ล่องเรือสำราญ MS Eurodam ของสายเรือ Holland America Line

วันพักผ่อนที่สุดแสนจะผ่อนคลายสบายอารมณ์ เลือกล่องเรือสำราญไปกับสายเรือ Holland America Line วันนี้เราจะขอแนะนำ MS Eurodam เป็นเรือสำราญสุดคลาสสิค ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ เจ้าเรือสำราญลำนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 2008 และมีการปรับปรุงล่าสุดในปี 2015 โดยมีน้ำหนัก 86,273 ตัน สามารถจุผู้โดยสารได้ถึง 2,104 คน เรือลำนี้ยังมีเส้นทางล่องเรือที่ดึงดูดนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกอีกด้วยค่ะ เนื่องจากมีเส้นทางที่หลากหลาย โดยจะเลือกล่องในแถบ เม็กซิโก ฮาวาย อเมริกา แคนาดา อลาสก้า แคริบเบียน บาฮามาส คลองปานามา เป็นต้น ส่วนใหญ่จะออกจากท่าเรือ San Diego, Vancouver, Seattle และ Fort Lauderdale เป็นหลัก บรรยากาศภายในเรือลำนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีทั้งคาสิโน ร้านอาหาร และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการดื่มไวน์ไปกันได้ที่ Silk Den Lounge บนเรือยังแหล่งช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีอีกมากมาย หรือจะเลือกไปผ่อนคลายกับการนวดตัวด้วยหินร้อนที่โซนสปาอย่าง Greenhouse Spa & Salon ก็ทำได้ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สาธารณะอย่าง สระว่ายน้ำ บาร์ เลานจ์ และโชว์ ดนตรีบรรเลงบทเพลงเป็นจังหว่ะ สลับกับเสียงเพลงเพราะๆ จากนักร้องที่ B.B. King's Blues Club อีกด้วยค่า

ล่องเรือสำราญ MS Nieuw Statendam ของสายเรือ Holland America Line

วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับอีกหนึ่งเรือสำราญลำใหม่ล่าสุดของสายเรือ Holland America Line นั่นก็คือ Nieuw statendam เรือที่มีสถาปัตยกรรมการตกแต่งอันงดงาม ภายในเรือเต็มไปด้วยแสงสว่างสุดตระการตา สื่อถึงความคลาสสิคที่หรูหรา และสวยงาม เรือลำนี้พร้อมเปิดตัวในเดือน ธันวาคม ปี 2018 โดยมีมีน้ำหนัก 99,500 ตัน สามารถจุผุ้โดยสารได้ถึง 2,666-3,218 คน เรือ Nieuw statendam มีเส้นทางล่องเรือที่น่าสนใจ จะเลือกล่องในแถบ แคริบเบียน สแกนดิเนเวีย ยุโรป ส่วนใหญ่จะออกจากท่าเรือ Fort Lauderdale, Rome/Civitavecchia และ Amsterdam เป็นหลักค่าบรรยากาศภายในเรือลำนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีทั้งคาสิโน ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง สปา พื้นที่สาธารณะอย่าง สระว่ายน้ำ บาร์ เลานจ์ และโชว์ ความบันเทิงสุดคับคั่งอย่าง Lincoln Center Stage และ Billboard onboard รวมไปถึงเพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีบรรเลงบทเพลงเป็นจังหว่ะ สลับกับเสียงเพลงเพราะๆ จากนักร้องที่ B.B. King's Blues Club ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ "Music Walk" นั่นเองค่า

