ล่องเรือสำราญ Pulse of the Seas ของสายเรือ Royal Caribbean International

วันนี้เราจะพูดถึงเรือสำราญลำใหม่ล่าสุด ที่พร้อมจะเปิดตัวในปี 2020 นั่นก็คือ Pulse of the Seas ของสายเรือ Royal Caribbean International เช่นเดียวกับเรือพี่สาวอย่าง Passion of the Seas ที่พร้อมจะเปิดตัวในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2019 ค่า เรือสำราญ Pulse of the Seas มีขนาดน้ำหนัก 168,666 ตัน และเป็นเรือสำราญลำที่ 4 และ 5 ที่อยู่ในตระกูลควอนตัมคลาสค่ะ เรียกรุ่นนี้ว่า Quantum-Plus Class เรือลำนี้มีการออกแบบทั้งภายใน และภายนอกที่คล้ายคลึงกับเรือสำราญ Quantum of the Seas, Anthem of the Seas, Ovation of the Seas และ Spectrum Of The Seas นั่นเองค่า เรือสำราญ Pulse of the Seas จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ เรือลำนี้สามารถใช้พลังงานขับเคลื่อนโดย LNG (Liquefied natural gas) และยังรวมเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel cells) ที่สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ดีเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็น "Smart ships" ที่พร้อมบุกเบิกเทคโนโลยีอันทันสมัยในอุตสหกรรมเรือสำราญ ซึ่งถือเป็นที่น่าจับตามองของเหล่านักล่องเรือจากทั่วทุกมุมโลกก็ว่าได้ค่า

ล่องเรือสำราญ Anthem of the Seas ของสายเรือ Royal Caribbean International

วันนี้เราลองมาทำความรู้จักกับเรือสำราญที่มีชื่อว่า "Anthem of the Sea" เรือในตระกูล Quantum Class ของสายเรือ Royal Caribbean International เรือสำราญ "Anthem of the Sea " ได้เปิดตัวเมื่อปี 2015 มีน้ำหนัก 168,666 ตัน และสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 4,905 ท่าน เป็นเรือที่ตอบโจทย์สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปพักผ่อนกันทั้งครอบครัว และกลุ่มที่ยกขบวนไปเป็นก๊วนเพื่อนฝูง โดยภายในเรือจะมีกิจกรรม ความบันเทิง และสิ่งอำนวยความสะดวก เหมือนกันกับเรือพี่สาวที่มีชื่อว่า Quantum of the Seas ค่ะ เช่น มี Bionic Bar หุ่นยนต์บาร์เทนเดอร์ที่คอยชงเครื่องดื่มให้เราได้ดื่มกันทั้งวันทั้งคืน ถือเป็นเทคโนโลยีสุดล้ำบนเรือสำราญก็ว่าได้ค่ะ และยังมีเครื่องเล่น The North Star เป็นกระเช้าลอยฟ้าชมวิวได้ 360 องศา ความสูงก็ราวๆ 300 ฟุต หรือ 91 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ต่อด้วย RipCord by iFly เครื่องเล่นดิ่งผสุธาจำลองเอาให้มันส์กันสุดเหวี่ยง บนเรือยังมีโซน Royal Esplanade ถนนสายช็อปปิ้งที่มีถึงสองชั้น (ชั้น 4,5) มีสินค้าปลอดภาษี และสินค้าแบรนด์เนมที่มีให้เลือกหลากหลาย

