรั่งเศส

หมู่บ้านเอซ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ อันเก่าแก่ ตั้งอยู่บนภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 429 เมตร ริมชายฝั่งริเวียร่าทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางตอนใต้ของฝรั่งเศสค่ะ แต่เดิมเมื่อราว 2 พันปีก่อน เป็นที่พักของเหล่าคนป่า ต่อมาได้ถูกครอบครองโดยชาวโรมันและได้สร้างป้อมปราการอยู่บนภูเขาเพื่อให้มองเห็นข้าศึกได้แต่ไกลนั่นเองค่ะ

เนื่องจากหมู่บ้านตั้งอยู่บนยอดเขา และรถไม่สามารถขึ้นไปได้ พวกเราสายสตรองก็ต้องเดินขึ้นไปค่าา ถึงจะมีหยุดพักหายใจเป็นระยะๆ แต่ขอเลยว่าคุ้มค่ามาก! เสน่ห์ของที่นี่คือ มีบรรยากาศและบ้านเรือนที่น่ารักสวยงาม แม้จะมีการปรับปรุงซ่อมแซมใหม่แต่ก็ยังคงรักษาเสน่ห์ในอดีตไว้อยู่ ตัวตึกส่วนใหญ่เป็นหินฉาบแบบหยาบๆ ทาสีขาว สีเหลืองหรือชมพูอ่อนๆ พาสเทลฝุดๆ มีมุมน่ารักเก๋ไก๋อยู่ทั่วทั้งเมือง จนได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศสด้วยค่า

ตามทางเดินถึงจะแคบแต่ก็มีความเป็นระเบียบ ไม่มีสายไฟรกรุงรังเลยค่ะ สามารถเดินเล่นถ่ายรูปได้ตลอดทาง โดยลักษณะพื้นเป็นหินก้อนๆ และกระเบื้องสีแดง เค้าบอกว่าตรงกระเบื้องสีแดงเนี่ย ไม่ได้แค่เพื่อความสวยงามนะคะ แต่กันลื่นได้ด้วย นอกจากบ้านเรือนแล้ว ทั้งสองข้างทางก็ยังเต็มไปด้วยร้านค้า มีของให้เลือกซื้อมากมาย มีสวน Le Jardin Exotique ที่รวบรวมพืชจำพวกกระบองเพชรแบบต่างๆ ไว้ แต่ต้องซื้อตั๋วเข้าชมนะคะ และถ้าใครต้องการชมวิวจากมุมสูง ก็สามารถเดินลัดเลาะไปชมวิวยังบริเวณโบสถ์ของเมืองได้ค่า ได้วิวจากยอดเขาเลย เรียกได้ว่ายิ่งเดินก็ยิ่งเห็นเสน่ห์ของหมู่บ้านแห่งนี้ไปเรื่อยๆ ธรรมชาติอยู่คู่กับบ้านเมืองได้อย่างลงตัว อากาศก็ดีตลอดปี สดชื่นนนมาก ดีงามมมมเว่อร์จ้า