ภาพรวมสายเรือสำราญ Princess Cruises

วันนี้เราจะลองมาทำความรู้จักกับ สายเรือสำราญ Princess Cruises จัดได้ว่าเป็นสายเรือครอบครัว ก่อตั้งขึ้นในปี พ. ศ. 2508 สายเรือสำราญ Princess Cruises ถือเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท Carnival ซึ่งเป็น อุตสหกรรมเรือสำราญยักษ์ใหญ่ บริษัท Carnival ได้ควบรวมกิจการเมื่อปี พ.ศ 2546 โดยการเข้าซื้อบริษัทแม่ของ Princess การร่วมมือของทั้งสองค่าย จึงใช้ชื่อว่า P&O Cruises โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ เซาแธมป์ตัน สหราชอาณาจักร นั่นเองค่า ปัจจุบัน บริษัท Princess มีเรือสำราญทั้งหมด 18 ลำ เน้นนำเสนอโปรแกรมเส้นทางการเดินทางท่องเที่ยวที่หลากหลาย มีเส้นทางล่องเรือรอบโลก ระยะเวลาการเดินทางตั้งแต่ 1 ถึง 100 วันขึ้นไป เรือจะแวะเทียบท่ามากกว่า 300 แห่ง ท่านจะได้สัมผัสกับธรรมชาติ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และเอกลักษณ์ที่น่าสนใจ รวมไปถึงประวัติศาสตร์ และเมืองแห่งมรดกโลกที่รอคอยทุกท่านให้ไปเยือน เรือทุกลำของสายเรือ Princess Cruises เน้นการให้บริการที่ยอดเยี่ยมจากพนักงานที่ถูกฝึกมาอย่างมืออาชีพค่ะ

ล่องเรือสำราญ Sky Princess ของสายเรือ Princess Cruises

วันนี้เราจะขอแนะนำเรือสำราญลำใหม่ล่าสุดของสายเรือ Princess Cruises นั่นก็คือ Sky Princess เรือสำราญครอบครัวลำนี้มีน้ำหนักถึง 143,700 ตัน สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 3,668 - 4,402 คน ถือเป็นเรือน้องใหม่ที่น่าจับตามองของเหล่านักล่องเรือสำราญจากทั่วทุกมุมโลก โดยได้ฤกษ์เปิดตัวในปี 2019 และ มีเส้นทางล่องเรือในแถบ แคริเบียน และ เมดิเตอร์เรเนียน เป็นหลักค่ะ จุดเด่นของเรือสำราญลำนี้ คือ มีห้องพักประเภท Sky Suites ที่มาพร้อมกับระเบียงส่วนตัวที่มีความกว้างถึง 65 ตารางเมตรค่ะ เราสามารถนอนดูดาว หรือจะนอนชมภาพยนตร์กลางแจ้งผ่านระเบียงส่วนตัว ตามด้วยความบันเทิงที่มาพร้อมกับเสียงหัวเราะแบบเต็มอิ่มกันทั้งครอบครัว ห้องสวีทนี้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้แบบ 270 องศา พักได้สูงสุดถึง 5 ท่านเลยทีเดียวค่า ตั้งอยู่บนชั้น 18 บนเรือค่า นอกจากนี้ยังมีโซนพื้นที่สาธารณะอย่างสระว่ายน้ำที่เรียกว่า Wakeview pool อยู่ท้ายลำเรือ ให้แขกได้เพลิดเพลิน และสนุกสนานไปกับการเล่นน้ำคลายร้อนในระหว่างวัน และยังมีสระว่ายน้ำอีกสองแห่ง ที่เรียกว่า Deep Pool และ Retreat Pool พร้อมอ่างจากุชชี่ อีกสองแห่งบนรืออีกด้วยค่า