ล่องเรือสำราญ Passion of the Seas ของสายเรือ Royal Caribbean International

ล่องเรือสำราญ Passion of the Seas ของสายเรือ Royal Caribbean International วันนี้เราจะพูดถึงเรือสำราญลำใหม่ล่าสุด ที่พร้อมจะเปิดตัวในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2019 นั่นก็คือ Passion of the Seas ของสายเรือ Royal Caribbean International ค่า เรือสำราญ Passion of the Seas มีขนาดน้ำหนัก 168,666 ตัน และเป็นเรือสำราญลำที่ 4 ที่อยู่ในตระกูลควอนตัมคลาสค่ะ เรียกรุ่นนี้ว่า Quantum-Plus Class เรือลำนี้มีการออกแบบทั้งภายใน และภายนอกที่คล้ายคลึงกับเรือสำราญ Pulse of the Seas (เรือน้องสาวที่รอเปิดตัวในปี 2020) เรือ Quantum of the Seas, เรือ Anthem of the Seas, เรือ Ovation of the Seas และ เรือ Spectrum Of The Seas นั่นเองค่า เรือแห่งนวัตกรรมเทคโนโลยีอันทันสมัย ที่ไม่พูดถึงไม่ได้แล้ว Passion of the Seas จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ เรือลำนี้สามารถใช้พลังงานขับเคลื่อนโดย LNG (Liquefied natural gas) และยังรวมเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel cells) ที่สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ดีเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็น "Smart ships" ที่พร้อมบุกเบิกเทคโนโลยีอันทันสมัยในอุตสหกรรมเรือสำราญ รับรองได้ว่าจะไม่ทำให้เหล่านักเดินทางล่องเรือสำราญจากทั่วทุกมุมโลกผิดหวังอย่างแน่นอนค่า

ล่องเรือสำราญ Allure of the Seas ของสายเรือ Royal Caribbean

การเดินทางที่ไม่มีวันสิ้นสุด ถือเป็นโอกาสในการลองเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ สักครั้งในชีวิต วันนี้เราจะขอแนะนำเรือสำราญ Allure of the Seas เรือสำราญลำที่สองในตระกูล Oasis Class ค่ะ เรือสำราญ Allure of the Seas ถือได้ว่าเป็นเรือน้องสาวของ Oasis of the Seas ของสายเรือ Royal Caribbean Cruise Line เรือสำราญลำนี้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 5,400 คน ตัวเรือมีน้ำหนักถึง 225,282 ตัน และเปิดตัวไปในปี 2010 และได้มีการปรับปรุงล่าสุดเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมานั่นเองค่ะ Allure of the Seas ถือเป็นเรืออีกหนึ่งลำที่มีแนวคิด "Seven Neighborhoods" ด้วยการแบ่งโซนต่างๆ ออกเป็น 7 โซน เพื่อสร้างความบันเทิง บวกกับเพลิดเพลิน สนุกสนานเต็มไปด้วยกิจกรรมสุดมันส์ โดยวางไฮไลท์สำคัญๆ ไว้บนเรืออย่างสมบูรณ์แบบ 7 โซนที่ว่านี้ ได้แก่ The Royal Promenade, Central Park, The Boardwalk, Pools and Sports Zone, Vitality of the Sea, Entertainment Place และ Youth Zone นั่นเองค่า

ล่องเรือสำราญ Oasis of the Seas สายเรือ Royal Caribbean

ช่วงเวลาของการเดินทางได้เริ่มต้นขึ้น พร้อมกับการเปิดประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ล่องเรือสำราญไปกับ Oasis of the Seas จะไม่ทำให้เหล่านักเดินทางผิดหวังอย่างแน่นอนค่า วันนี้เราลองมาทำความรู้จักกับ เรือสำราญลำแรกในตระกูล Oasis Class นั่นก็คือ Oasis of the Seas ของ สายเรือ Royal Caribbean Cruise Line เรือสำราญลำนี้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 5,400 คน ตัวเรือมีน้ำหนักถึง 225,282 ตัน และเปิดตัวไปในปี 2009 และได้มีการปรับปรุงล่าสุดเมื่อปี 2014 ที่ผ่านมานั่นเองค่ะ Oasis of the Seas จัดว่าเรือลำแรกที่มีแนวคิด "Seven Neighborhoods" ด้วยการแบ่งโซนต่างๆ ออกเป็น 7 โซน เพื่อสร้างความบันเทิง บวกกับเพลิดเพลิน สนุกสนานเต็มไปด้วยกิจกรรมสุดมันส์ โดยวางไฮไลท์สำคัญๆ ไว้บนเรืออย่างสมบูรณ์แบบ 7 โซนที่ว่านี้ ได้แก่ The Royal Promenade, Central Park, The Boardwalk, Pools and Sports Zone, Vitality of the Sea, Entertainment Place และ Youth Zone นั่นเองค่า นอกจากนี้ยังเอาใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ด้วยการแสดงโชว์ที่มีมากมายบนเรือ โดยโชว์เหล่านี้ได้รับรางวัลจาก Tony Award อย่าง Hairspray แน่นอนหล่ะค่ะว่าทุกท่านจะได้สัมผัสกับประสบการณ์จริงในการพบกับเหล่าตัวการ์ตูนชื่อดัง จากค่าย ดรีมเวิร์ค อย่างแน่นอน

ล่องเรือสำราญ Spectrum of the Seas (เริ่มต้นเมษายน 2019) ของสายเรือ Royal Caribbean

วันนี้เราลองมาทำความรู้จักกับเรือสำราญที่มีชื่อว่า "Spectrum of the Seas" เรือลำแรกในตระกูล Quantum Ultra-Class ของสายเรือ Royal Caribbean International โดยจะมีการเปิดตัวในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปี ค.ศ. 2019 นั่นเองค่า เรือลำนี้รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 4,180 ท่าน เป็นเรือที่เหมาะสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวล่องเรือที่เดินทางไปพักผ่อนกันทั้งครอบครัว และกลุ่มที่ยกขบวนกันไปเป็นแก้งค์เพื่อนฝูงก็สนุกไปอีกแบบ เพราะภายในเรือลำนี้มีกิจกรรมสนุกๆ และความบันเทิงมากมาย อาทิเช่น เปิดประสบการณ์ไปกับเครื่องเล่นสนุกๆ อย่าง Sky Pad เป็นเครื่องเล่นแทรมโพลีนเสมือนจริงที่มาพร้อมกับแว่น VR สามมิติ เพิ่มอารมณ์ที่น่าตื่นเต้นเอาใจเด็กๆ ได้กระโดดเด้ง ดึ๋งๆ กันให้มันส์สุดเหวี่ยง ต่อด้วย Bionic Bar หุ่นยนต์บาร์เทนเดอร์ที่คอยชงเครื่องดื่มให้เราได้ดื่มกันทั้งวันทั้งคืน ถือเป็นเทคโนโลยีสุดล้ำบนเรือสำราญก็ว่าได้ค่ะ และยังมีเครื่องเล่น The North Star เป็นกระเช้าลอยฟ้าชมวิวได้ 360 องศา ความสูงก็ราวๆ 300 ฟุต หรือ 91 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ต่อด้วย RipCord by iFly เครื่องเล่นดิ่งผสุธาจำลองเอาให้มันส์กันสุดเหวี่ยง บนเรือยังมีโซน Royal Esplanade ถนนสายชอปปิ้งที่มีถึงสองชั้น (ชั้น 4,5) มีสินค้าปลอดภาษี และสินค้าแบรนด์เนมที่มีให้เลือกหลากหลาย นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารกว่า 18 แห่ง ภายในมีทั้งห้องอาหารหลัก และ ห้องอาหารพิเศษ รวมถึงห้อง Two70° (Two Seventy) อันโอ่อ่า ผนังเป็นกระจกใสสูงโปร่ง ตั้งแต่พื้นจรดเพดาน ภายในโซนนี้เต็มไปด้วย เก้าอี้เรียงราย บาร์ เลาจน์ และคาเฟ่ เป็นจุดที่บรรยากาศดีที่สุดพร้อมกับวิวทิวทัศน์พาโนราม่าที่สวยงามจับใจ ในยามค่ำคืนยังมีโชว์การแสดงต่างๆ อาทิเช่น โชว์กายกรรมสุดตื่นเต้นและหวาดเสียว รวมถึงละครเวที ให้แขกผู้เข้าพักได้มีความสุข เรียกรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะกันกระหึ่มไปทั่วทั้งเรือ เรือสำราญ Spectrum of the Seas มีห้องพักทั้งหมด 2,137 ห้อง รองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 5,622 ท่าน ห้องพักเริ่มตั้งแต่ห้อง Interior Virtual Balcony ห้องไม่มีหน้าต่างที่มาพร้อมกับวิวระเบียง บนจอ LCD สเมือนจริง ไปจนถึงห้องสวีทสุดหรูอย่าง Grand Loft Suite เรือลำนี้ยังมีห้องพักสำหรับครอบครัวอย่าง Ultimate Family Suite พักสูงสุดได้ 11 ท่าน ภายในมีทั้งสนามเด็กเล่น โต๊ะฮอกกี้ ผนังเลโก้ โรงหนังส่วนตัวแบบ 3 มิติ รวมถึงสไลเดอร์ภายในห้องพัก และมีระเบียงส่วนตัวที่กว้างขวาง พร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ห้องนี้ถูกออกแบบมาเช่นเดียวกับเรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Symphony of the Seas และที่ขาดไม่ได้คือพื้นที่สาธาระบนเรือ เช่น สระว่ายน้ำที่มีทั้งหมด 4 แห่ง อ่างจากุชชี่อีก 10 แห่ง ให้บริการโดยลูกเรือ / พนักงาน 1,551 คน เป็นเรือสำราญที่เหล่านักเดินทางต่างจับตามองค่า โดยจะเปิดตัวในปี 2019 และจะมีเส้นทางวิ่งเรือในโซนเอเชีย ออกจากท่าเรือ สิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ และฮ่องกง เป็นหลักค่ะ