ล่องเรือสำราญ Majestic Princess ของสายเรือ Princess Cruises

วันนี้เราจะขอพูดถึงเรือสำราญ Majestic Princess เรือลำนี้ถูกเปิดตัวในช่วงฤดูร้อน ในปี 2017 ที่ผ่านมานี่เองค่ะ โดยจะล่องในแถบเซี่ยงไฮ้ประเทศจีนตลอดทั้งปี รวมไปถึงล่องในโซนญี่ปุ่นและเกาหลีอีกด้วย เรือสำราญ Majestic Princess เรือสำราญครอบครัวลำนี้มีน้ำหนักถึง 142,229 ตัน สามารถจุผู้โดยสารได้ 3,560 คน ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวก มีห้องโถงหลายชั้นที่มีขนาดใหญ่ มีสถานที่สำหรับการจัดแสดงโชว์และแสดงดนตรีสดไปจนถึงห้องอาหารหลักและห้องอาหารพิเศษมากมาย นอกจากนี้ยังมีโซน SeaWalk ซึ่งเป็นทางเดินกระจกที่ยื่นออกมาจากขอบเรือ โดยมีความยาว 60 ฟุต และ สูง 128 ฟุต เหนือคลื่นทะเล และยื่นออกไปไกลกว่าขอบเรือ 28 ฟุต เพิ่มประสบการณ์อันน่าตื่นเต้น และทำให้ผู้โดยสารได้สัมผัสเห็นทัศนียภาพอันสวยสดงดงามของท้องทะเลนั่นเองค่า เอาเป็นว่าอย่ารอช้าไปชมคลิปวิดีโอ และ ไฮไลท์ ห้องพัก ร้านอาหาร และ สิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมกิจกรรมความบันเทิงบนเรือกันได้เล๊ยยยย

ล่องเรือสำราญ Anthem of the Seas ของสายเรือ Royal Caribbean International

ภาพรวมเรือสำราญ Anthem of the Seas วันนี้เราลองมาทำความรู้จักกับเรือสำราญที่มีชื่อว่า "Anthem of the Sea" เรือในตระกูล Quantum Class ของสายเรือ Royal Caribbean International เรือสำราญ "Anthem of the Sea " ได้เปิดตัวเมื่อปี 2015 มีน้ำหนัก 168,666 ตัน และสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 4,905 ท่าน เป็นเรือที่ตอบโจทย์สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปพักผ่อนกันทั้งครอบครัว และกลุ่มที่ยกขบวนไปเป็นก๊วนเพื่อนฝูง โดยภายในเรือจะมีกิจกรรม ความบันเทิง และสิ่งอำนวยความสะดวก เหมือนกันกับเรือพี่สาวที่มีชื่อว่า Quantum of the Seas ค่ะ เช่น มี Bionic Bar หุ่นยนต์บาร์เทนเดอร์ที่คอยชงเครื่องดื่มให้เราได้ดื่มกันทั้งวันทั้งคืน ถือเป็นเทคโนโลยีสุดล้ำบนเรือสำราญก็ว่าได้ค่ะ และยังมีเครื่องเล่น The North Star เป็นกระเช้าลอยฟ้าชมวิวได้ 360 องศา ความสูงก็ราวๆ 300 ฟุต หรือ 91 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ต่อด้วย RipCord by iFly เครื่องเล่นดิ่งผสุธาจำลองเอาให้มันส์กันสุดเหวี่ยง บนเรือยังมีโซน Royal Esplanade ถนนสายช็อปปิ้งที่มีถึงสองชั้น (ชั้น 4,5) มีสินค้าปลอดภาษี และสินค้าแบรนด์เนมที่มีให้เลือกหลากหลาย นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารกว่า 18 แห่ง ภายในมีทั้งห้องอาหารหลัก และ ห้องอาหารพิเศษ รวมถึงห้อง Two70° (Two Seventy) อันโอ่อ่า ผนังเป็นกระจกใสสูงโปร่ง ตั้งแต่พื้นจรดเพดาน ภายในโซนนี้เต็มไปด้วย เก้าอี้เรียงราย บาร์ เลาจน์ และคาเฟ่ เป็นจุดที่บรรยากาศดีที่สุดพร้อมกับวิวทิวทัศน์พาโนราม่าที่สวยงามจับใจ ในยามค่ำคืนยังมีโชว์การแสดงต่างๆ อาทิเช่น โชว์กายกรรมสุดตื่นเต้นและหวาดเสียว รวมถึงละครเวที ให้แขกผู้เข้าพักได้มีความสุข เรียกรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะกันกระหึ่มไปทั่วทั้งเรือ เรือสำราญ Anthem of the Sea มีห้องพักทั้งหมด 2,090 ห้อง เริ่มตั้งแต่ห้อง Interior Virtual Balcony ห้องไม่มีหน้าต่างที่มาพร้อมกับวิวระเบียง บนจอ LCD สเมือนจริง ไปจนถึงห้องสวีทสุดหรูอย่าง Royal Loft Suite นอกจากนี้ เรือลำนี้จะมีเส้นทางล่องเรือที่น่าสนใจในแถบ อเมริกา แคนาดา บาฮามาส แคริบเบียน เป็นต้นค่ะ

ล่องเรือสำราญ MS Roald Amundsen ของสายเรือ Hurtigruten

วันนี้จะขอแนะนำเรือสำราญที่มีเทคโนโลยีสุดล้ำในปี 2019 นั่นก็คือ Ms Roald Amundsen ของสายเรือ Hurtigruten เรือสำราญลำนี้ได้นำเอาเทคโนโลยีไฮบริดมาใช้ในการขับเคลื่อน ทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และประหยัดเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นลำแรกของโลกที่ทั่วทั้งโลกต่างจับตามองค่ะ ถือเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีอันชาญฉลาดมากๆ เรือสำราญ Ms Roald Amundsen ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีไฮบริดนี้ เรียกได้ว่า เป็นการลงทุนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสายเรือ Hurtigruten เลยก็ว่าได้ จุดเด่นพิเศษ คือ นักเดินทางทุกท่านจะได้รับประสบการณ์ล่องเรืออันยอดเยี่ยม พร้อมเส้นทางอันหลากหลาย และผจญภัยไปกับเส้นทางธรรมชาติ โดยเรือสำราญไฮบริดจะไม่ทำลาย หรือส่งผลกระทบใดๆ ต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อเรือสำราญมุ่งหน้าสู่น่านน้ำทะเล แขกทุกท่านจะได้รับการบริการที่พิเศษ และดีที่สุดจากพนักงานบนเรือ นอกจากนี้ เรือเทคโนโลยีไฮบริดลำนี้ ยังผสมผสานด้วยการออกแบบตัวเรือให้มีความทันสมัย และถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ภายในเรือมีบรรยากาศอันยอดเยี่ยม สะดวกสบาย พร้อมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม พื้นที่สาธารณะ จะถูกตกแต่งโดยวัสดุจากธรรมชาติในแถบสแกนดิเนเวีย เช่น หินแกรนิต โอ๊ก และขนสัตว์ ดูเรียบหรู แบบมีสไตล์เป็นที่สุดค่า ส่วนห้องพักกว่า 50% จะเป็นห้องที่มีระเบียงส่วนตัว และห้องสวีทจะมีจากุชชี่ พร้อมทัศนียภาพที่งดงามเกินบรรยาย และที่สำคัญเรือลำนี้มีเส้นทางสุดผจญภัยรอบโลก เปิดประสบการณ์ล่องเรือเทคโนโลยีสุดล้ำไปกับ Ms Roald Amundsen โดยเลือกดูเส้นทางทั้งหมดได้ที่นี่