เที่ยวเกาะส่วนตัว Perfect Day Island at Cococay ของสายเรือ Royal Caribbean

มาเตรียมตัวเตรียมใจ กรี๊ดกันสนั่น พร้อมสนุกกันให้มันส์สุดเหวี่ยง อีกไม่นานเกินรอ น้องๆ หนูๆ และนักเดินทางล่องเรือสำราญทุกท่าน จะได้พบกับเกาะส่วนตัว Perfect Day Island at Cococay สวรรค์บนเกาะส่วนตัวในบาฮามาสแห่งนี้ถูกเนรมิตขึ้น โดยบริษัทเรือยักษ์ใหญ่อย่าง Royal Caribbean International ที่มีงบประมาณในการปรับปรุงและพัฒนาใหม่ราว ($200 ล้านเหรียญ ดอลลาร์สหรัฐ) หรือราวๆ 7,000 ล้านบาท พร้อมเปิดตัวในช่วงฤดูใบไม้ผลิตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2019 เป็นต้นไปค่า คาดว่าเดือนพฤศจิกายนปี 2019 จะเปิดให้ใช้บริการกันอย่างเต็มรูปแบบ โอ้วววววว ว้าวววว แบบนี้รับรองเลยว่า เกาะ CocoCay แห่งนี้น่าจะมีอะไรให้สนุกๆ แบบที่ไม่ธรรมดาแน่นอนค่า เกริ่นมาซะขนาดนี้ ต้องบอกซะแล้วว่ามีอะไรบ้าง ภายในเกาะจะมี สวนน้ำขนาดใหญ่ เล่นให้เย็นสบายใจ ชื่นฉ่ำ พร้อมคลื่นจำลอง เพิ่มความตื่นเต้นให้น้องๆ ได้กรี๊ดกันรัวๆ ต่อด้วยวะวะว้าวดังๆ ฟินไปกับการชมวิวมุมสูงแบบ 360 องศาโดยการขึ้นบอลลูนยักษ์ แถมยังมีที่พักเป็นบังกะโลกลางทะเล อีกซะด้วย อิอิ

7 เรือสำราญ เที่ยวเอเชียราคาถูก บินใกล้ ทัวร์เซลฟี่อัพเฟส ญี่ปุ่น เกาหลี ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน

ล่องเรือสำราญในเอเชีย ราคาถูก บินใกล้ ท่าเรือเริ่มต้นอยู่ที่ ญี่ปุ่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน ดูไบ แวะเที่ยวญี่ปุ่น เกาหลี ไทย มาเลเซีย กัมพูชา เวียดนาม เที่ยวสนุกได้ตลอดทั้งปี ได้แก่ Ovation of the Seas และ Quantum of the Seas ของสายเรือ Royal Caribbean International เรือสำราญที่ไฮเทคที่สุดในโลก เหมาะสำหรับนักเดินทางทุกเพศทุกวัย อาจจะเลือกไปกันสองคนแบบ เพื่อน หรือคู่รัก ก็ฟินกันไปอีกแบบ และ Voyager of the Seas เรือแห่งการพักผ่อน เรือครอบครัว อย่าลืมถือโอกาสนี้สร้างสัมพันธ์อันดีกับคนในบ้าน ทริปนี้รับรองว่าจะเป็นความประทับใจแบบไม่รู้ลืมเลยค่า