ล่องเรือสำราญ MS Fridtjof Nansen ของสายเรือ Hurtigruten

วันนี้เราจะขอพูดถึงเรือสำราญแนะนำใหม่ ปี 2020 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของสายเรือ Hurtigruten เรือสำราจและผจญภัย อีกทั้งยังเป็นเรือที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีไฮบริดสุดล้ำสมัยที่ทั่วทั้งโลกต่างจับตามอง เรือสำราญที่เรากำลังพูดถึงนี้ มีชื่อว่า MS Fridtjof Nansen ซึ่งเป็นเรือน้องสาวฝาแฝดของ Ms Roald Amundsen ที่กำลังรอเปิดตัวในช่วงปี 2019 นั่นเองค่า โดยเรือทั้งสองลำถูกสร้างขึ้นที่ประเทศนอร์เวย์ อีกไม่นานเราคงจะได้เห็นกันแบบเต็มรูปแบบ การตกแต่งภายใน เรียบหรู ทันสมัย และใช้วัสดุในการตกแต่งจากสแกนดิเนเวีย ทั้ง หินแกรนิต โอ๊ก และขนสัตว์ ภายในห้องพักสะดวกสบาย กว่า 50% เป็นห้องแบบมีระเบียงส่วนตัว และ ห้องสวีทจะมีจากุซซี่ส่วนตัวกลางแจ้ง พร้อมทัศนียภาพอันงดงามค่า เรือสำราญที่ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีสุดล้ำไฮบริดลำนี้ จะเป็นมิตรและไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะทางท้องทะเล ทำให้หากเปิดตัวในอนาคตอันใกล้นี้จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากเหล่านักเดินทางผจญภัย ที่รักและหลงไหลในเส้นทาง ทางธรรมชาติเป็นแน่นอนค่า ซึ่งจะมาพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญที่จะคอยให้ความรู้ในตลอดทริปการเดินทาง ส่วนภายในเรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้ง เลานจ์ บาร์ ร้านอาหารพิเศษ ฟิตเนส สปา สระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ พร้อมจากุชชี่ที่เป็นโซนไฮไลน์ก็ว่าได้ค่า รวมไปถึง สถานที่สำหรับจัดงานประชุม และ Young Explorers คลับสำหรับเด็กๆ นั่นเองค่า ตามรอยนักสำรวจและผจญภัย MS Fridtjof Nansen ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ หรือที่รู้จักกันในนามของ เรือแห่งนวัตกรรมสุดล้ำในการเดินทางในประเทศแถบอาร์กติก ที่ล่องข้ามไปยังเกาะกรีนแลนด์ เหมาะสำหรับผู้ที่อยากไปพิชิดขั้วโลกเหนือเป็นที่สุด ต้องห้ามพลาดเรือลำนี้ถือเป็นตัวเลือกหลัก สำหรับทริปผจญภัยที่ดีที่สุดนั่นเองค่ะ

ขั้นตอนเข้าสู่รายการ Cruise Planner ของสายเรือ Royal Caribbean Cruise

Royal Caribbean Cruise Line : จัดการกับทริปของคุณล่วงหน้าง่ายๆ กับ 'Cruise Planner'

ล่องเรือสำราญ Allure of the Seas ของสายเรือ Royal Caribbean

การเดินทางที่ไม่มีวันสิ้นสุด ถือเป็นโอกาสในการลองเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ สักครั้งในชีวิต วันนี้เราจะขอแนะนำเรือสำราญ Allure of the Seas เรือสำราญลำที่สองในตระกูล Oasis Class ค่ะ เรือสำราญ Allure of the Seas ถือได้ว่าเป็นเรือน้องสาวของ Oasis of the Seas ของสายเรือ Royal Caribbean Cruise Line เรือสำราญลำนี้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 5,400 คน ตัวเรือมีน้ำหนักถึง 225,282 ตัน และเปิดตัวไปในปี 2010 และได้มีการปรับปรุงล่าสุดเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมานั่นเองค่ะ Allure of the Seas ถือเป็นเรืออีกหนึ่งลำที่มีแนวคิด "Seven Neighborhoods" ด้วยการแบ่งโซนต่างๆ ออกเป็น 7 โซน เพื่อสร้างความบันเทิง บวกกับเพลิดเพลิน สนุกสนานเต็มไปด้วยกิจกรรมสุดมันส์ โดยวางไฮไลท์สำคัญๆ ไว้บนเรืออย่างสมบูรณ์แบบ 7 โซนที่ว่านี้ ได้แก่ The Royal Promenade, Central Park, The Boardwalk, Pools and Sports Zone, Vitality of the Sea, Entertainment Place และ Youth Zone นั่นเองค่า นอกจากนี้ยังเอาใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ด้วยการแสดงโชว์ที่มีมากมายบนเรือ โดยโชว์เหล่านี้ได้รับรางวัลจาก Tony Award อย่าง Hairspray เป็นต้นค่า